อยากเชื่อในช่วงที่คนไทยกำลัง ได้รับความเดือดร้อน จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และบางพื้นที่ยังมีปัญหาการขาดแคลน แต่เพื่อนร่วมชาติบางคน กลับคิดถึงผลประโยชน์ ของธุรกิจตัวเอง
ต้อง ขอบคุณคนกัมพูชา ที่นำภาพการถ่ายน้ำมันจากเรือคนไทย เข้าสู่เรือกัมพูชา ทีแรกตอนเห็นภาพ ผมยังนึกว่าเป็นเอไอ ไม่คิดว่าในห้วงเวลานี้ จะมีคนไทยคนไหน หวังหาผลประโยชน์ จากการขายน้ำมันให้ต่างประเทศ ได้แต่หวังว่ากระบวนการตรวจสอบเรื่องนี้ จะสอบสวนสืบสวน ไล่ล่าหากระบวนการ ที่นำน้ำมันไปขายให้กัมพูชามาลงโทษให้ได้ทั้งหมด
ด้าน “พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร” รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปนม.ตร.) ให้ความเห็นถึงคลิปเรือประมงไทย ที่ขนถ่ายน้ำมันลงเรือกัมพูชาว่า จากการตรวจสอบพบว่าเรือดังกล่าว เป็นเรือของคนไทย ซึ่งคนใน TikTok เชื่อว่าเป็นคนไทยมีลูกเรือ 6 คน ซึ่งเรือดังกล่าวเป็นเรือที่สวมทะเบียนชื่อ “โชคชลกร”
อยู่ระหว่างการตรวจสอบเจ้าของเรือ และ ติดตามเจ้าของเรือ มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมดังกล่าวมีการเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายน้ำมันกลางทะเลหรือไม่ ซึ่งเราต้องรอ การสืบสวนขยายผล ได้แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ รีบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อมาบอกให้สังคมได้รับรู้เ
ขณะที่เมื่อวันที่ 3 เม.ย. “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงถึงมาตรการปราบปราบการลักลอบ กักตุนน้ำมัน โดยระบุว่า เราได้พบรูปแบบการกักตุนและค้ากำไร จากเรื่องนี้ดังนี้ 1. มีการประวิงเวลา ขนส่งน้ำมันทางทะเล ลอยลำเรือเอาไว้ ไม่ฟีดเข้ามาในคลัง ตามเวลาที่มันเคยเป็นไปตามปกติ เพื่อหวังว่าจะรอการประกาศเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมัน แล้วค่อยฟีดน้ำมัน เข้ามาในระบบ เพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น
2. มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมัน จากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ไปยังสถานีบริการ หรือลูกค้าปลายทาง 3. มีการขนส่งน้ำมัน ออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน ขณะนี้พวกเราทุกคนก็กำลัง ทำการตรวจสอบ ขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใด หรือกลุ่มที่ทำผิดกฎหมายใด ๆ บ้าง ที่เกี่ยวกับปริมาณน้ำมันของเรือที่ขนส่งทางทะเล
นายกฯ กล่าวว่า เราเชื่อว่ามีการลักลอบ ขนถ่ายทางทะเล และกำลังเร่งทำการ สอบสวนขยายผล นอกจากนั้นมีความผิดปกติที่เราได้ตรวจพบ การรายงานปริมาณน้ำมัน ระหว่างหน่วยตรวจสอบคือกรมเจ้าท่า และ กรมธุรกิจพลังงาน กับข้อมูลปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่น ซึ่งได้จากการ จัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยเราจะตรวจสอบยืนยัน กับฐานข้อมูลเดินเรือของ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
ส่วน “พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รมว.ยุติธรรม แถลงว่า ขอยกเคส การดำเนินการที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจากการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางมีเรือขนบรรทุกน้ำมัน ออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปที่ คลังน้ำมัน 6 แห่ง ใน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 96 เที่ยว มีน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน จำนวนทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางก็มีน้ำมันหายไปบางส่วน
มีน้ำมันถึงปลายทางในคลังของ จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 160 ล้านลิตร ซึ่งหายไป จำนวนทั้งสิ้น 57 ล้านลิตร นี่คือในส่วนของ ข้อมูลทางทะเล
ครับ…ความผิดปกติที่เกิดขึ้น ต้องนำคนทำผิดกฎหมาย มาลงโทษให้ได้ เพราะช่วงที่เพื่อนร่วมชาติ กำลังเผชิญวิบากกรรม แต่ยังมีคนบางกลุ่ม ยังฉวยโอกาส หาประโยชน์บนคราบน้ำตาของคนไทย ไม่รู้จิตใจทำด้วยอะไร
ได้แต่หวังว่า กระบวนการ ตรวจสอบเรื่องนี้ จะหาคนกระทำผิด รวมทั้งสาวลึกถึงตัวการที่แท้จริงมาชดใช้กรรมที่ทำไว้ให้ได้ทั้งหมด รวมทั้งบางคนที่ใช้วิธีกักตุน ใช้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่าง เพื่อสร้างผลกำไร บนความเดือดร้อน ของเพื่อนร่วมชาติ คนพวกนี้ ปล่อยให้ร่ำรวย และอยู่อย่างมีความสุขไม่ได้จริง ๆ.
“เขื่อนขันธ์”



