ไม่ใช่เรื่องตลกผิดที่ผิดเวลา เหมือนที่บางคนพูด! ประเด็นข้อเสนอที่ตรงไปตรงมาของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่ เสนอให้รื้อระบบสวัสดิการ สส. ใหม่ ยกเลิกอาหารกลางวันฟรีในสภา ล่าสุดยังออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom ระบุหัวข้อ “ลดผู้ช่วย สส.” เขียนบรรยายเอาไว้น่าสนใจ ถ้าเราช่วยกันประหยัด ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาน้ำมัน ข้าวของต่าง ๆ แพงขึ้น อย่าเอื้อประโยชน์นักการเมืองมากเกินไป
ถ้าเราลดผู้ช่วย สส.เหลือสัก 3 คน เราจะประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ถึง ปีละ 540 ล้านบาท ถ้า 1 สมัย 4 ปี เงินก้อนนี้เราสามารถประหยัดได้สูงถึง 2,160 ล้านบาท เงินพวกนี้มันมากพอที่จะไปดูแลผู้สูงอายุ ดูแลอาหารนักเรียน หรือแม้แต่ดูแลสวัสดิการพี่น้องทหารที่ชายแดน มาช่วยกันเพื่อให้ปรับลดจาก 8 คนเหลือ 3 คนจริง ๆ!!
เรียกว่าทิ้งบอมบ์ ในช่วงสัปดาห์กำลังจะได้เห็นโฉมหน้าค่าตาของ ครม.อนุทิน สมัยที่ 2 กันเลยทีเดียว
ท่ามกลางกระแสลมทางเศรษฐกิจพัดแรงเกินต้านทาน ผลพวงวิกฤติสงครามในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐ-อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพ นายกฯ อนุทิน ต้องออกคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
ตอนนี้แนวโน้ม ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็กำลังเริ่มขยับตาม ในวันที่ชาวบ้านต้องรัดเข็มขัดก็อยากเห็นสปิริตของบรรดาผู้แทนราษฎรในสภาอันทรงเกียรติ จะยอมลดความฟุ่มเฟือยลงบ้างหรือไม่ การสลัดภาพอภิสิทธิ์ชนข้อเสนอของหมอวรงค์นับเป็นจุดเริ่มต้นที่มาถูกที่ถูกเวลาในยามประเทศชาติกำลังเกิดวิกฤติ ปัจจุบันงบอาหาร สส. ตกคนละประมาณ 800-1,000 บาทต่อวันประชุม (รวม 3 มื้อและของว่าง) แต่ งบอาหารกลางวัน เด็กนักเรียน โรงเรียนขยายโอกาสทั่วประเทศ กว่า 7 พันแห่ง อัตราเฉลี่ย 22-36 บาทต่อคนต่อวัน ความห่างชั้นคือภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนที่สุด
ขณะเดียวกัน สส. 1 คน มีโควตาแต่งตั้งผู้ช่วยได้มากถึง 8 คน ใช้งบเงินเดือนรวมกันกว่า 1.3-1.5 แสนบาทต่อเดือนต่อ สส. 1 คน หากลดเหลือ 3 คนตามข้อเสนอได้จริง ๆ นอกจากจะช่วยประหยัดงบแผ่นดินได้มหาศาล ที่สำคัญยังอาจจะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์จากข้าราชการการเมืองอาชีพ มาเป็นการอาสาเข้ามาทำงานในระยะเวลาที่จำกัด
สิ่งที่น่าสนใจคือปฏิกิริยาของนายกรัฐมนตรีที่ออกมาขานรับว่า เห็นด้วยเกือบทั้งหมด โดยมองว่าหลายอย่างมันรุงรัง เกินไป ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยประสานงานแทนคนได้แล้ว การมีผู้ช่วยถึง 8 คนอาจกลายเป็นเพียง “ระบบตอบแทน” มากกว่าการทำงานจริง
ในวันที่รัฐบาลใหม่กำลังจะเริ่มต้นทำงาน การแสดงความรับผิดชอบต่อภาษีเพียงเล็กน้อย เช่น การลดงบอาหาร หรือตัดลดผู้ช่วย สส. ที่เกินความจำเป็น จึงไม่ใช่เรื่องตลกผิดที่ผิดเวลา แต่อาจเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมทุกข์ร่วมสุข ยิ่งยามภาวะวิกฤติชาติ น้ำมันขาดแคลน บ้านเมืองกำลังข้าวยากหมากแพง จึงเป็นการถามหาสปิริตนักการเมืองให้ยอมสละเอกสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นออกไปบ้างไม่ได้เชียวหรือ
บทเรียนราคาแพง นักการเมืองกินหรูอยู่สุขสบาย แต่ชาวบ้านเดือดร้อนทนไม่ไหว ลุกฮือขึ้นมาเผาทำลายบ้านนักการเมือง-รัฐมนตรีเพิ่งจะเกิดขึ้นในอินโดนีเซียและเนปาล อาจจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป!!.
เชิงผา



