การเป็นผู้ตัดสินหญิงในฟุตบอลชาย เราต้องพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะเกมของผู้ชายจะไวกว่าเกมของผู้หญิงมาก และมีลูกเล่นแท็คติกเยอะ ทำให้เราต้องทำงาน ต้องฝึกซ้อมให้หนักมากขึ้น เพื่อให้ทันเกม” เสียงของ “ชญานุตม์ ไชยเลิศ” หรือที่แฟนคลับฟุตบอลไทยรู้จักในชื่อ “เปาแพน” ผู้ตัดสินสาวภายใต้สังกัด สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่าความแตกต่างนี้ให้ฟัง โดยปัจจุบันเธอทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินฟุตบอลไทยลีก 3

ทั้งนี้ เธอเล่าประวัติชีวิตให้ฟังว่า พื้นเพเป็นคน จ.เชียงราย ใช้ชีวิตเติบโตอยู่บ้านเกิดมาตั้งแต่เด็ก โดยเธอเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ส่วนเรื่องการศึกษาเธอเรียนที่โรงเรียนในเชียงรายตั้งแต่ประถมฯ จนถึงมัธยมปลาย พอถึงระดับปริญญาตรี ก็เลือกเรียนต่อสาขาวิชาพลศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย…ด้วยความชอบเล่นกีฬา และเล่นกีฬาเทควันโดมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งมีความฝันอยากเป็นครูพละด้วย จึงเลือกที่จะเรียนทางด้านนี้” เปาแพนเล่าเรื่องนี้

พร้อมบอกอีกว่า หลังจากเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย กลายเป็นว่าเธอไม่ได้กลับไปเล่นกีฬาเทควันโดอีกเลย แต่กลายเป็นมาชื่นชอบดูฟุตบอลมาก จะเข้าไปดูเกมฟุตบอลบ่อย ๆ โดยมีทีมที่ชอบคือ เชียร์ทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านเกิดนั่นเอง และจากเด็กสาวที่ชอบดูฟุตบอล เธอเองก็ไม่เคยคิดว่าจะนำชีวิตของเธอมาสู่อาชีพผู้ตัดสินฟุตบอลได้อย่างเช่นวันนี้

แรงบันดาลใจที่สนใจเป็นผู้ตัดสินฟุตบอล เกิดจากที่เราเป็นคนชอบดูฟุตบอลอยู่แล้ว แต่เวลาเราดูฟุตบอลในสนามทุกครั้งเราก็มักจะมองเรื่องของกฎกติกา และสงสัยกับอยากเรียนรู้ว่า ผู้ตัดสินต้องดูยังไง? ตัดสินยังไง? เวลามีการทำฟาวล์ของนักฟุตบอล แต่สิ่งที่จุดประกายหลัก ๆ เลยก็คือการได้เห็นผู้หญิงลงทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน ที่เรามองว่าเท่มาก จึงสนใจอยากที่จะเป็นบ้าง” เปาแพนเล่าเรื่องนี้พร้อมรอยยิ้ม

ก่อนที่เธอจะเล่าถึง “เส้นทางสู่อาชีพผู้ตัดสินฟุตบอล” ว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยปี 1 เทอม 2 โดยวันหนึ่งเธอออกไปวิ่งออกกำลังกาย แล้วบังเอิญได้พบกับ “ส้มทัศนีย์ เขื่อนเพชร” ซึ่งเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลหญิงของ จ.เชียงราย และเป็นไอดอลของเธอด้วย จึงพูดคุยสอบถามกับพี่ส้ม ซึ่งพี่ส้มจึงได้แนะนำให้ไปที่ชมรมผู้ตัดสินฟุตบอล จ.เชียงราย พร้อมช่วยสอนและแนะนำว่า ต้องเริ่มยังไง ทำยังไง หลังจากนั้นก็ได้เจอกับ “สมเจตน์ กาชัย” ซึ่งเป็นครูอีกคนที่สอนการเป็นผู้ตัดสินฟุตบอล และชี้ทางให้เธอไปอบรมการเป็นผู้ตัดสินจริงจัง

ในลุค “คุณครูแพน” ของเด็ก ๆ

หลังจากนั้นเธอก็เริ่มอบรมการเป็นผู้ตัดสินฟุตบอล โดยมีครูและพี่ ๆ คอยสอนและให้คำแนะนำ ทั้งเรื่องของกติกาการแข่งขัน วิธีการตัดสิน โดยหลังจากได้อบรมและเรียนรู้อยู่ระยะหนึ่งเธอก็มีโอกาสได้ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินเกมฟุตบอลครั้งแรก เป็นฟุตบอล 7 คน ส่วนการแข่งขันฟุตบอล 11 คนนั้น เธอก็ได้ทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 4 บ้างบางครั้ง ต่อมาหลังจากที่เธอได้เรียนรู้เพิ่มและฝึกอบรมการเป็นผู้ตัดสินอยู่ 1 ปี ก็เป็นจังหวะพอดีกับที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกผู้ตัดสิน เธอจึงไปสมัครสอบ และก็สามารถสอบผ่านได้เป็นผู้ตัดสินของสมาคมฯ โดยได้มีโอกาสทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสิน การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 3 เริ่มจากเป็นผู้ตัดสินที่ 4 คือเจ้าหน้าที่ผู้ตัดสินที่ช่วยเหลือผู้ตัดสินหลัก โดยหน้าที่ของผู้ตัดสินที่ 4 คือ ทำหน้าที่จัดการธุรการ การเปลี่ยนตัวนักเตะ ตรวจสอบอุปกรณ์และดูแลความเรียบร้อยข้างสนาม ซึ่งปัจจุบันเธออัปเกรดขึ้นทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ที่เรียกว่า “ไลน์แมน” หรือ “ผู้กำกับเส้น” สลับกับการเป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 4 ด้วย

มาด “ผู้ตัดสิน” เข้มแต่ก็น่ารัก

ครั้งแรกที่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินในเกม ยอมรับเลยว่าตื่นเต้นและกดดันมาก เพราะเป็นแมตช์ที่สำคัญสำหรับเรา ไม่อยากให้ผิดพลาด ซึ่งกว่าจะคุมอารมณ์ตัวเองได้ ก็ใช้เวลาพอสมควร โชคดีได้กำลังใจจากครูและพี่ ๆ ทุกคน ซึ่งความกดดันทั้งจากกองเชียร์ และสถานการณ์ในสนาม คือบททดสอบชั้นดี ทุกวันนี้เริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น ก็เริ่มจัดการแรงกดดันได้ดีขึ้น ทำให้ความรู้สึกตื่นเต้นลดน้อยลง” เปาแพนพูดถึง “แมตช์แรกที่ทำหน้าที่” พร้อมกับพูดถึง “ประสบการณ์ในสนาม” ที่ช่วยทำให้เธอเก่งและแกร่งขึ้น

นอกจากนี้เธอยังพูดถึงการเป็นผู้ตัดสินผู้หญิงในเกมฟุตบอลผู้ชายว่า ฟุตบอลชายมีความไว มีลูกเล่นเยอะ ทำให้ต้องเตรียมความพร้อมร่างกายตัวเองให้ดี ต้องทำการบ้านหนักกว่าปกติ เช่น ต้องฝึกวิ่งระยะไกล ฝึกการสปรินต์ เพราะเมื่อทำหน้าที่ในสนามผู้ตัดสินต้องพร้อม ต้องตามเกมให้ทัน เพื่อไม่ให้พลาด ที่สำคัญการซ้อมยังช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บด้วย

ลงตัดสินแมตช์หนูน้อย

ทั้งนี้ นอกจาก “อาชีพผู้ตัดสินฟุตบอล” แล้ว เปาแพน ยังมีอีกหนึ่งบทบาทคือ “ครูพละ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เธออยากเป็นมาตั้งแต่เด็ก โดยหลังเรียนจบปริญญาตรี ก็ได้ทำหน้าที่เป็นครูพละประจำอยู่ที่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กป่าซาง

วันธรรมดาก็เป็นครูแพนของเด็ก ๆ ส่วนวันหยุด เสาร์อาทิตย์ ก็เป็นเปาแพนของนักฟุตบอล”เธอบอก

ก่อนจบบทสนทนา “เปาแพน-ชญานุตม์” ผู้ตัดสินฟุตบอลสาว พูดถึง “เป้าหมายชีวิต” ว่า ไม่ว่าจะบทบาทผู้ตัดสินฟุตบอล หรืออาชีพครู ก็เป็นสิ่งที่เธอชอบและรักทั้งคู่ แต่หากถามถึงเป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้ จริง ๆ คือ อยากสอบบรรจุครูให้ได้ ส่วนการเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลก็ไม่คิดที่จะทิ้งอยู่แล้ว… “ตอนนี้เรื่องการเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลยังไม่ได้มองสูงขึ้นไปกว่านี้…ขอแค่ทำให้ดีที่สุดตอนนี้ก็พอ”.

ทริคเชิ้ตดำ’ ฉบับ ‘เปาแพน’

เปาแพนชญานุตม์ ไชยเลิศ” ยังบอกเล่าไว้ด้วยว่า วันนี้ที่เธอสามารถทำหน้าที่ “ผู้ตัดสินฟุตบอล” ได้ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจาก “ความมุ่งมั่นความพยายาม” ที่พาเธอมาถึงจุดที่ได้รับการยอมรับจากคนในวงการ โดยเธอได้ให้คำแนะนำถึงสาว ๆ ที่อยากเป็น “ผู้ตัดสินฟุตบอล” เช่นเดียวกับเธอว่า เส้นทางผู้ตัดสินไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องเพศ ทุกอย่างขึ้นกับตัวเรา ขอแค่มุ่งมั่นตั้งใจ ที่สำคัญคือ “ต้องมีวินัย” ซึ่งแม้ผู้ตัดสินฟุตบอลจะไม่ใช่นักกีฬา แต่ความพร้อมร่างกายก็สำคัญ จึงจำเป็นต้องฝึกซ้อมร่างกายอย่างมีวินัยไม่ต่างจากนักกีฬา

อย่างเราเองทุกวันนี้ ต้องฝึกวิ่ง ฝึกสปรินต์ และต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมตลอดเวลา เพราะเวลาวิ่งไลน์หรือทำหน้าที่ผู้กำกับเส้นจะต้องวิ่งตลอด เพื่อให้ทันเกม ที่สำคัญเพื่อลดอาการบาดเจ็บระหว่างเกมด้วย ส่วนที่เหลือคือ ต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องศึกษาเรียนรู้กฎกติกาเพิ่มเติมให้มากขึ้นอยู่ตลอด เพื่อให้แม่นเรื่องกฎกติกา”.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน