พร้อมนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)  ชุดใหม่ พิจารณาเห็นชอบอนุมัติก่อสร้างโครงการประมาณเดือนก.ค.ปีนี้(2569) สำหรับ ท่าอากาศยานบึงกาฬ จ.บึงกาฬ   สนามบินใหม่ล่าสุดลำดับที่ 30 ของกรมท่าอากาศยาน(ทย.)  และลำดับ 40  ของประเทศไทย

ขณะนี้ กรมท่าอากาศยาน รอมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ  ของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(กก.วล.) อย่างเป็นทางการก่อน เพื่อรวบรวมข้อมูล และเสนอโครงการฯ ให้กระทรวงคมนาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการฯ ได้

คาดว่าจะนำเสนอช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.2569 หาก ครม. เห็นชอบ จะเข้าสู่ขั้นตอนการสำรวจอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2570 เพื่อเวนคืนที่ดินสำหรับก่อสร้างต่อไป โดยยังคงแผนงานเดิมที่ปรับล่าสุด  ใช้เวลาช่วงปี 2571-2572 จ่ายค่าทดแทนที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ พร้อมเปิดประกวดราคา(ประมูล) หาผู้รับจ้างโครงการฯ  เริ่มก่อสร้างปี 2572 และเปิดบริการปี 2575

รองรับผู้โดยสารได้ 600 คนต่อชม.คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร และเที่ยวบินในปีแรกของการเปิดบริการ  149,172 คนต่อปี  1,244 เที่ยวบินต่อปี เฉลี่ย 4 เที่ยวบินต่อวัน

เพิ่มทางเลือกการเดินทาง อำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทางอากาศใน จ. บึงกาฬ  พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สนับสนุนการท่องเที่ยว เชื่อมโยงจากทะเลจีนใต้ (เวียดนาม – สปป.ลาว – ไทย – เมียนมา) ออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว จ. บึงกาฬ

ท่าอากาศยานบึงกาฬ ปักหมุดก่อสร้างในพื้นที่ ต.โป่งเปือย อ.โซ่พิสัย และ ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ   4,400 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ส่วนที่ไม่ใช่เขตการบิน (landside) 2,542 ไร่  และพื้นที่เขตการบิน (airside) 1,858 ไร่ มีความยาวทางวิ่ง(รันเวย์) 45X2,990 เมตร วงเงินลงทุนประมาณ 8,196 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าชดเชยอสังหาริมทรัพย์ 798 ล้านบาท (เวนคืนพื้นที่ 4,400 ไร่) ค่าก่อสร้าง 7,095 ล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้าง 303 ล้านบาท

การออกแบบอาคารที่พักผู้โดยสาร ประมาณ 2 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) ทย. เน้นย้ำความเป็นอัตลักษณ์ และวัฒนธรรมของพื้นที่ ชูจุดเด่นสถานที่ท่องเที่ยว โดยนำลักษณะเด่นของ หินสามวาฬ” จุดท่องเที่ยว Unseen ของไทย มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบอาคารที่พักผู้โดยสาร เน้นที่รูปทรงหลังคา และการวางตัวอาคารที่เรียงตัวกัน 3 ก้อน 

ส่วนการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน ระดับฝ้าเพดาน และพื้นที่โถง ได้แนวคิดมาจากภูทอก(ภูเขาหินทราย) เพื่อให้ความรู้สึกถึงความสูงชัน และธรรมชาติ ผสานเส้นสายที่โค้งมนพริ้วไหวของพญานาค มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอาคาร รวมทั้งนำลวดลายผ้าพื้นเมืองบึงกาฬ ลายหมากเบ็ง” มาประยุกต์ใช้ในการตกแต่งผนัง และองค์ประกอบภายในอาคารที่พักผู้โดยสารด้วย

ส่วนโทนสีนำสีม่วง-ขาว สีประจำ จ.บึงกาฬ และสีโทนน้ำตาลสลับเขียว ที่ปรากฏบนสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติของ จ.บึงกาฬ ลำน้ำโขง หินสามวาฬ และป่าธรรมชาติ ประมาณ 15-30% เพื่อใช้เน้นจุดที่เหมาะสม อาทิ เฟอร์นิเจอร์ ฝ้าเพดาน ตัดกับสีพื้นฐานงานสถาปัตยกรรมทั่วไปที่เป็นสีโทน ดำ เทา และขาว.

ท่าอากาศยานบึงกาฬ จะอยู่ห่างตัวเมืองบึงกาฬ และสะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว แห่งที่ 5 ประมาณ 12 กม.ห่างท่าอากาศยานอุดรธานี 194 กม. ห่างท่าอากาศยานสกลนคร 190 กม. และห่างท่าอากาศยานนครพนม 188 กม. ใช้เวลาเดินทางจากจ.บึงกาฬถึงท่าอากาศยานเหล่านี้ไม่น้อยกว่า 3 ชม.       

กรมท่าอากาศยาน ศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างโครงการเมื่อปี  2564  มีอัตราตอบแทนทางเศรษฐกิจ (Economic Internal Rate of Return : EIRR) 12.66%และมีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (Benefit–Cost Ratio : B/C) เท่ากับ 1.07  มีความเหมาะสม  จึงออกแบบรายละเอียดฯและจัดทำEIA เมื่อปี 2566     

โครงการมีลมใต้ปีกช่วยผลักดันทั้งจากฝ่ายการเมืองในพื้นที่และรัฐบาล  อย่างไรก็ตามมีคำถาม?…และเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนไม่น้อยว่าประเทศไทย จำเป็นต้องสร้างสนามบินเพิ่มหรือไม่? มีหลักการใดในการพิจารณาสร้างสนามบินใหม่ พร้อมยกตัวอย่าง”สนามบินเบตง” ที่รองรับได้แค่เครื่องบินขนาดเล็ก80ที่นั่ง (ATR-72/Q-400) และมีสายการบินเดียว Ezy Airlines ให้บริการเส้นทางหาดใหญ่-เบตง  

มีสภาพใกล้เคียงกับสนามบินร้าง

***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต