กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่เคารพ

ผมอายุ 58 ปี แต่งงานแล้ว อยู่กินกับภรรยามาเป็นเวลา 20 กว่าปีได้ ตอนหนุ่ม ๆ ไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพอนามัยเลยเพราะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเกือบทุกวันด้วยการวิ่ง และเดินเร็ว ๆ พร้อมกับออกกำลังกายบริหารส่วนต่าง ๆ วันละอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง และไม่ทานอาหารหวาน มัน ปกติเป็นคนอารมณ์ดี เป็นที่รักชอบของเพื่อน ๆ ร่วมงาน แต่ช่วงหลัง ๆ เริ่มสังเกตว่ามักจะมีอารมณ์หงุดหงิด บ้างก็ซึมเศร้า จึงมีเรื่องให้ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานอยู่บ่อยครั้ง มีปัญหาทั้งที่ทำงานรวมถึงที่บ้านกับภรรยาด้วย โดยเฉพาะเรื่องสมรรถภาพทางเพศที่ความต้องการลดลงไปอย่างมากไม่เหมือนกับตอนวัยหนุ่มเลย เมื่อก่อนนี้ผมมีความต้องการทางเพศได้เกือบจะทุกวัน เมื่อมีปัญหาก็ถามเพื่อนและเพื่อนก็แนะนำให้ไปหาซื้อยาฮอร์โมนเพศชายมาเสริมรูปแบบรับประทาน จึงอยากเรียนถามคุณหมอ ดร.โอ ว่าอาการที่ผมกำลังเป็นอยู่ขณะนี้เกิดจากอะไร และยาเสริมฮอร์โมนรูปแบบรับประทาน ที่เพื่อนแนะนำให้นั้นจะสามารถช่วยแก้ปัญหาให้ผมได้ไหม และสามารถกินยาชนิดนี้ต่อเนื่องได้ไหม

ด้วยความเคารพ
อำนวย 58

ตอบ อำนวย 58
จากอาการที่คุณเล่ามานั้นเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย โดยธรรมชาติของผู้ชายความต้องการทางเพศจะลดลงตามอายุที่มากขึ้น สาเหตุมาจากเมื่ออายุมากขึ้น ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนจะเริ่มลดลง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป แต่การลดลงจะไม่ได้ลดลงแบบรวดเร็ว จะเป็นการลดลงทีละน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน เมื่อเริ่มลดลงจะมีผลทำให้อารมณ์ซึมเศร้า ฉุนเฉียว หลงลืมง่าย ความต้องการทางเพศและการแข็งตัวของอวัยวะเพศถดถอยลงเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีผลต่อระบบกระดูกทั่วร่างกาย หากปล่อยปละละเลยปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติก็จะพบว่าจะเกิดการผุกร่อนของกระดูกภายในเวลา 10 ปี จะเดินหลังโก่ง ขางอทั้งสองข้าง อารมณ์หงุดหงิด มองโลกในแง่ร้าย บางครั้งไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธได้

การรักษาควรเข้าปรึกษาแพทย์ สำหรับยาฮอร์โมนเพศชายเสริมในรูปแบบรับประทานนั้น มีผลการศึกษาว่ามีประโยชน์ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น ไขมันในร่างกายลดลง มวลกระดูกเพิ่มมากขึ้น สุขภาพจิตใจดีขึ้น และเพศสัมพันธ์แข็งแรงมากขึ้น จากการศึกษาของ LOUIS J.G.GOOREN และ JUNGWIRTH (2007) กล่าวว่า การรับประทานยาฮอร์โมนเพศชายเสริม ไม่มีผลต่อเอนไซม์ตับและไม่มีผลต่อการทำงานของตับ และไม่ทำให้ค่าพีเอสเอ (PSA) เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ซื้อยาใช้เองเพราะอันตรายอย่างมาก ก่อนใช้ควรได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์อย่างละเอียด โดยตรวจค่าเทสโทสเตอโรนและค่าพีเอสเอ คู่กันไปเสมอ หากค่าพีเอสเอสูงก็ห้ามเพิ่มฮอร์โมนชายระยะหนึ่งโดยการตรวจแยกโรคมะเร็งต่อมลูกหมากก่อน ดังนั้นขณะที่ใช้ก็ควรมีการติดตามและตรวจวัดค่าฮอร์โมนเพศชายและค่าพีเอสเอร่วมด้วยเป็นระยะ ๆ.

……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51