โรคฟันผุยังพบมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในคนไข้ที่ดูแลสุขภาพฟันไม่ดีพอ การให้ยาปฏิชีวนะก่อนทำฟันเป็นมาตราการที่สำคัญในการป้องกันการติดเชื้อจากเชื้อโรคในฟันและช่องปากเข้าสู่กระแสโลหิต การติดเชื้อของลิ้นหัวใจเทียมจากแบคทีเรียในช่องปากอาจเกิดได้ตลอดชีวิตคนไข้ คนไข้สูงวัยที่ไม่มีฟันเหลือก็จะไม่มีความเสี่ยงนี้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังไปตลอด การติดเชื้อมักเป็นตรงไหมเย็บเนื้อเยื่อของหัวใจกับลิ้นเทียม เชื้อโรคจะทำลายเนื้อเยื่อหัวใจ ทำให้เกิดการรั่วข้าง ๆ ลิ้นหัวใจเทียม อาจรุนแรงจนเกิดหัวใจวายและต้องการรักษาโดยการผ่าตัดเร่งด่วน ในระยะแรกคนไข้อาจมีแค่ไข้ต่ำๆ เป็นๆหายๆ จนกระทั่งเกิดการทำลายเนื้อเยื่อมาก ลิ้นหัวใจรั่วรุนแรง ก็จะมีอาการเหนื่อยง่าย นอนราบไม่ได้ ไอเป็นเสมหะปนเลือด คนไข้ที่มีลิ้นหัวใจเทียมมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อลิ้นหัวใจเทียมตลอดชีวิต คนที่เปลี่ยนลิ้นหัวใจจำเป็นต้องรักษาสุขภาพในช่องปากให้ดีไปตลอด การติดเชื้อถ้าไม่รุนแรงอาจดีขึ้นด้วยการให้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์ แต่ถ้าติดเชื้อรุนแรงเกิดการรั่วข้างลิ้นหัวใจเทียม (paravalvular leakage) มักต้องการการผ่าตัด อาจต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมใหม่ หรืออาจใช้ลิ้นหัวใจของคนที่ได้รับบริจาคโดยเฉพาะลิ้นแอออร์ติค (homograft)

ในทรวงอกส่วนที่มีแขนงไปเลี้ยงสมอง
ผู้ป่วยชายไทยอายุ 75 ปี เมื่อ 20 ปีก่อนมีอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน พบว่าเป็นโรคเลือดเซาะในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ (acute type A aortic dissection) ได้รับการผ่าตัดฉุกเฉินเปลี่ยนหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนต้น คนไข้ฟื้นตัวดีไม่มีปัญหาแทรกซ้อน 12 ปีต่อมาอาการเสียงแหบ กลืนไม่ได้ และเจ็บหน้าอก พบว่าเกิดจากหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนขาลงส่วนต้น (descending aorta) โป่งพองไปกดเส้นประสาทไปเลี้ยงสายเสียงด้านซ้าย คนไข้ได้รับการรักษาโดยใช้ขดลวดหุ้มหลอดเลือดเทียมสอดเข้าไปในหลอดเลือดเทียมเดิมโดยใช้ขดลวดหุ้มหลอดเลือดเทียมแขนงนำเลือดไปเลี้ยงสมองฉีกขวาและทำทางเบี่ยงจากหลอดเลือดที่คอด้านขวาไปด้านซ้ายและไปที่แขนซ้าย (chimney innominate artery with TEVAR ) คนไข้อาการดีขึ้น เสียงแหบหายเป็นปกติ กลืนอาหารได้ คนไข้สบายดีจนกระทั่ง 1 เดือนก่อนหน้านี้มีไข้ต่ำ ๆ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด คนไข้มีปัญหาฟันผุ ต่อมามีอาการเหนื่อยง่ายจนนอนราบไม่ได้ นอนแล้วมีอาการไอมาก ตรวจด้วยเครื่องสะท้อนคลื่นเสียงหัวใจพบว่าลิ้นแอออร์ติดและลิ้นไมตรัลรั่วทั้งสองลิ้น โดยเฉพาะลิ้นแอออร์ติครั่วรุนแรง เพาะเชื้อในเลือดพบแบคทีเรีย streptococcus ได้ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลีอดดำ อาการไข้ดีขึ้น แต่อาการเหนื่อยเป็นมากขึ้น จึงต้องผ่าตัดโดยเปิดแผลผ่าตัดกลางหน้าอกอีกครั้ง เปลี่ยนลิ้นหัวใจสองลิ้นด้วยลิ้นเนื้อเยื่อ เปลี่ยนหลอดเลือดเทียม และขดลวดหุ้มหลอดเลือดเทียม ด้วยหลอดเลือดเทียมอันใหม่ และต่อหลอดเลือดเทียมไปหลอดเลือดเลี้ยงสมองฉีกขวาเข้ากับหลอดเลือดเทียมหลัก คนไข้ฟื้นตัวดีหลังผ่าตัดและให้ยาปฏิชีวนะครบ 6 สัปดาห์ ต่อมาพบมีการรั่วข้างๆลิ้นแอออร์ติคเทียมรักษาโดยใช้สายสวนอุดรอยรั่วได้สำเร็จ อาการดีขึ้นหายเหนื่อย และออกกำลังกายได้ ไม่มีไข้อีกต่อไป

คนไข้ที่ฟันผุมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสโลหิตซึ่งเชื้อโรคอาจกระจายไปทั่วร่างกายและเกิดการติดเชื้อของลิ้นหัวใจได้ โดยเฉพาะลิ้นหัวใจที่ไม่ปกติมาก่อนเช่นเป็นโรคลิ้นหัวใจไข้รูมาติคทำให้มีการอักเสบของลิ้นหัวใจ แม้ไม่มีอาการจากการตีบหรือรั่วของลิ้น การติดเชื้อมักทำลายเนื้อเยื่อลิ้นหัวใจเกิดโรคลิ้นหัวใจรั่ว มีอาการหัวใจวาย หรือเกิดก้อนเชื้อโรคเกาะลิ้นหัวใจซึ่งอาจหลุดไปอุดเส้นเลือดแดง (ลิ้นหัวใจซีกซ้าย) หรือเส้นเลือดแดงของปอด (ลิ้นหัวใจซีกขวา) ทำให้มีอาการเช่นอัมพาต ลำไส้เน่าจากการขาดเลือด ขาขาดเลือดเกิดเนื้อตายที่เท้าหรือขา หรือเกิดเป็นฝีในปอด คนไข้ที่รู้ว่าลิ้นหัวใจผิดปกติ การขูดหินปูนหรือถอนฟันควรรับประทานยาปฏิชีวนะก่อนเพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสโลหิต หลอดเลีอดเทียมไม่ค่อยมีปัญหาติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ลิ้นหัวใจเทียมไม่ว่าลิ้นเนื้อเยื่อหรือลิ้นโลหะจะติดเชื้อแบคทีเรียได้ การจะทำฟันจึงต้องป้องกันการติดเชื้อด้วยยาปฏิชีวนะก่อน
ข้อมูลจาก นายแพทย์ กิตติชัย เหลืองทวีบุญ ศัลยศาสตร์หลอดเลือดและทรวงอก โรงพยาบาลพญาไท 2
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์



