ในการแข่งขันฟุตบอลสิ่งที่สำคัญที่สุดที่นำมาสู่ชัยชนะคือเรื่องของวิธีการเล่นของแต่ละสโมสร ทว่าอีกหนึ่งสิ่งที่ ถ้าทีมไหนมีจะนำพาไปสู่การเป็นแชมเปี้ยนได้ นั่นคือ ใจและสปิริตคนในทีม ซึ่งมันไม่ได้หมายถึงแค่บุคลากรในสโมสรอย่างเดียวแต่มันหมายถึง กลุ่มกองเชียร์ที่สนับสนุนทีมด้วย
ลิเวอร์พูล ถือเป็นหนึ่งในสโมสรที่ได้รับความชื่นชมมาอย่างยาวนานในเรื่อง “สปิริตนักสู้” ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้ง นักเตะ สตาฟฟ์โค้ช และแฟนบอล แต่ดูเหมือนว่ามันกำลังจะแตกสลายไปในยุคของ อาร์เนอ ชล็อต ด้วยผลงานที่ย่ำแย่เกินกว่าจะบรรยายได้ สวนทางกับความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมจากฤดูกาลก่อนอย่างสิ้นเชิง

เกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี ในศึกเอฟเอ คัพ เป็นเหมือนระเบิดที่ครบกำหนดเวลาพอดี เพราะหลังจากโดนนำไปถึง 4-0 และ โม ซาลาห์ ก็ยิงจุดโทษพลาด อดไล่ตีตื้นขึ้นมานั่นก็เป็นช่วงเวลาที่แฟนบอล “หงส์แดง” เลือกก้มหน้ายอมรับพร้อมเดินออกจากสนาม เอติฮัด สเตเดียม ด้วยความหม่นหมอง
ความหายนะลากยาวมาจนถึงหลังจบเกม โดมินิก โซโบสไล กองกลางผู้แบกทีมมาตลอดฤดูกาลก็สติหลุดเข้าไปทำท่า “ยักไหล่” ใสแฟนบอลที่เหลือและโห่ร้องระบายฟอร์มแย่ๆ ของทีม ราวกับว่า แค่นี้พวกคุณก็ยอมแพ้กันแล้วหรอ!! เท่านั้นไม่พอกองกลางหน้าหล่อยังให้สัมภาษณ์ถึงเพื่อนร่วมทีมว่า ไม่จิตวิญญานแห่งนักสู้เลย และอย่าอ้างนู่นอ้างนี่
ขณะเดียวกันกุนซือของทีมอย่าง ชล็อต เองก็ดูเหมือนจะ ตบะแตก จนเริ่มหยิบยกเรื่องความเป็นนักสู้ของนักเตะภายในทีมออกมาพูดถึงต่อสาธารณะชนเสียแล้ว ซึ่งโดยปกติเรื่องแบบนี้มักจะนำไปพูดคุยกันในห้องประชุมหรือห้องแต่งตัวของทีม เพราะนั่นแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นภายในทีมที่กำลังสั่นคลอน

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสงสัยถึงแข้ง ลิเวอร์พูล ว่าอาจเป็นไปได้ที่จะมีนักเตะบางรายเริ่มจะหมดใจและหมดความเชื่อมั่นต่อ “กุนซือชาวดัตช์” เสียแล้ว แม้จะไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นรูปธรรม แต่รูปเกมในศึกเอฟเอ คัพ ก็พอจะเห็นภาพว่าทำไมฟุตบอลที่เล่นกันฝั่งละ 11 คน กลับเหมือนว่า ลิเวอร์พูล มีผู้เล่นน้อยกว่าทั้งที่ผู้เล่นเท่ากัน
แน่นอนว่า แฟนบอลเองก็เริ่มเบือนหน้าหนีออกจากทีมของ อาร์เนอ ชล็อต และฟอร์มอันย่ำแย่เกินห้ามใจในฤดูกาลนี้ไปแล้ว จนกลายเป็นการไล่ตะเพิด ชล็อตให้พ้นจากตำแหน่ง และหาโค้ชที่เข้าใจดีเอ็นเอของ “หงส์แดง” เข้ามาทำทีมแทนเสียทีเพราะ ทั้งฟอร์มการเล่นและสปิริต ของ “หงส์แดง” ได้แตกสลายไปมากพอแล้ว
อดัม.



