@โฉมหน้าของ ครม.ชุดใหม่ ใน รัฐบาล ของ อนุทิน ชาญวีรกุล ทั้ง 35 ท่าน จาก พรรคการเมืองเพียง 2 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย กับ พรรคเพื่อไทย นักการเมือง จาก รัฐบาลชุดเก่า อนุทิน 1 อย่างเช่น สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายก และ รัฐมนตรีต่างประเทศ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีคลัง ศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีพาณิชย์ และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีคมนาคม ทั้ง 4 ท่าน คือ ความหวังของ รัฐบาล ในการที่จะ แก้ปัญหา การเงิน การคลัง การลง การต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของ เศรฐกิจ และปากท้อง พืชผลทางการเกษตร ที่ตั้งอยู่บน บ่าไหล่ ของ ศุภจี สุธรรมพันธ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ หนักหน่วง จากการ กดทับ ของ สงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ เศรษกิจทรุด การส่งออก ชะลอตัว ราคาสินค้าการเกษตรที่ ตกต่ำ ราคา สินค้า ทุกชนิด ขึ้นราคาตาม ราคาของ น้ำมันเชื้อเพลิง ที่ เพิ่มสูง ตาม สภาวะ สงคราม และ ถึงแม้ว่า สุดท้าย สหรัฐอเมริกา จะ จนแต้ม ในการที่จะ เอาชนะ ประเทศอิหร่าน ด้วยการ ประกาศ ชัยชนะ ที่ จอมปลอม และ ยุติการ โจมตี ต่อ อิหร่าน….. สงคราม อาจจะจบ แต่ ปัญหา ของ เศรษฐกิจ ไม่ได้ จบ พร้อมกับการ ถอนทัพ ของ สหรัฐอเมริกา ราคาน้ำมัน ราคาสินค้า ของโลก ยังจะ อยู่ต่ออย่างน้อยอีก 3 เดือน หลัง จบ สงคราม อิหร่าน กับ สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล นี่คือ โจทย์ ของ รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ที่ต้อง แก้ไข
@หลังการเข้ารับ ตำแหน่ง อย่างเป็นทางการ หลัง เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งต้อง ติดตามว่า ปัญหาแต่ละปัญหา ที่ กอง เป็น พะเนินเทินทึก จะมีการ แก้อะไรก่อน อะไร หลัง หาก แก้ไม่ถูกทาง ก็จะ ยุ่งเหยิง เป็น ลิงแก้แห คือ ยิ่งแก้ ยิ่งยุ่ง หลัง ฉลอง เทศกาลสงกรานต์ คนไทย ก็จะได้เห็น ฝีมือ การ บริหาร อย่าง แท้จริง ของ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล เพราะ การเป็น นายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาจากการ ประทาน ของ พรรคประชาชน นั้น อนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่ได้ แสดงให้เห็น ฝีไม้ลายมือ ที่แท้จริง เพราะ ผลสำเร็จ ของ งานด้าน ความมั่นคง การ สู้รบ กับ กัมพูชา นั้น ชัยชนะ ที่ได้มาอย่างที่เห็น เป็น เรื่องของ กองทัพ มากกว่าเรื่องของ รัฐบาล ส่วน ฝีมือ ของ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่เห็นได้ ชัดเจน ที่สุด คือเรื่อง การแก้ปัญหา น้ำมันขาดแคลน และ น้ำมันแพง จาก สงครามการสู้รบ ใน ตะวันออกกลาง ที่ สร้างความ ผิดหวัง ให้กับ ประชาชน ครึ่งค่อนประเทศ จน ต้อง ออกรายการ โทรทัศน์ เพื่อ ขอโทษประชาชน ที่ ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดใน 15 วันแรก จนเกือบ เกิด โศกนาฎกรรม ในการ แย่งชิงน้ำมัน ของประชาชนทั่วประเทศ…..แต่ ยัง โชคดี ที่ได้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี คมนาคม ที่เป็นผู้รับผิดชอบ ในการ แก้ปัญหา น้ำมัน
@จุดแข็งของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ คือเป็นผู้ที่ ไม่หนีปัญหา กล้าที่จะพูดในสิ่งที่ เป็นจริง ของ สถานการณ์ และของ โรงกลั่น กล้ารับการ วิพากษ์ วิจารณ์ จากทุกฝ่าย ยอม เจ็บปวด จากการถูก กล่าวหา ถูก โจมตี จาก ทุกฝ่ายที่ เห็นต่าง กับการ แก้ปัญหา โดยเฉพาะในกรณีที่ ครอบครัวของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็น กลุ่มทุน ที่เป็น เจ้าของ”ภาคใต้เชื้อเพลิง” หรือ ปั๊มน้ำมัน พีที ที่ถูกมองว่า ได้ประโยชน์ จากการ นั่งเป็น หัวหน้าทีม ในการ แก้ปัญหา การขาดแคลนน้ำมัน และน้ำมันมีราคาแพง แต่ถ้า ประชาชน ได้ฟังการ ออกรายงานโทรทัศน์ กว่า 3 ชั่วโมง ที่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ให้ ข้อเท็จจริง ใน ธุรกิจของ น้ำมันเชื้อเพลิง ของ โรงกลั่นทั้ง 6 โรง และ การแก้ปัญหา ที่เกิดขึ้น รวมทั้งการ ตอบโต้ กับ นักการเมือง ที่ เห็นต่าง และ มี ข้อมูล คนละชุด ทั้งจาก พีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาคย์ อดีต รัฐมนตรีพลังงาน จากตัวแทนของพรรคประชาชน และ บุคคล ที่ร่วมรายการ จะเห็นว่า “โกเกี๊ยะ” หรือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ เคลียร์ทุกคำถาม และ ย้อนเกล็ด ของ ผู้ถามได้อย่าง เจ็บปวด โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ท่านก็เคยเป็น รัฐมนตรีพลังงาน ทำไมจึงไม่แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น…..
@ในส่วนของ พรรคเพื่อไทย การได้ร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ได้ ดูแล รับผิดชอบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่พรรคเพื่อไทยส่ง มือเก๋า” อย่าง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มาเป็น เสนาบดี ของกระทรวงนี้ และ รัฐมนตรีช่วย ทั้ง 2 คน ก็มาจาก พรรคเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็น กระทรวงที่ กำหนดชะตากรรม ของ เกษตรกร ที่เป็น สันหลัง ของประเทศ ถ้าทำให้ ผลผลิตทางการเกษตร มีราคาสูงขึ้น นอกจาก เกษตรกร จะ ลืมตาอ้าปากได้ และ หมดหนี้หมดสิน ยังจะทำให้ คะแนนนิยมของ พรรคเพื่อไทย กระเตื้องขึ้น โดยเฉพาะในภาค เหนือ และ ตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เป็น ฐานเสียง ของ พรรคเพื่อไทย ที่การ เลือกตั้งครั้งนี้ จำนวน สส.หายไปเป็น จำนวนมาก ในการ เลือกตั้งครั้งนั้น ถ้า พรรคเพื่อไทย สร้างผลงานได้ จำนวน สส. ต้องเพิ่มขึ้น แต่ถ้า ทำไม่ สำเร็จ การ เลือกตั้งครั้งนี้ จำนวน สส. อาจจะเหลือเพียง 50 อัพ…..ที่สำคัญ รัฐบาล ชุดนี้ ยังมี ศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีพาณิชย์ ยังทำหน้าที่ในการ กำกับดูแล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย เพื่อให้ นโยบาย เกษตรผลิต พาณิชย์ ขาย ส่วนจะได้เห็นการ ร่วมมือ หรือ ปีนเกลียว ของ ทั้ง สองกระทรวง คงเห็นได้ใน 2 เดือน และสิ่งที่ ประชาชน ต้องได้เห็น คือ”วิสัยทัศน์ ของ”นักการเมือง มือเก๋า อย่าง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นักการเมือง มือใหม่ แต่ ทันสมัย อย่าง ศุภจี สุธรรมพันธ์ อย่างแน่นอน แต่ ศุภจี สุธรรมพันธ์ ก็อย่าลืม งานเก่า ที่ยัง ทำไม่ สำเร็จ อย่างเรื่องของ ล้งมะพร้าว ที่เป็นของ นายทุนชาวจีน ที่เข้ามา ควบคุม กำหนดราคา รับซื้อ จน มะพร้าวน้ำหอม ลูกละ 10 บาท เหลือเพียง 2 บาท ที่ วันนี้ กระทรวงพาณิช์ และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยัง แก้ไม่ตก ยังไม่ได้มีอะไรใหม่ในการแก้ปัญหา ล้งกลาง ที่ ศุภจี สุธรรมพันธ์ พูดไว้ ก็ยังไม่เห็น รูปร่าง ว่าเป็น แบบไหน ที่เห็นว่า เดือน เมษายน มะพร้าวน้ำหอมใน ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีราคารับซื้อ ผลละ 4-5 บาท เป็นเพราะ หน้าแล้ง มะพร้าวขาดผลผลิตลดน้อยลง ทำให้ ราคาแพงขึ้น เป็นไปตาม อุปสงค์ อุปทาน ไม่ใช่มาจาก การแก้ปัญหา ของ กระทรวงพาณิชย์ หรือ หน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ และอีกไม่นาน ทุเรียน จากภาคตะวันออก ที่เป็น พืชเศรษฐกิจ ของประเทศ ก็จะ ออกสู่ตลาด และ มีปัญหามากมาย ทั้ง คู่แข่งจาก เวียดนาม ทั้ง สารตกค้าง ที่หากไม่มีการ แก้ไข ทุเรียนไทย อาจจะถูก ประเทศจีน ตีกลับ อย่างที่เกิดขึ้น เมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งเรื่องของ ล้งจีน ที่เป็น ตัวกลาง ในการ กดราคารับซื้อ และการ ตัดทุเรียนอ่อน และนำ ทุเรียนเวียดนามมาผสม เรื่องเหล่านี้ กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตร ฯ ต้อง ร่วมมือกันแก้ไข ก่อนที่จะจะเกิดเรื่อง มิใช่ มีเรื่องเสียหายแล้ว จึงค่อยมา แก้ไข….
@ดีใจนะ ที่ได้ยิน อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการ ทุจริตคอร์รับชั่น ของประเทศไทย จะเป็น วาระแห่งชาติ และเป็นเร่งด่วนของ รัฐบาลชุดนี้ ที่ต้อง ดำเนินการ เพราะ วันนี้ ประเทศไทย ปัญหาการ ทุจริตคอร์รับชั่น ถูกจัดอันดับให้ไปยืน ท้ายแถว ของ กลุ่มประเทศอาเซียน ถ้าว่า ถ้าประเทศไทย ยังเต็มไปด้วยเรื่อง คอร์รับชั่น จะมีประเทศไหนในโลก ที่จะกล้ามา ลงทุน ในประเทศไทย จะมีก็แต่ กลุ่มทุนจากจีนเทา ที่เข้ามา เพราะ พอใจกับการ คอร์รับชั่น ของ นักการเมือง และ ข้าราชการไทย เพราะงานในการ ติดสินบน เพื่อทำความผิด…..ภาษาใต้เรียกว่า “หนักหน้าเข้าทุกวัน” สำหรับ เมืองชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ ตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งมี ประชาชน ในพื้นที่ แจ้งมาว่า เต็มไปด้วย ตู้เกม หรือ ตู้สล๊อต ทั้งใน ย่าน บาร์ คาราโอเกะ ที่อยู่ฝั่งขวา ซึ่งเป็นของ กลุ่มทุนชาวมาเลเซีย และ ฝั่งซ้าย ของ ถนนกาญจนวนิชย์ ที่เป็นของ กลุ่มทุนบันเทิง อินเดีย มีการ ตั้งตู้สล๊อตเป็น 100 ซึ่งต้องถาม นายอำเภอสะเดา ที่เป็นฝ่ายปกครอง และ ผกก.สภ.สะเดา ที่เป็นฝ่าย กฎหมาย ว่า ตู้สล๊อต เหล่านี้เป็นเรื่อง ผิดกฎหมาย หรือไม่ และ อีกเรื่องคือ เรื่องของ ยาเสพติด ใน เมืองเศรษฐกิจ ชายแดนไทย-มาเลเซีย แห่งนี้ ที่ นับวันยิ่ง ระบาดมากขึ้น โดยเฉพาะ สถานบันเทิงทุกแห่ง คือแหล่งการ ขายยา และ เสพยา เรื่องนี้ต้อง ฝากไปถึง รัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการสงขลา ที่น่าจะ ย่อง ลงพื้นที่ เพื่อไปดูด้วย สองตา ของตนเอง ไม่ใช่ นั่งฟังแต่รายงานของ ลูกน้อง…..
@กลับมาที่เรื่องของ ไฟใต้ จับตาที่ จ.นราธิวาส ที่ หลังจากมีการ แต่งตั้งให้ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผบ.ฉก.นราธิวาส มีการ ปรับย้าย ทหาร จำนวนมาก ในพื้นที่ โดยนำเอา ทหารจาก กองทัพภาคที่ 1 เข้ามา ปฏิบัติการ ในพื้นที่ ซึ่งกลายเป็นว่า ใน พื้นที่ของ จ.นราธิวาส มีทั้ง ทหารเขียว จาก กองทัพภาคที่ 1 และ ทหาร จาก กองทัพภาคที่ 4 ปฏิบัติการ อยู่ในพื้นที่ และมีความ แตกแยก ที่ไม่ ผสมกลมกลืนกัน โดยเฉพาะ ยุทธวิธี ที่มีการใช้ เฮลิคอปเตอร์ กันชิพ ขึ้นไป ลาดตระเวน และ ยิงกราด พร้อม ทิ้งระเบิด ในพื้นที่ เทือกเขาต่างๆ เช่น เทือกเขาตะเว ที่ เชื่อว่า กองกำลังติดอาวุธ มีการ เคลื่อนไหว ทำให้ สวนยาง ในหลายพื้นที่ได้รับความเสียหาย ที่ สำคัญ ชาวบ้าน หวาดกลัว ไม่กล้าไป กรีดยาง และ ทำมาหากิน ในพื้นที่ ซึ่งมีการ ยิง และ ทิ้งระเบิด ….. ประเด็นสำคัญ พื้นที่ของ จ.นราธิวาส ไม่ใช่พื้นที่แบบเดียวกับ ชายแดน กัมพูชา ที่ เป็นการ ต้อสู้ เพื่อ รุกล้ำ ดินแดน แต่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องของการ แบ่งแยกดินแดน กองกำลังติดอาวุธ ของ บีอาร์เอ็น เป็น สงครามกองโจร มี ประชาชนเป็น แนวร่วม มี หมู่บ้านเข้มแข็ง เป็น เกราะกำบัง ยุทธวิธี ที่ใช้ เฮลิคอปเตอร์ ติดปืนกล กราดยิง และ ทิ้งระเบิด ไม่ได้สร้างความ เสียหาย ให้กับ กองกำลังของ บีอาร์เอ็น ที่เป็น กองกำลัง กลุ่มเล็กๆ เคลื่อนไหวไม่เกิน 5 คน 10 คน ยุทธวิธีเช่นนี้ คือการ สิ้นเปลือง งบประมาณ โดยใช่เหตุ และไม่ได้ทำให้ กองกำลังติดอาวุธ เกิดความสูญเสียที่เกิดเกิดขึ้นแล้ว หลังการใช้ ยุทธวิธี ดังกล่าว คือ ประชาชน ในพื้นที่ ซึ่ง ไม่พอใจ และ ไม่เห็นด้วย กับ วิธีการของ ผบ.ฉก. นราธิวาส กลายเป็น แนวร่วม ของ บีอาร์เอ็นไป โดย ปริยาย กลายเป็นว่า แทนที่จะ สร้างความเสียหายให้กับ บีอาร์เอ็น กลับเป็นการ สร้างความเข้มแข็ง ให้กับ บีอาร์เอ็น…..และทำให้ กองกำลังติดอาวุธ มีการ ตอบโต้ จนกลายเป็นความ รุนแรง และความ เสียหาย เช่นการ ซุ่มยิง วางระเบิดแสวงเครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ปลัดอำเภอ และภรรยา เสียชีวิตที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 1 เมษายน การเผาเครื่องจักรกลของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่องกลางดึกวันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้น ……
@สิ่งที่ ประชาชน ต้องการเห็น คือเรื่องของการ ป้องกันเหตุ เพื่อ ลดความรุนแรง เพื่อ ลดความสูญเสียของ เจ้าหน้าที่รัฐ สร้างความ สงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้ ประชาชน ใช้ชีวิตได้อย่าง ปกติสุข แต่เรื่องการ ป้องกันเหตุ กลายเป็นความ ล้มเหลว ของ ฉก. นราธิวาส ที่ไม่เคย ป้องกันเหตุ ที่เกิดจากการ ปฏิบัติการของ กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น ได้แม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นการ เปลี่ยน นโยบาย ในการ นำ กำลังทหาร จาก กองทัพภาคที่ 1 มา ปฏิบัติการในพื้นที่ จ.นราธิวาส และการใช้ ความรุนแรง เพื่อ ตอบโต้ ความรุนแรง ที่ทำอยู่ จึงไม่ใช่ แนวทางที่ถูกต้อง เรื่องนี้ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นผู้ ส่ง พล.ต. ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ไป แก้ปัญหา ความไม่สงบ ที่ จ.นราธิวาส ต้อง รับผิดชอบ และ พิจารณาว่าจะ เดินหน้า ใช้ความรุนแรงต่อไป หรือจะ ทำอย่างไร สถานการณ์ความ รุนแรง และความไม่สงบ ใน นราธิวาส จึงจะ เบาบางลง…..สำหรับ คดี ที่ มือปืน กราดยิง รถยนต์ของ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส ที่ หน้าบ้านพัก อ.บาเจาะ เมื่อ วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ตำรวจ ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.ประยงค์ โครตสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ก็ สามารถ ปิดคดีลงได้ ด้วยการจับกุม คนร้าย 2 จาก 4 คน ได้แล้ว ซึ่งเป็น อดีต นายทหารนาวิโยธิน และ ลูกชาย ส่วนอีก 2 คน ที่ หลบหนี อยู่ คงไม่เกินความ สามารถ ของ ตำรวจ สำหรับ สาเหตุการยิงถล่มด้วยอาวุธสงคราม เชื่อว่าเป็นหมายของ คนร้าย คือ ตำรวจติดตาม สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือ ทนาย แวยูแฮ เพราะ ในคืนนั้น ถ้า เป้าหมาย เป็น สส.แวยูแฮ ทำไม กระสุนปืนจาก เอ็ม 16 ทั้ง 2 กระบอก คงไม่ เกาะกลุ่ม เฉพาะ ตอนหน้าของรถยนต์ ปัญหาของ ตำรวจ คือ ณ วันนี้ ได้ตัวของ 2 ผู้ต้องสงสัย แล้วก็จริง แต่ยังไม่พบ รถยนต์ และ ปืนสงคราม ที่ใช้ในการทำผิด…..
@ส่วนคดียิง วิเชษฐ์ ไทยทองนุ่ม หรือ นายกอาร์ม อดีต นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลรือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อ ปีที่แล้ว ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตำรวจ สามารถติดตามจับกุม กลุ่มมือปืนได้ 4 คน ล่าสุด ศาลจังหวัดนราธิวาส มีการพิพากษาคดีแล้ว โดยมีทั้ง ประหารชีวิต และ ติดคุก พร้อมทั้ง ปล่อยตัว 1 คน ผลของการพิพากษา คงจะสร้างความพอใจให้กับ ครอบครัว ไทยทองนุ่ม และ ประชาชนในพื้นที่ และให้ เครดิต กับ ชุด สืบสวนสอบสวน ของ ศชต. ที่ สามารถ จับกุม คนทำผิดมาลงโทษได้ ครบถ้วน เหลือเพียง ผู้บงการ ซึ่ง ตำรวจ ก็รู้ว่า เป็นใคร แต่เมื่อ หลักฐาน สาวไปไม่ถึง ก็ต้องรอให้ กฎแห่งกรรม ทำงาน และ เชื่อเถอะ กฎแห่งกรรม ยุติธรรม เสมอ….. ปปช.ภาค 9 และ ปปช.สงขลา ในยุคที่ เดินหน้า ประหัตประหาร ผู้ที่ ฉ้อราษฎร์ บังหลวง หรือ คอร์รับชั่น อย่างจริงจัง ที่ ล่าสุดคือ การ ดำเนินคดีกับ การจัดประชุม สัมมนาทิพย์ ของ หน่วยงาน การศึกษา ใน จังหวัดสงขลา มีผู้บริหาร สถานศึกษา ทั้ง น้อยใหญ่ กลายเป็นผู้ถูกกล่าวหา 53 คน ซึ่งเห็น หลักฐาน พยาน และการ ซัดทอด ของ บุคคล ที่ถูกกันเป็นพยานแล้ว เหนื่อยแทน ผู้ถูกกล่าว ที่ สำคัญ ผู้บริหารสถานศึกษา คือ แม่พิมพ์ ของ เยาวชน และ เยาวชน คือความหวังของชาติ เมื่อ ท่านซึ่งเป็น แม่พิมพ์ รวมหัวกัน ทุจริต แบบนี้ อนาคตของ เยาวชน จะเหลืออะไร…..และอีกคดีที่ ประชาชน ให้ความสนใจ คือเรื่องที่ ปปช. สงขลา แถลงว่า อบจ. สงขลา มีเรื่องที่ ปปช. ตรวจสอบอยู่ 7 เรื่อง ส่วนใหญ่ เป็นเรื่อง จัดซื้อ จัดจ้าง และการกู้เงิน 2,000 ล้าน ซึ่ง สุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ. สงขลา แจงว่าทุกเรื่อง สามารถตรวจสอบให้เห็นถูกความ ถูกต้อง และ โปร่งใส ก็ต้องตามกันต่อไป….
@ความเปลี่ยนแปลงในกองทัพภาคที่ 4 เมื่อ พล.ท . อนุสรณ์ โออุไร แม่ทัพน้อยที่ 4 ถูก ดันให้เป็น พล.อ. ในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ และ แต่งตั้งให้ พล.ต. นิติ ติณสูลานนท์ เป็น แม่ทัพน้อยที่ 4 ติดยศ พล.ท. ซึ่งถูกว่าเป็น แคตดิเดด ในการ ขึ้นชั้นเป็น แม่ทัพภาค 4 เช่นเดียวกับการ ให้ พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน หรือ เสธคิว รองแม่ทัพภาค 4 รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 รับตำแหน่ง ศูนย์สันติสุข ที่บ้านกรงนก อีก ตำแหน่ง ซึ่ง ตำแหน่งนี้ มีความสำคัญในการ ดับไฟใต้ ที่เคยทำงานได้ผล แต่ใน ระยะๆหลัง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ให้ความสำคัญ ก็หวังว่า เสธคิ้ว จะ กลับมาทำให้ ศูนย์สันติสุข มี ชีวิตชีวา มี เนื้องาน ที่ตอบโจทย์ กับเรื่องของ ความมั่นคง ไม่ใช่เป็น ศูนย์บริหารงบประมาณ ให้ นาย อย่างที่ผ่านมา…..
@นานๆ ครั้ง ที่ เจอคนดี และคนเก่ง ในร่างเดียวกัน นั้นคือ นายแพทย์ประวิทย์ วรรณโร รอง ผู้อำนวยการ 1 รพ.หาดใหญ่ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ รพ.หาดใหญ่ และ รักษาการ ผู้อำนวยการ รพ.สมเด็ดพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวี จ.สงขลา หลัง รับตำแหน่ง มี โครงการ ในการ พัฒนา ที่ สร้างประโยชน์ ให้กับ รพ.นาทวี และ ประชาชน ในพื้นที่ ซึ่งข่าวว่า ได้รับการ ตอบรับ จาก ผู้หลักผู้ใหญ่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ พระวชิรสุนทร หรือ อาจารย์ภัทร วัดนาทวี ที่ พร้อมให้การ สนับสนุนโครงการต่างๆ อย่างเต็มที่….พูดถึง อ.นาทวี จ.สงขลา ก็ต้องพูดถึง บ่อนการพนัน ในพื้นที่ ซึ่งเป็น บ่อนเส้นใหญ่ เพราะ เปิดเล่นได้ทุกฤดูกาล โดยที่ ไม่มี เจ้าหน้าที่ ทั้งหน่วยใน และ หน่วยนอก กล้าที่จะ แตะต้อง เพราะเป็น บ่อนของคน มีสี เท็จจริง อย่างไร ก็ต้องฝากให้ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 . ส่ง ผู้ใต้บังคับบัญชา ลงพื้นที่ ตรวจสอบด้วย เพราะมีการอ้างว่า บ่อนแห่งนี้ ผู้ใหญ่ ไฟเขียว ให้เปิดได้ ……
@บรรทัดนี้ ขอแสดงความยินดีกับ สรรเพ็ชญ บุญญามณี สส.พรรคภูมิใจไทย จ.สงขลา ที่ได้ตำแหน่ง รชม. คมนาคม หลายโครงการ ที่เกี่ยวกับ คมนาคม ของ สงขลา และ ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่เรื่อง โมโนเรล ที่ นิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย และ อดีต นายก อบจ. สงขลา ทำไว้ คงได้มีการ ผลักดันต่อ เช่นเดียวกับ ถนนเลี่ยงเมือง 66 กิโลเมตร ที่ 20 ปี สร้างได้แค่ 6 กิโล ต้อง ผลักดันให้เสร็จภายในปี 71 ……โดยเฉพาะ โครงการเมืองต้นแบบแห่งอนาคต หรือ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่เป็น หัวใจ ของการพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ แผนการพัฒนา จาก สภาพัฒน์ฯ กำลังจะเข้า ครม. ใน รัฐบาลนี้ ถ้า สส. ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเป็น น้ำหนึ่งในเดียว และเห็นถึงความสำคัญของ การพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เพื่อสร้าง เม็ดเงิน สร้างงาน ให้กับ คนในพื้นที่ ก็ต้องร่วมกัน ผลักดัน โดยเฉพาะในยามที่ ประเทศไทย กำลัง บักโกรก ในเรื่อง เศรษฐกิจ การลงทุน รัฐบาลและ สส.ต้อง สนับสนุน โครงการที่ เอกชน เป็นผู้ลงทุน ให้เกิดในประเทศไทย ……
@สุดท้าย ที่น่าเป็นห่วง สำหรับ จ.สงขลา คือ การท่องเที่ยว ที่ เทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึง จะมี นักท่องเที่ยว เข้ามาเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หรือไม่ เพราะ ฮารีรายอ ที่ผ่านมา หาดใหญ่ ร้างรา จาก นักท่องเที่ยว ทั้งไทย และ มาเลเซีย โดยเฉพาะการ ประโคมข่าว ของ รัฐบาลมาเลเซีย ที่ให้ ประชาชนมาเลเซีย งดเดินทางมาเที่ยว ภาคใต้ของประเทศไทย เพราะ ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง นี่ก็ ใกล้ สงกรานต์เต็มประดา แต่ยังไม่เห็น หน่วยงานรัฐ และ เอกชน หน่วยไหน ที่ออกมา ประชาสัมพันธ์ ให้ นักท่องเที่ยว มาเลเซีย สิงคโปร์ ทราบว่า วันนี้ หาดใหญ่ และ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี น้ำมันให้ บริการแล้ว และ นี่คือ จุดอ่อน ของการท่องเที่ยวไทย ที่ รัฐมนตรี ท่องเที่ยว และ กีฬา คนใหม่ ของ รัฐบาล ต้อง เร่ง แก้ไข…..แล้วพบกันใหม่ วันศุกร์หน้า สวัสดี ครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
——————————————————————————–
////////////////////////////////////////////////////////////

ทรงพระกรุณา, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ บุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส เชิญตระกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้แก่ครอบครัวอาสาสมัครทหารพรานดรุณ ดารอเฮง สังกัด ร้อย ทพ.4813 อายุ 40 ปี ซึ่งเสียชีวิต จากสถานการณ์ความไม่สงบใน จ,นราธิวาส ณ บ้านเลขที่ 109/10 หมู 5 ต,โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
////////////////////////////////////////////

มหกรรมการออม. พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการออม ครบรอบ 52 ปี ภายใต้แนวคิด “ทุนชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากระดับจังหวัด” โดยมี. ธีรวิทย์ กู้เกียรติ พัฒนาการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน คณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ณ ห้องประชุม โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว อ.เมือง จ,ปัตตานี
//////////////////////////////////////////////////

เพชรคืนถิ่น นิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมต.ช่วยมหาดไทย. พร้อมด้วย สุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกอบจ.สงขลาได้ร่วมงานเพชรคืนถิ่น ณ โรงเรียนวิเชียรชม. อ.เมือง. จ.สงขลา
/////////////////////////////////////////

ตัวแทน. เจริญกิจ มีศิริ เลขานุการ. ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุลวุฒิสมาชิกเป็นตัวแทนในการปะกับสื่อมวลชน จ,สงขลา เนื่องในโอกาสที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พบปะสังสรรค สื่อมวลชน ที่ โรงแรมแอร์พอร์ต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
////////////////////////////////////////////////

ปัจฉิมนิเทศ. ภชรพล สังข์ไพฑูนร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลระโนด. ร่วมกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ นักเรียน โรงเรียนวัดมหาการ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
//////////////////////////////////////////////

แถลงข่าว. ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) อ.เมืองตรัง ทรงกลด สว่างวงศ์ ผวจ,ตรัง เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมยางพาราและเกษตรแฟร์ เสน่ห์อันดามัน ประจำปี 2569” ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์หน้าอนุสาวรีย์บิดาแห่งยางพาราไทย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมงานคับคั่ง
///////////////////////////////////////////

วันพริกไทย. ณ ลานร้าน Occur Coffee อ.เมือง จ.ตรัง ทรงกลด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันพริกไทยตรัง” Trang Pepper Day 2026 โดยมี รองผวจ.ตรัง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน เกษตรกรผู้ปลูกพริกไทย ผู้ประกอบการร้านอาหาร เข้าร่วมกิจกรรม
////////////////////////////////////////////////

ศิลปหัตกรรม. อภิชาติ สาราบรรณ รองผวจ.ตรัง เป็นประธานพิธีเปิดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 ปีการศึกษา 2568 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมตรังเขต 1 โดยมี ฐกฤต อัชณาพิพัฒ ผอ.สพป.ตรัง เขต 1 กล่าวรายงาน ณ โรงเรียนอนุบาลตรัง
/////////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. กิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน ร่วมให้การต้อนรับ กฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พร้อมด้วยคณะ เนื่องในโอกาสลงพื้นที่ติดตามผลการพัฒนาโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ต้นแบบจังหวัดชายแดนภาคใต้ประยุกต์ตามแนวพระราชดำริ ณ บ้านจำปูน ต.ท่าธง อ.รามัน จ,ยะลา
//////////////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา, รองนายกเทศมนตรีนครยะลา และคณะผู้บริหารฯ ให้การต้อนรับ เคน เลกินส์ (Ken Legins) ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย พร้อมด้วย วิทิต มันตาภรณ์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ, สันติ ศิริธีราเจษฎ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคุ้มครองเด็ก เข้าพบเพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กในจังหวัดชายแดนภา ณ สำนักงานเทศบาลนครยะลา
////////////////////////////////////////////////

พบปะสังสรรค์. ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย พร้อมด้วย ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, นายกันต์พงษ์ ลิ่มกาญจนา อดีตประธานหอการค้าจังหวัดยะลา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และ นายตะวัน อักษรชื่น ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรียะลา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ร่วมรับประทานอาหารและพบปะสังสรรค์ เนื่องในวันฮารีรายอ ร้าน oxy cafa เทศบาลนครยะลา
///////////////////////////////////////////////////

ปรับปรุงถนน. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา ให้การต้อนรับนายก อบต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา ซึ่งเข้าหารือแนวทาง ปรับปรุงถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ.ยะลา ที่ชำรุด เพื่อซ่อมแซม ให้ประชาชนได้สสัญจรอย่างสะดวก ณ อบจ.ยะลา
////////////////////////////////////////////

เปิดศึกฟุตซอล. พล,ท,นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตซอล ณ ลานอเนกประสงค์รูสะมีแล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมี พล.ต.ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผบ .กองพลทหารราบที่ 15 ให้การต้อนรับ
////////////////////////////////////////////////

เปิดเรือนจำ. นิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ,บต.) นำทีมเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. เยี่ยมผู้ต้องขังคดีความมั่นคง เรือนจำปัตตานี เนื่องในเทศกาลฮารีรายอ เพื่อสร้างกำลังใจ โดยมีครอบครัวของผู้ต้องโทษเข้าร่วมกิจกรรม 235 คน
////////////////////////////////////////////////////

เปิดงาน รับลม ชมเลฯ . พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี /รัฐมนตรีคมนาคม เป็นประธานเปิดงาน รับลม ชมเล แลว่าว เล่นลม เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณี ฯ ณ หาดไข่เต่า ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง
///////////////////////////////////////////////////

ประกาศเกียรติคุณ. ทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานมอบประกาศเกียรติคุณแก่ ผู้พิพากษาสมทบฯ ซึ่งปฏิบัติหน้า 3 สมัยขึ้นไป โดยมี จิรวิทย์ แซ่งเจ็ง ผู้พิพากษาสมทบฯ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง จ.ยะลา เข้ารับมอบด้วย
////////////////////////////////////////////

ร่วมหารือ. ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต,) ร่วมปรึกษาหารือกับ ภญ.ดร,กฤษณา ไกรสินธุ์ มูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์ เพื่อหนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกพริกไทย ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ณ ห้องรับรอง ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา
//////////////////////////////////////////////////////////



