@ปิดฉากลงไปแล้ว สำหรับการ “เลือกตั้งผู้แทนราษฎร“ในครั้งนี้ สิ่งที่น่าผิดหวัง ที่สุดกับการจัดการเลือกตั้ง คือการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต. ที่ ปล่อยให้มีการ“ซื้อเสียง” กันทุกจังหวัด ชาวบ้าน ต่างรู้กันดีว่า “รับเงิน” ของผู้สมัคร เบอร์ไหน พรรคไหน หัวละเท่าไหร่ แต่ กกต. นอกจากจะไม่รู้ แล้วยังไม่ให้ความสนใจ โดยปล่อยให้หัวคะแนน ซึ่งก็ไม่พ้นผู้นำท้องที่กับผู้นำท้องถิ่น ที่สามารถเข้าถึง และขอร้อง ให้ ประชาชน เลือก กาเบอร์นั้นพรรคนี้ โดยการจ่ายค่าป่วยการ ในการไป เลือกตั้ง ตั้งแต่ หัวละ 500 , 1,000 และ 1,500 โดยที่ กกต.จังหวัด ไม่ได้ ทำอะไรเลย บางแห่งมีการตั้งโต๊ะแจกเงิน บางแห่งเดินแจก เหมือนกับการแจกซองผ้าป่า-กฐิน วันนี้ศรัทธา ของประชาชน ไมมีเหลือให้ กกต.แม้แต่กระผีกริ้น ที่น่าหัวเราะและร้องให้ พร้อมๆกันไปคือการแถลงข่าวของ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่บอกกับสื่อ ว่าพบการซื้อเสียง 2-3 แห่ง ทั้งที่ข้อเท็จจริง พรรคการเมือง และ นักการเมือง ใช้เงินซื้อเสียงกันทั่วประเทศ ถ้าไม่อายประชาชน ก็น่าจะละอายปากตนเองบ้าง …..และนี่คือโจทย์ใหญ่ที่สุดของ ประเทศไทย ที่ต้องมีการแก้ไข ถ้า กกต. ไม่มีขีดความสามารถ ในการจับกุม หรือ ป้องกัน การซื้อเสียง ก็ให้”กกต. ทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง เพียงอย่างเดียว แต่ รัฐบาล ต้องมีการตั้งหน่วยงาน ขึ้นมาใหม่ โดยให้เป็นหน้าที่ของ ตำรวจ-ปกครอง-ทหาร ในการป้องกัน และจับกุม การซื้อสิทธิ์-ขายเสียง โดยกฎหมาย ต้องเพิ่มโทษ ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่อย่างนั้น “หายนะ”จะมาถึงประเทศไทยในอนาคต เร็วๆนี้ และระบบประชาธิปไตย ของประเทศไทย จะล่มสลาย….. แต่ นั้นแหละ รัฐบาลไหน ที่จะปฏิรูปการเลือกตั้ง ขจัดการซื้อสิทธิ์-ขายเสียง ในเมื่อ พรรคการเมืองใหญ่ ที่รวมตัวกันเป็นรัฐบาล ต่างก็อยู่ในสมการของการ ซื้อเสียง ของประชาชน เพื่อให้พรรคของตนเองชนะการเลือกตั้ง…..โดยเฉพาะทัศนคติ ของประชาชนที่รับเงินเพื่อไปเลือกตั้ง ต่างคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติ เงินที่รับมา ไม่ใช่การขายสิทธิ ไม่ใช่การขายเสียง แต่เป็น ค่าจ้าง ในการให้ช่วย ไปกาบัตรเลือกตั้ง และที่สำคัญ ชาวบ้านบอกว่าเลือกใคร เลือกพรรคไหน ประเทศไทยก็เหมือนเดิม ดังนั้นเลือกที่จะเอาเงินก่อน คือทางเลือก ที่ประชาชนได้เลือกแล้ว อย่างน้อยกำขี้ดีกว่ากำตด เมื่อสามัญสำนึก ทางการเมืองในระบบประชาธิปไตยของ”คนไทยส่วนใหญ่ แบบเช่นนี้ ถามว่าจะแก้อย่างไร และหน่วยงานไหนจะเป็นเจ้าภาพ.…..
@วันนี้ เป็นที่รู้กันแล้วถึงผลการเลือกตั้งที่หักปากกาเซียน และผลโพล ทุกสำนัก เพราะภูมิใจไทย ได้รับการเลือกจากประชาน มาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน ที่เฉียด 200 เสียง ตามที่ อนุทิน ชาญวีรกุล ได้พูดในเวทีหาเสียง ที่ อ.หาดใหญ่ ที่ ทุกคนไม่เชื่อส่วนพรรคประชาชนที่โพล ส่วนใหญ่ว่าจะมาเป็น อันดับ 1 มาเป็นที่ 2 เพียง 116 เสียง แต่ยังกวาด สส.เขตของ กทม.ได้เกลี้ยงฉาด แบบที่ไม่แบ่งให้ใคร แม้แต่ ที่นั่งเดียว แต่ผิดหวังกับสส.เขต ที่ลดลงอย่างน่าใจหาย นี้คือการบ้านของพรรคประชาชน ที่ต้องกับไปหาคำตอบ ว่าจะสู้ระบบบ้านใหญ่อย่างไร และ สำหรับเพื่อไทย ต้องรับสภาพ ว่าตกต่ำสุดขีด ได้มาเพียง 76 ที่นั่ง ทั้งที่มีการทุ่มเท ทั้งทรัพยากรบุคลที่บอกว่าก๊อกน้ำไหลเชี่ยวจนถึงวันสุดท้าย แต่เอาไม่อยู่ เพราะพิษสงของอังเคิล และการชู ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ เป็น แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ยังไม่ตอบโจทย์ ของประชาชน หลังจากนี้คือการติดตามการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคงจะไม่ยาก เพราะแกนนำ อย่างภูมิใจไทย ที่เสียงเกือบ 200 เสียง สามารถเลือกพรรคที่มาร่วมรัฐบาลได้ โดยไม่ต้องมีการต่อรอง จากพรรคที่เข้าร่วมรัฐบาล และไม่ต้องถูกข่มขู่ ในเรื่องของกระทรวงเกรดเอ เพราะแค่ร่วมรัฐบาลกับกล้าธรรม โดยดึงเอาพรรคเล็กพรรคน้อย มาด้วย โดยไม่เอาเพื่อไทย ก็จัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว แต่ เชื่อว่าสุดท้าย สมการ ของรัฐบาล ยังมีเพื่อไทย ร่วมด้วย….. โดยปล่อยให้ พรรคประชาชน เป็นฝ่ายค้านกับประชาธิปัตย์ และเชื่อว่าเมื่อภูมิใจไทย มีความแข็งแกร่ง การตั้งรัฐบาล น่าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นรัฐบาล ที่ไม่ขี้เหร่ มีเสถียรภาพ บรรดาเสนาบดี ของกระทรวงต่างๆ คงไม่มีการตั้งแบบผิดฝาผิดตัว เช่นเอาหมอไปอยู่กระทรวงค้าขาย เอาตำรวจไปอยู่กระทรวงศึกษา เหมือนอย่างที่ผ่านมา….สำหรับประชาธิปัตย์ ยังน่าผิดหวัง เพราะกระแส ที่ทำแรงมาก ก่อนการหย่อนบัตร ซึ่งโพล ทุกสำนัก ให้ประชาธิปัตย์ ที่ 40-45 ที่นั่ง สุดท้ายได้มาเพียง 22 ที่นั่ง น้อยกว่า สมัย ที่แล้วที่ได้มา 25 ที่นั่ง นี่ถ้ากระแสของอภิสิทธิ์ ไม่มา เชื่อว่าครั้งนี้ประชาธิปัตย์ จะเป็นพรรคต่ำสิบ อย่างแน่นอน…..
@สำรวจการล้มช้าง ในภาคใต้ เริ่มที่ จ.ตรัง ที่บ้านใหญ่ โล่สถาพรพิพิธ ที่นำโดยสมชาย โส่สถาพรพิพิธ พ่ายให้กับ ประชาธิปัตย์ ถึง 2 เขต ทั้งเขต 3 ที่ สุณัฐฎา โล่สถาพรพิพิธ ผู้เป็นบุตรสาว ต้องเสียที่นั่ง ให้กับกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ที่เป็นหลานชาย และเขต 4 ยังไม่สามารถพาสจ.ล้าน ที่เป็นหลานชายของพิพัฒน์ รัชกิจประการ ให้เป็น สส. ได้ โดยเขต 3-4 ประชาธิปัตย์ สามารถแจ้งเกิดสร้างความแช่มชื่น ให้กับชวน หลีกภัย ได้อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ โพลทุกสำนัก ให้ บ้านใหญ่ สถาพรพิพิธของโกหน่อ แก่ภูมิใจไทย 3 เขต ส่วน เขต 4 ให้ประชาธิปัตย์ แต่ โกหนอ ประกาศว่าที่ตรัง เมืองหมูย่าง แห่งนี้ โกหน่อ จะยกทั้งจังหวัด เพราะผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ยืนข้างโกหนอ ทั้งหมด สุดท้ายไม่เป็นอย่างนั้น ที่สำคัญ สส.เขต 1 จ.ตรัง ที่มาได้เพราะบารมีของ กำนันนง นาวาแก้ว และ เขต 2 ที่ ทวี สุระบาล ยัง รักษาที่มั่นไว้ได้เป็นเพราะความเป็น ทวี สุระบาล ต่างหาก นี่แสดงว่าการปราศรัยของ ชวน หลีกภัยที่ จ.ตรัง เรื่อง กินบนเรือนขี้รดหลังคา ยังใช้ได้….เช่นเดียวกับที่ พัทลุง เมื่อบ้านใหญ่ธรรมเพชร ของวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง ต้องสูญเสีย ตำแหน่ง ผู้แทน ทั้ง เขต 1 ที่หลานสาว คือสุพัชรี ธรรมเพชรจากกล้าธรรม ที่พ่ายแพ้ให้กับ ผู้การจุนจากค่ายภูมิใจไทยเพียง 900 คะแนน และที่เจ็บปวดยิ่งกว่าหนามตำเล็บ เห็บเข้าหู คือเขต 2 ที่นิธิศักดิ์ ธรรมเพชร ผู้เป็นลูกชายที่สวมเสื้อเพื่อไทย พลาดท่าสอบตก ให้กับปลัดเม่น วรท เทิดรันตพงศ์ อย่างขาดลอยซึ่งเสียหาย ทางการเมืองครั้งแรกของการเป็นบ้านใหญ่แห่งเมืองเสกัก ทั้งที่ สจ. ทั้งหมดอยู่ในกำมือ….แต่ นาที รัชกิจประการที่รู้กันว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ในการทำศึก ที่เมืองลุง ครั้งนี้ของภูมิใจไทย ก็ไม่สามารถกวาด สส. ทั้ง 3 เขต ของเมืองลุงได้ เพราะเขต 3 พัทลุง ยังไม่สามารถกะเตง หลานชายอย่าง เขมพลหรือ มุนินทร์”ช อุ้ยตยะตระกูล เข้าสู่ สภาผู้แทนได้ ต้องพ่ายให้กับ จรัญ จันทร์แก้ว แห่งกล้าธรรมหลังจากที่ต่างฝ่ายต่างทุ่มเททรัพยากร ยิงกันจน แม็กสุดท้าย….และบ้านใหญ่ อีกหลัง ใน จ.นราธิวาส ที่การ เลือกตั้ง ครั้งนี้ พ่ายแพ่ อย่าง ยับเยิน นั้นคือบ้านใหญ่ ยาวอหะซัน ของ กูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.เกือบ 10 สมัยของ ลุ่มน้ำบางนรา ที่ลูกชาย ทั้ง 2 คน ทั้งวัชระ ยาวอหะซันที่สวมเสื้อ ภูมิใจไทย พ่ายแพ้ให้กับลุตฟี หะยีอีแต จากกล้าธรรม ในเขตเลือกตั้งที่ 1 และกูเฮง ยาวอหะซัน พ่ายเป็นครั้งที่ 2 ต่อ ดร.ซาการียา สะอิ จากภูมิใจไทย ซึ่งประเมินว่า เลือกตั้งอบจ. ครั้งหน้า อาจจะปิดฉากทางการเมืองของผู้เฒ่าผู้มากบารมีของตระกูล ยาวอหะซัน....
@ส่วนที่น่าผิดหวัง คือพรรคประชาชาติ ที่เคยเป็นแชมป์ปลายด้ามขวาน แต่ครั้งนี้โดยพายุสึนามิ ที่ทำให้ต้องสูญพันธุ์ ที่ปัตตานี จากที่เคยมี สส. 3 เขต กลายเป็นศูนย์ และไม่ประสบความสำเร็จ ในการกอบกู้ความศรัทธาที่นราธิวาส เมื่อเหลือเพียงแวยูแฮหรือกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 เพียง หนึ่งเดียว ยังดีที่ 3 เขตเลือกตั้งของ จ.ยะลา วันมูหะมัดนอร์ มะทา บ้านใหญ่ ของยะลา ยังเอาอยู่ กวาดมาได้ทั้ง 3 เขต ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อ ที่เคยได้ถึง 600,000 คะแนน เคยได้ สส.บัญชีรายชื่อ 2 คน ครั้งนี้เหลือเพียงพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว การตกต่ำของ”ประชาชาติ ครั้งนี้ อาจจะทำให้วันมูหะมัดนอร์ มะทา ต้องทบทวน และยุติ การเล่นการเมือง ก็เป็นไปได้…..สุดท้าย การพ่ายแพ้ ของบารมี ขาวทอง ผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรม ที่เขต 6 สงขลา มีการวิพากษ์วิจารณ์ กันมากสำหรับคนสงขลา เพราะบารมี ขาวทองคือลูกชาย ของเดชอิศม์ ขาวทอง นักการเมืองผู้มากบารมี ของสงขลา ที่ครั้งนี้ทุ่มทุกสรรพกำลัง ที่มีอยู่ แต่ไม่สามารถทำให้คนในพื้นที่เปลี่ยนใจ ทำให้ อนุกูล พฤษานุศักดิ์ แห่งภูมิใจไทยได้เป็น ผู้แทนสมใจ เพราะในเขตนี้ อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือ เสี่ยโบ๊ต พ่ายแพ้ ให้กับ สุภาพร กำเนินผล หรือสส.น้ำหอม คนข้างกายของนายกชาย ถึง 2 ครั้ง เรื่องการพ่ายแพ้ของ บารมี ขาวทอง คงทำให้นายกชาย ต้องคิดหนัก และฝันร้าย ไปอีกนาน แต่ก็ยังดีที่ วงศ์วชร ขาวทอง ลูกชายคนโต ยังได้เป็น สส. เขต 5 พรรคกล้าธรรม และ ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ลูกชายคนกลาง ได้เป็น สส. เขต 6 พรรคประชาธิปัตย์ …..
@เรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องเก่าที่ยังแก้ไม่สำเร็จ และที่สำคัญยังมองไม่เห็นว่าจะสำเร็จ เรื่องกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ไร้ซึ่งยุทธศาสตร์ในการต่อกรกับบีอาร์เอ็น จนกลายเป็นฝ่ายตั้งรับ ทั้งที่กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีพร้อมสรรพ ทั้งกำลังพล,งบประมาณ และอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ต่อกร กับกองกำลังติดอาวุธของบีอาร์เอ็น ในพื้นที่ไม่ได้ เพราะบีอาร์เอ็น ไม่ได้มีกองกำลังติดอาวุธ ที่เคลื่อนไหวเพื่อก่อการร้าย เพียงอย่างเดียว แต่บีอาร์เอ็น มีแนวร่วม ที่ถูกถักทอ เป็นเครือข่าย ในทุกหมู่บ้าน และมีสมาชิกเป็น แสนคน และหากกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังทำการรบกับบีอาร์เอ็น ในรูปแบบเพื่อการใช้งบประมาณ เป็นที่ตั้ง รวมทั้งไม่สามารถหยุดการบ่มเพาะ ในการนำเยาวชน และประชาชน เข้าสู่ขบวนการได้ สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีทางสงบ ใช่ไม่เถียง สู้รบกันอีก 100 ปี ประเทศไทยก็ไม่เสียดินแดน ที่สูญเสีย คือการเสียโอกาสของคนในพื้นที่ ในการพัฒนา และต้องจมปลักดักดาน อยู่กับความเลวร้าย ของสังคม รวมทั้งการ สูญเสีย งบประมาณแผ่นดิน ที่เป็นเงินมหาศาล ในการดับไฟใต้….วันนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังมีเรื่องสนิมเกิดแต่เนื้อในตน คือความแตกแยก ความไม่มีเอกภาพในกองทัพภาค 4 โดยเฉพาะ หลังจากที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก ที่เป็นข้าวนอกนา แต่เป็นเพื่อนร่วมรุนกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ถูกส่งมาเป็น แม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อคุมงบประมาณ ยิ่งทำให้เกิดความแตกแยก ในกองทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพราะมีการล้างบาง เกิดขึ้น โดย คนของอดีตแม่ทัดภาคที่ 4 ส่วนหนึ่ง ถูกย้าย ออกจากหน่วย มีการจัดระเบียบใหม่ เกิดขึ้น โดยมีการอ้างว่าเพื่อขจัดสีเทา ที่มีความไม่โปร่งใส ในเรื่องงบประมาณ…..
@ประเด็นการเอา พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 มา ทำหน้าที่ผบ.ฉก.นราธิวาส คำถามจากคนของกองทัพภาคที่ 4 คือ นายทหารที่เป็นลูกหม้อ ของกองทัพภาคที่ 4 ไม่มีใครมีความสามารถ เลยหรือไร จึงต้องไปเอา รองแม่ทัพภาคที่ 1 มา ทำหน้าที่ ผบ.ฉก.นราธิวาส และมีการย้าย นายทหาร จากกองทัพภาคที่ 1 มาทำหน้าที่ สำคัญๆ แทน นายทหารของกองทัพภาคที่ 4 นี่คือเงื่อนไข ของการล้างบาง ที่นำมาสู่ความแตกแยก และทำให้ กอ.รมน.ภาค ท4 ส่วนหน้า มีนายทหารเฉย หรือมีจ่าเฉย เกิดขึ้นมากมาย เป็นการเปิดโอกาส ให้ กองกำลังติดอาวุธ สามารถก่อการร้าย ได้อย่างเสรี ในทุกพื้นที่ ที่ต้องการ ถามว่า “กองทัพบก” ทราบเรื่องลึกๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือไม่ และถ้ารู้เพราะมีควันย่อมมีไฟ แล้ว กองทัพ จะแก้อย่างไร…..นี่กำลังเข้าสู่เดือนรอมฎอน สำหรับที่อื่น เดือนรอมฎอน คืนเดือนแห่งความบริสุทธิ และศักดิ์สิทธิ์ แต่ สำหรับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือรอมฎอนเลือด เพราะเจ๊ะฆู และอุสต๊าส ที่เป็นครูสอนศาสนา ของ บีอาร์เอ็น ได้ บ่มเพาะ สมาชิกของ บีอาร์เอ็น ว่าการ เข่นฆ่าศัตรู ในเดือนรอมฎอน จะได้บุญ 10 เท่า และตายไป จะได้ขึ้นสวรรค์ โดยไม่มีการตรวจสอบบัญชีในโลกมนุษย์ จึงทำให้ แนวร่วม ของบีอาร์เอ็น ปฏิบัติการในการก่อเหตุ และเข่นฆ่าศัตรู ในเดือนรอมฎอน จนเป็นเหตุให้ 21 ปี ที่ผ่านมา เดือนรอมฎอน กลายเป็นรอมฎอนเลือด…..
@สำหรับใน เดือดรอมฎอน ของปี 2569 ซึ่งน่าจะตรงกับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นั้น เป็นหน้าที่ของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าว่ามีแผน ในการหยุด การปฏิบัติการฆ่าคน ในเดือนรอมฎอน อย่างไร แต่ก็ไม่คาดหวัง ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะป้องกัน การก่อเหตุ ในเดือนรอมฎอนได้ เพราะ ขนาดในวันที่ 3-6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะที่ พล.อ. ชันพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เดินทางมาตรวจราชการเพื่อป้องกันเหตุ ในวันเลือกตั้ง และเดือนรอมฎอน ปรากฏว่า กองกำลังติดอาวุธ ของบีอาร์เอ็น ก่อเหตุวางระเบิด ห้องน้ำผู้หญิง ในปั้มน้ำมันปัตตานี 3 จุด วางระเบิดในห้องน้ำหญิง ที่สถานีขนส่ง บขส. 1 จุด และมีการแขวนป้ายผ้าและพ่นสี บนถนนสายต่างๆ ที่มีข้อความในการแบ่งแยกดินแดน 35 จุด ใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา แสดงให้เห็นว่า กองกำลังติดอาวุธ ไม่เห็นกำลังของทหาร อยู่ในสายตา หรือต้องการที่จะโชว์ ให้ เสนาธิการกองทัพบก เห็นถึงศักยภาพ ของบีอาร์เอ็น และเยาะเย้ย ผู้นำของ กองทัพภาคที่ 4 ก็ได้…..แต่ ต้องขอชื่นชมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนใต้ ที่มีความ สามารถ ในการ ติดตามจับกุม ผู้ที่ก่อเหตุ ในพื้นที่สามจังหวัดได้เป็นจำนวนไม่น้อย โดยการ สืบสวน สอบสวน การไล่กล้องวงจรปิด และการหาหลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ โดย ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ที่ เก่งขึ้นทุกวัน ก็ต้องยกให้เป็น ผลงานของ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9. และ พล.ต.ต. ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผบก.สืบสวนสอบสวน” …..
@เรื่อง โฮมสะเตย์ ในทะเลสาบสงขลา ที่ถูกคำสั่งศาล ให้ทำการรื้อถอน แต่ไม่มีการรื้อถอน ยังอยู่กันเต็มทะเลสาบ ที่ทำให้ทะเลสาบสงขลา เป็นภูมิทัศน์อุจาด วันนี้เห็นข่าว ปปช.สงขลา ลงพื้นที่ ลงเล ไปดูของจริง ก็หวังนะว่าหลังจากไปเห็นของจริง ปปช.สงขลา คงจะมีน้ำยา ในการ บังคับ ให้เจ้าของโฮมสเตย์ ปฎิบัติตามคำสั่งศาล…..ในขณะที่ อควาเรี่ยมหอยสังข์ ที่เชิงสะพาติณสูลานนท์ ซึ่งผลาญงบประมาณไปถึง 1,400 ล้าน และถูกทิ้งงาน ยังยืนตระหง่าน อวดความทุเรศ ของการคอร์รัปชั่น โดยยังไม่มีทางออก ว่าจะทุบทิ้ง หรือสร้างต่อ วันนี้การก่อสร้างโรงพยาบาลสงขลา ในวงเงินหลายร้อยล้าน ก็ถูกทิ้งงานไปแล้วอีก 1 โครงการ และยังไม่มีข่าวคราว ว่าจะมีการหาผู้รับเหมา รายใหม่แล้วยัง ที่ สำคัญนอกจากผู้รับเหมา แล้ว จะเอาผิด ใครได้บ้าง….
@จับบุหรี่รายใหญ่ ใน จ.สงขลา เมื่อวันก่อน ที่ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ลงทุนลงแรง มาแถลงข่าวเอง เพราะต้องการเปิดโปง ว่ามีนักการเมือง ในสงขลา มีเอี่ยว ในการค้าบุหรี่เถื่อน แต่ไม่มีการเปิดโปง ว่า บุหรี่เถื่อนลอตนี้ เป็นของ พ.ต.อ. ระดับ รอง ผบก. คนหนึ่ง นี่เป็นการเลือกปฏิบัติ ที่หวังผลในการเลือกตั้ง แต่ไม่ต้องการที่จะขจัด เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ประพฤติมิชอบ บุหรี่หนีภาษีทั้งหมด มาจากเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย มาที่ ชายทะเลอำเภอปะเหลียน จ.ตรัง และ ขนส่งมาส่งให้ลูกค้า ที่ จ.สงขลา รถที่ขนส่งทั้ง 6 คน เป็นของใคร ชุดจับกุม รู้ทั้งเมือง …เช่นเดียวกับน้ำมันเถื่อน ที่ ชุดภัยแทรกซ้อน ของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 จับกุมที่โกดัง ใน อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ไม่ใช่เพิ่งทำ แต่ บังเหลก มีอาชีพ ค้าน้ำมันเถื่อน มานานเนกาเล แล้ว แต่ไม่ถูกจับกุม ครั้งนี้ที่ถูกจับกุม เพราะมีการเปลี่ยนชุดภัยแทรกซ้อน จึงยังเคลียร์ ไม่ลงตัว ไม่ เชื่อ วันนี้ ไปดูได้ว่าหลังถูกจับกุม มีการหยุด หรือดำเนินการต่อ ที่สำคัญ ปริมาณ น้ำมันที่จับได้กับที่ตรวจยึด ข่าวว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง และการค้าน้ำมันเถื่อน ในนครศรีธรรมราช ก็มี นักการเมือง เป็น แบ็คอัพ อยู่เบื้องหลัง…..
@มี ชาวบ้าน ที่ไปติดต่อราชการ ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง ฝากชมว่า ตั้งแต่ พ.ต.อ.สมปราช กรรณกานนท์ ย้ายไปทำหน้าที่ ผู้กำกับ ทำให้การให้บริหารประชาชน ของ เจ้าหน้าที่ตั้งแต่สิบเวร ยาม ประจำวัน และ พนักงานสอบสวน ให้ความใส่ใจ ในการทำหน้าที่ ที่ดีขึ้น สร้างความพึงพอใจ ให้กับประชาชน ที่ไปติดต่อราชการมากขึ้น เอ้า พล.ต.ต.เชาวลิตร เลี้ยงสุพงศ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง อย่าลืมให้ความดีความชอบ เพราะการมีลูกน้องดี ก็เป็นหน้าเป็นตา ของนายด้วย…..
@เที่ยวนี้โชว์ผลงาน เข้าตานาย สำหรับ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.ภ.จว.สตูล ช่วยราชการ”รอง ผบก. สืบสวนภาค 9 ที่ นำทีมนักสืบ ในพื้นที่ ติดตามคลี่คลายคดี ยิงกำนันยอง นายพะยอม สังข์ทอง ผู้สมัครนายก อบต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ได้ครบทั้งเซต ทั้งผู้รับงาน ที่เป็น นายก อบต.เกาะยอ จ.สงขลา และน้องชาย รวมทั้งมือปืน และคนขับรถ ก็ถือว่าเป็นนักสืบมือดี ที่เป็นลูกหม้อ ของภาค 9 ที่ในการพิจารณาความดีความชอบในปี 2569 น่าจะได้ติดยศนายพล ได้แล้ว…. แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัดสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
—————————————————————————————-
//////////////////////////////////////////////////////

นักเรียนรุ่นใหม่. นพพร หนูเพชร ปลัดจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดกิจกรรม โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ รุ่นที่ 1 ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ อ.เมือง จ.สตูล โดยมี สตอ.พงศ์คณิศร์ วิริยวรโชติ ขนส่งจังหวัด และคณาจารย์-นักเรียนร่วมกิจกรรม
///////////////////////////////////////////

ขอบคุณครับ. สรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ สส.เขต 1 สงขลา พรรคภูมิใจไทย ขึ้นรถแห่ เพื่อขอบคุณ ประชาชน เขต 1 อ.เมือง สงขลา ที่ลงคะแนนในการเลือกตั้ง จนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง
///////////////////////////////////////////

สานสัมพันธ์. ตัวแทนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เดินทางมาพบปะสานสัมพันธ์ กับ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ณ ร้านอาหารป่ายาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
////////////////////////////////////////////////

เพื่อเพื่อนมนุษย์. เฉลิมชัย ครุอำโพธ์ (เถ้าแก่หลี) ผู้บริหาร หจก.โรงโม่หินเขาบันไดนาง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ปริ้นเตอร์ มูลค่า 40,000 บาท ให้ รพ.สต.บ้านป่ายาง ต.ท่าช้าง .บางกล่ำ จ.สงขลา ที่ได้รับความเสียหายจาก อุทกภัย โดยมี นุชา ทิพย์มณี นายกเทศบาล ต.ท่าช้าง และ จักรพันธ์ ชูสุวรรณ์ พยาบาลวิชาชีพ รพ.สต.บ้านป่ายาง เป็นผู้รับมอบ
//////////////////////////////////////////////

รับเรื่องร้องเรียน. ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนประชาชนริมราง เขตเทศบาลนครสงขลา ที่อาศัยปลูกบ้านในที่ดินรถไฟ และถูกให้ออกจากพื้นที่จำนวน 3,000 ครัวเรือน เพื่อให้ รัฐบาล หาที่อยู่ใหม่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ณ สำนักงานประสานงาน สมาชิกวุฒิสภา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
//////////////////////////////////////////////////

หมอดินอาสา เจริญกิจ มีศิริ หมอดินประจำ ต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ร่วมงานวันหมอดินอาสา ซึ่งจัดโดย สำนักงานพัฒนาที่ดิน อ.เมือง จ.สงขลา
/////////////////////////////////////////////////

แบ่งปันจากใจ. ชมรม Tourism Challenge วิทยาลัยการโรงแรมและการท่องเที่ยว มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง นำคณาจารย์และนักศึกษาสาขาการท่องเที่ยวและการบริการ จัดโครงการ “แบ่งปันจากใจ เพื่ออนาคตช้างไทยที่ยั่งยืน” ณ โรงพยาบาลช้าง อ.คลองท่อม และวัดถ้ำปราสาทนาฬาคิริง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เพื่อเรียนรู้บทบาทของช้างในมิติการอนุรักษ์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว พร้อมร่วมกิจกรรมเยี่ยมช้างป่วยและมอบสิ่งของช่วยเหลือ สร้างจิตสำนึกด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแก่เยาวชน
///////////////////////////////////////////////////////////

เยียวยา. มูลนิธิกุศลสถานตรัง (บ้วนเต็กเซี่ยงตึ๊ง) ร่วมกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 14 จังหวัดภาคใต้ ลงพื้นที่มอบเงินเยียวยาผู้ประสบเหตุอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดตรัง จำนวน 4 หลังคาเรือน รวมเป็นเงิน 31,500 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุไฟไหม้บ้านเรือน โดยมีผู้แทนหน่วยงานราชการและเจ้าหน้าที่กู้ชีพ-กู้ภัยร่วมมอบความช่วยเหลือ
///////////////////////////////////////////////

เลี้ยงต้อนรับ. จังหวัดตรังจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะนางสาวไทย 2569 อย่างอบอุ่น ณ โรงแรมเรือรัษฎา อำเภอเมืองตรัง ในโอกาสเดินทางมาเก็บตัวทำกิจกรรมในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 10–16 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมภาครัฐและเอกชนร่วมให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนออัตลักษณ์ “เมืองคนช่างกิน” และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดตรังสู่สายตาสาธารณชน
////////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. อัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง จ.ยะลา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผบ.ร้อย ทพ.4709 ผกก.สภ.กาบัง รอง ผกก.สภ.กาบัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บัณฑิตอาสา กลุ่มแม่บ้าน ให้การต้อนรับ ก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา มาเป็นประธานในพิธีเปิดในงานตลาด ONE KABANG MARKET (PRE-RAMADAN Festival@กาบัง) ประจำปี 2569 เป็นตลาดวิธีพอเพียงสร้างรายได้ให้ชุมชน ณ สามแยกบ้านบังกานา อ.กาบัง จ.ยะลา
///////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะทำงานจาก สถาบันคลังสมองของชาติ (KNIT) ในโอกาสลงพื้นที่จัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group Discussion) เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จและเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานระดับโลก ณ ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา
/////////////////////////////////////////////

รับมอบ. กิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน จ.ยะลา รับมอบอินทผาลัม จาก ก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา เพื่อนำไปมอบให้กับผู้นำศาสนา อิหม่ามประจำมัสยิด ใช้ในการประกอบศาสนกิจในห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างส่วนราชการกับผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา
//////////////////////////////////////////////////

วันสถาปนา. กองเอก พาตีเมาะ สะดียามู ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ปีที่ 72 อย่างสมเกียรติ พร้อมกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณ อ่านสารของผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน และมอบโล่รางวัล ทุนการศึกษา เสริมขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคง ประจำปี 2569 ณ ลานศิลปวัฒนธรรม หน้าศาลากลางปัตตานี
////////////////////////////////////////////

ส่งเสริมคุณธรรม. บุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เข้าร่วมโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมข้าราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้กิจกรรม “วันธรรมสวนะ” เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการและบุคลากรยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม และนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน ณ วัดสวนใหม่ ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา
////////////////////////////////////////////

มอบเงินสวัสดิการ, เจริญกิจ มีศิริ ผู้สื่อข่าว เดลินิวส์ จ.สงขลา เป็นตัวแทน ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย มอบเงินสวัสดิการให้ ครอบครัวของ อิทธิพลชัย (โก๋ ปากพนัง) บรรณาธิการ นสพ.ใต้สันติสุข ที่ถึงแก่กรรม ณ วัดชะแล้ อ.สิงหนคร จ.สงขลา
/////////////////////////////////////////////////



