ไม่รู้เชื่อ “นายแบกพรรคส้ม” ที่มาในคราบนักวิชาการหรือเปล่า “พรรคประชาชน” เลยตัดสินใจส่ง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำพรรค ลงชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หลังก่อนหน้านั้น มักออกมาพูด จะไม่ขอตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคที่ได้เสียงมาเป็นลำดับ 1 ซึ่งก็คือ “ภูมิใจไทย” ที่ได้ 191 ที่นั่ง ส่วนพรรคส้มได้ 120 ที่นั่ง
“น.ส.ภคมน หนุนอนันต์” รองโฆษกพรรคประชาชนกล่าวถึงผลการประชุมพรรคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม มีมติส่งรายชื่อ ชิงตำแหน่งประธานสภา และส่งนายณัฐพงษ์ ชิงตำแหน่งนายกฯ เพราะเป็นการยืนยันว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1
โดยก่อนการลงมติ จะมีการแสดงวิสัยทัศน์ เป็นการเปรียบเทียบให้ประชาชนเห็นว่า สิ่งที่พี่น้องประชาชนควรจะได้ จากตำแหน่งที่สำคัญ ควรจะเป็นอย่างไร
ก่อนหน้านักวิชาการหางส้ม เปิดสูตรการตั้งรัฐบาล ส้ม แดง เขียว ร่วมกัน เมื่อรวมเสียง พรรคประชาชน 120 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 74 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 58 ที่นั่ง เท่ากับ 252 เสียง นั่นหมายความว่า พรรคส้มจะพลิกขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาลทันที ยังไม่รวม พรรคประชาธิปัตย์ อีก 21 เสียง เพียงแต่ว่า พรรคส้มเคยประกาศไม่ร่วมงานกับ พรรคกล้าธรรม
วิสัยทัศน์ เพื่อหวังข่ม “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ปิดดีลในการจัดตั้งรัฐบาลไปแล้ว 291 เสียง หลังเคยตัดสินใจยกมือ หนุน ผู้นำพรรคสีน้ำเงิน ให้เข้ามาเป็นนายกฯ จนทำให้ต้องพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง
งานนี้ต้องวัดใจ “พรรคเพื่อไทย” จะยอมพลิกขั้วหรือไม่ เพราะการเมือง ไม่มีอะไรแน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ตลอด หรือจะอ้างการเลือกตั้ง ที่ผ่านมามีปัญหา แต่ก็มีเพียงพรรคส้ม เท่านั้น ที่ออกมาตั้งข้อสังเกต ส่วนพรรคการเมืองต่าง ๆ ส่วนใหญ่ยอมรับ กระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป้าหมายของพรรคประชาชนคือ คงหวังเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และ ขอยุบสภา เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง
ขณะที่ประเทศไทยกำลังต้องการ รัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม เข้ามาบริหารประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลาง “สหรัฐ–อิสราเอล” สู้รบกับ “อิหร่าน” จนทำให้โลกได้รับผลกระทบ รวมทั้งประเทศ ไทย จากปัญหาเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากมีการเลือกตั้งใหม่ ประชาชนจะได้รับผลกระทบ ถ้าต้อง รอคอยรัฐบาลชุดใหม่ เข้ามาแก้ปัญหา
ที่น่าสนใจท่าทีของ พรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อถูกถามถึงการลงมติของ สส.พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นไปในทางเดียวกับ พรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือไม่ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคฯ กล่าวว่า คงไม่เพราะการลงมติเป็น สิทธิของแต่ละพรรค เช่น การโหวตเลือกประธานสภา
“เราไม่ได้หารือกับพรรคใด เรามีมติจากที่ประชุม สส. ของเราเองให้งดออกเสียง ส่วนการโหวตร่างกฎหมายในอนาคตนั้น ถ้ากฎหมายใดเป็น สิ่งที่มีประโยชน์ กับประชาชน เราก็พร้อมให้ ความร่วมมือกับทุกฝ่าย จับท่าทีพรรคสีฟ้า แม้จะมีเพียง 21 เสียง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นลูกไล่พรรคสีส้ม
อีกทั้ง “นายณัฐพงษ์” ก็มีชนักติดหลัง กรณี ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด จากการลงชื่อเสนอแก้ไขมาตรา 112 หากส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกา และ ศาลประทับรับฟ้อง ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
นั่นหมายความว่า ยังเล่นการเมือง อ่อนหัดเหมือนเดิม คงไปหลงเชื่อบรรดานายแบกพรรคส้ม นั่นหมายความว่า การพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ไม่ได้ทำให้ “เท้ง” ฉลาดมากขึ้น กว่าเดิม.
“เขื่อนขันธ์”



