ทั้งนี้ อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งยอมเทหมดหน้าตักเพื่อสร้าง “บ้านสวนแมว” ขึ้นมา โดยหวังจะให้พื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้เป็น “สวรรค์ของแมวไร้บ้าน” อีกทั้งยังเป็น “พื้นที่ฮีลใจของหลายคน” ที่วันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” จะพาไปพูดคุยกับสาวคนนี้กัน…

“ปัจจุบันเราพบว่า จำนวนของหมาแมวจรจัดที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งชีวิตของน้องหมาน้องแมวเหล่านี้น่าสงสารมาก เพราะจากที่เคยมีเจ้าของ มีคนให้ข้าวให้น้ำ เมื่อนำมาถูกปล่อยก็ต้องอยู่กันยากลำบาก บ้างก็เจ็บป่วยเรื้อรัง บ้างก็ต้องหนีตายจากสัตว์ที่ตัวใหญ่กว่า หรือก็ต้องกลายเป็นหมาแมวที่ต้องขโมยอาหารประทังความหิว จนกลายเป็นปัญหาสังคมตามมา” เป็นภาพที่เกิดขึ้นกับน้องหมา-น้องแมวซึ่งถูกปล่อยทิ้ง ที่ “ฟ้า-วรณันฑ์ แสนอุดม” อดีตแอร์โฮสเตสสายการบินชื่อดัง ที่ผันตัวมาเป็น “แม่แมว” และเจ้าของ Happy Cat House Garden บ้านสวนแมวแสนสุข ที่ ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ฉายภาพไว้กับ “ทีมวิถีชีวิต” จนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตที่ทำให้เธออยากช่วยเหลือ
ทั้งนี้ ฟ้าเล่าประวัติชีวิตโดยสังเขปให้ฟังว่า เรียนจบปริญญาตรีคณะมนุษยศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ สาขาดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยหลังเรียนจบปริญญาตรีก็เริ่มต้นชีวิตทำงานด้วยการเป็นแอร์โฮสเตสของสายการบินแห่งหนึ่ง โดยทำอาชีพนี้มานานถึง 15 ปี ขณะที่การช่วยเหลือแมวจรและแมวไร้บ้าน เธอเริ่มต้นทำในช่วง 4-5 ปีก่อนที่จะโบกมือลาอาชีพแอร์โฮสเตส ซึ่งนับจนถึงปัจจุบันก็ทำมาได้ 6-7 ปีแล้ว

ในลุคสับ ๆ สไตล์นางแบบ
“เดิมทีฟ้าไม่ใช่คนรักแมว ไม่อินกับแมวเลย (หัวเราะ) แต่เมื่อก่อนฟ้าเคยเป็นทาสหมา เพราะเคยเลี้ยงหมาพันธุ์ Pomeranian โดยเลี้ยงมาจนน้องอายุ 16 น้องก็เสียไป แล้วก็ไม่ได้เลี้ยงอะไรต่อ จนช่วงโควิด-19 ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากงานแอร์ฯ แฟนของฟ้าให้ของขวัญวันเกิดเป็นแมว ทำให้มีแมวตัวแรกในชีวิต โดยน้องชื่อว่า มะลิ เป็นแมวพันธุ์ British Shorthair สีขาว ซึ่งตอนที่เลี้ยงใหม่ ๆ ก็ยังไม่ได้รู้สึกอินอะไร แต่พอเลี้ยงไปสักระยะหนึ่ง จากที่เฉย ๆ ก็กลายเป็นความผูกพัน จนไม่รู้ตัวว่ากลายเป็นทาสแมวตั้งแต่เมื่อไหร่” ฟ้าเล่าเส้นทางการเป็น “ทาสแมว”
เธอยังบอกถึง “เสน่ห์ของแมว” ที่ทำให้เธอโดนตกว่า ถ้าเป็นแมวนอก หรือแมวสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่แมวไทย เขาจะค่อนข้างต้องดูแลประคบประหงมกันสักหน่อย แถมยังมีนิสัยออกกจะหยิ่ง ๆ เป็นตัวของตัวเองสูง ขณะที่แมวไทยนิสัยจะแตกต่างกัน เพราะแมวไทยจะขี้อ้อนและติดคนมาก แมวไทยจึงจะจะเข้าหาคนมากกว่าแมวนอกหรือสายพันธุ์ต่างประเทศ ซึ่งนิสัยนี้แม้แต่กับกลุ่มแมวจรที่เป็นแมวไทยก็เป็นเหมือนกันหมดเกือบทุก ๆ ตัว ส่วนเสน่ห์ที่ทำให้เธอโดนตกนั้น ฟ้าบอกว่า ช่วงที่เริ่มเลี้ยงน้องมะลิ ที่เป็นแมวตัวแรกใหม่ ๆ ตอนนั้นมีความรู้สึกอยากให้แมวรักเรา เพราะอีกหนึ่งนิสัยเด่นของแมวคือ เป็นสัตว์ที่โลกส่วนตัวสูง รักอิสระ ทำให้เธอพยายามปรับตัวเพื่อให้ได้รับความรักจากแมว จนที่สุดกลายเป็นความผูกพัน จนต้องเอาน้องมานอนด้วยตลอด ซึ่งพอน้องเปิดใจ จะยิ่งทำให้คนเลี้ยงยิ่งรัก เพราะเมื่อสนิทกันแล้ว น้องจะขี้อ้อน แถมมีลีลาทำให้ยิ้มได้ตลอด

ขณะที่เส้นทางการช่วยเหลือแมวจรและแมวไร้บ้านนั้น ฟ้าเล่าว่า พอโดนตกเป็นทาสแมว เธอก็เริ่มเข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มของเพจทาสแมวต่าง ๆ จนได้เห็นเคสแมวบาดเจ็บและไร้บ้านเยอะมาก ทำให้รู้สึกสงสาร จนอยากจะช่วยเหลือน้อง ๆ “มันแปลกมากจริง ๆ นะคะ เพราะพอเรารักแมว 1 ตัว แล้ว จะทำให้เรารักแมวทุกตัว รักแมวตัวอื่น ๆ บนโลกนี้เหมือนกันทั้งหมด เหมือนกับแมวของเราที่ตัวเราเลี้ยง” ฟ้าบอกถึง “ความน่าพิศวง” เรื่องนี้ ด้วยรอยยิ้ม
และจากจุดเริ่มต้นนี้ทำให้เธอจึงเริ่มช่วยเหลืออุปการะแมวจร โดยเริ่มจากช่วยเหลือตามประกาศหรือโพสต์ของความช่วยเหลือที่ลงไว้ในเพจต่าง ๆ ตั้งแต่การบริจาค สมทบทุนช่วยเหลือ จนค่อย ๆ ขยับมารับอุปการะบางเคสที่เธอคิดว่ากำลังของตัวเองน่าจะช่วยได้ โดยเธอเล่าเคสนี้ให้ฟังว่า “เคสแรกเกิดจากฟ้าไปเห็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งโพสต์ว่า น้องแมวโดนสุนัขกัดเป็นแผล แล้วน้องก็เอาเงินเก็บตัวเองไปจ่ายค่ารักษาแมวไป 3,000บาท ทีนี้น้องผู้หญิงก็เอาแมวตัวนี้ออกจาก รพ. ไปดูแลเอง แต่ว่าแผลเกิดอักเสบเป็นหนองทั่วทั้งสะโพก จนผ่านไป 10วันก็ไม่หาย จนน้องคนนั้นคิดว่าแมวที่ดูจะตายแล้ว แต่แมวก็ยังไม่ตาย น้องก็เลยมาโพสต์ขอความช่วยเหลือ เราเห็นแล้วสงสาร และเชื่อว่าน้องน่าจะพูดจริง แต่น่าจะใช้คำพูดไม่เป็น ทำให้ไม่มีใครสนใจ ฟ้าจึงทักไปว่าอยู่ที่ไหน แล้วก็ขับรถไปรับเคสนี้มาดูแลต่อ”

น้องมะลิ แมวตัวแรกที่เลี้ยง
ฟ้าเล่าเรื่องราวเหตุการณ์นี้อีกว่า ตอนที่ไปรับตัวน้องแมวแล้วพาไป รพ. เพื่อรักษาต่อ คุณหมอก็บอกว่า ไม่รับประกันว่าน้องจะรอด มีโอกาสรอดแค่ 50/50 แต่คุณหมอก็ช่วยสุดชีวิต ขูดเอาหนองออกทุกวัน ซึ่งเธอเห็นสีหน้าน้องแมวก็รู้ว่างคงทรมานมาก แต่น้องแมวก็อดทน เธอเลยมองว่า น้องแมวตัวนี้คงอยากมีชีวิตอยู่ต่อ จึงสู้มาก
“หมอไม่ท้อ แมวไม่ท้อ ฟ้าก็เลยท้อไม่ได้ น้องอยู่ รพ. นานถึง 2เดือน ที่สุดก็รอดมาได้” ฟ้าเล่าเคสในความทรงจำนี้ โดยเธอบอกว่า หลังช่วยชีวิตแมวตัวนี้ได้สำเร็จ ซึ่งเธอหมดเงินค่ารักษาไปกว่า 50,000 บาท ในวันที่น้องแมวต้องออกจาก รพ. เธอโทรศัพท์ไปบอกน้องผู้หญิงคนนั้นว่าจะเลี้ยงต่อไหม? ถ้าไม่ไหวเธอจะรับไปเลี้ยงเอง น้องผู้หญิงคนนั้นก็ตกลง
“ทุกวันนี้น้องแมวตัวนี้ก็อยู่ที่สวนแมวของฟ้า ฟ้าตั้งชื่อน้องว่า อูโนะ เป็นแมวตัวพิเศษอีกตัวของฟ้าเลยก็ได้ เพราะผูกพันมาก อีกอย่างน้องน่ารัก ช่วงคุย ขี้อ้อนครบสูตร (หัวเราะ) ซึ่งจากน้องอูโนะตัวนี้ก็เลยทำให้เห็นแมวจรที่ไหนไม่ได้เลย อยากช่วยหมดเลย เรียกว่าเคสไหนเห็นซึ่งหน้า จะช่วยเอาไว้เกือบหมด บางตัวก็ช่วยมาตอนท้อง พอเขาคลอดลูกออกมา แต่หาบ้านให้ลูกแมวไม่ได้ สุดท้ายก็รับเลยเลี้ยงไว้หมด ซึ่งฟ้าก็รับอุปการะมาเรื่อย ๆ จาก 1เป็น 2เป็น 10จนปัจจุบันก็มีจำนวนมากอย่างที่เห็น ๆ นี้เลยคะ”เธอเล่าเรื่องนี้ พร้อมกับเสียงหัวเราะ และหลังจากได้ช่วยเหลือแมวจร-แมวไร้บ้าน รวมถึงแมวที่บาดเจ็บอยู่เรื่อย ๆ คนก็เริ่มจดจำภาพของเธอที่ช่วยเหลือแมวได้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนรื่องราวของฟ้ากระจายไปยังคนรักแมวในวงกว้าง จนเป็นที่จดจำของกลุ่มหรือองค์กรที่ช่วยเหลือแมว โดยสิ่งที่เธอรู้สึกภูมิใจที่สุดที่เคยได้ยินได้รับฟังมาคือ “คำชม” ที่มีหลายคนชมว่า “เคสไหนถ้าฟ้ารับ…เคสนั้นน้องโชคดี…เพราะคุณฟ้าช่วยจริง” เธอเล่าความรู้สึกปลื้มปริ่มนี้ให้เราฟัง และหลังจากนั้น หากมีใครไปพบแมวที่บาดเจ็บ หรือน่าสงสาร หากนึกถึงใครไม่ได้ออก ก็มักจะบอกให้เธอไปช่วยดูหน่อย ซึ่งถ้าเคสไหนไม่เกินกำลัง ไม่เกินความสามารถ เธอก็ช่วยทุกเคส

“ทีมวิถีชีวิต” ถามกับนางฟ้าของแมวจรว่า การเลี้ยงน้องแมวจำนวนมากแบบนี้มีปัญหาบ้างไหม? ซึ่งเธอตอบว่า ก็มีเหมือนกัน ซึ่งหลังจากเธอรับอุปการะแมวไว้หลาย ๆ ตัวแบบนี้ ก็ทำให้เกิดปัญหาชีวิตเช่นกัน เนื่องจากคนที่บ้านไม่เข้าใจ ก็จะบ่นเธอว่าช่วยเหลืออะไรเยอะแยะ ซึ่งเพื่อยุติปัญหาเธอก็ตัดสินใจแยกออกมาอยู่เอง เพื่อจะได้ดูแลแมวได้แบบเต็มที่ และที่สุดก็ทำให้ตัดสินใจนำเงินเก็บตอนที่ทำงานเป็นแอร์โฮสเตส บวกกับเงินชดเชยนิดหน่อยตอนสมัครใจลาออกช่วงโควิด-19 นำมาเปิดHappy Cat House Garden บ้านสวนแมวแสนสุข ที่ ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยนอกจากจะทำให้ตัวเธอมีอาชีพแล้ว ยังช่วยให้น้องแมวได้มีบ้าน ได้มีที่พักด้วย ส่วนสาเหตุที่เลือกทำเลนี้ เธอบอกว่า ถ้าทำในเมืองค่าใช้จ่ายสูง เพราะต้องเช่าตึกหรือซื้อตึก ทำให้เธออาจสู้ไม่ไหว ก็เลยมองว่าถ้าทำเป็นสวนแมวที่อยู่ไกล ๆ หน่อย ตั้งโจทย์ว่าราคาค่าที่ดินที่เธอเอื้อมถึงได้ก็น่าจะดี เพราะจะได้มีพื้นที่ให้น้องแมวได้วิ่งเล่น เพื่อทำเป็นระบบนิเวศแมวให้เต็มที่ ก็เลยเลือกมาทำที่นี่ โดยค่อย ๆ สร้างไปทีละนิด เริ่มจากบ้านหลังเล็ก ๆ ต้นไม้ก็เอามาปลูกเอง “ตอนนั้นแฟนฟ้าก็สนับสนุนส่วนหนึ่ง กับมีพี่ ๆ กลุ่มช่วยแมวที่รู้จักเข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย ทำให้เราใจชื้นและมีกำลังใจมากขึ้นที่จะทำ” ฟ้าเล่าเบื้องหลังของการเปิดบ้านสวนแมว

บรรยากาศส่วนหนึ่งของบ้านสวนแมว
ฟ้าเล่าว่า หลังเปิดบ้านสวนแมวไม่ถึง 5 เดือน ปรากฏมีแมวเข้ามาอยู่ในการดูแลรวมแล้วกว่า 70 ชีวิต จนเธอเองก็ไม่คาดคิดว่าผลตอบรับจะดีขนาดนี้ เพราะสวนแมวของเธอนั้นอยู่ไกล ต้องขับรถจากกรุงเทพฯ มาเป็นชั่วโมง แต่คนรักแมวก็ยังอยากมาเจอน้อง ๆ ในบรรยากาศสวนแมว ที่ไม่ใช่คาเฟ่ ทำให้คนรักแมวได้เห็นพฤติกรรมน้อง ๆ ในแบบที่ไม่เคยเห็นในเมือง เช่น บางตัวปีนต้นไม้ บางตัวก็ไปนอนเล่นคลุกดิน อีกทั้งการเลี้ยงแบบเอาท์ดอร์ในที่เปิดโล่ง จึงตัดปัญหาเรื่องกลิ่นได้เลย
สำหรับ “ฝันในอนาคต” นั้น “ฟ้า-วรณันฑ์ แสนอุดม” บอกว่า ตอนนี้เธอมักจะได้รับเชิญเป็นแอดมินของเพจช่วยเหลือแมวต่าง ๆ ทำให้มีคอนเน็กชั่นกับกลุ่มกู้ภัยที่ช่วยเหลือแมว ทำให้ตอนนี้ที่วางแผนจะทำต่อ คือ อยากทำแบรนด์อาหารแมว หรือทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นแนว Happy Cat ขายออนไลน์ ซึ่งถ้ามีโอกาสเธอก็จะทำฝันนี้ให้เป็นจริงให้ได้ ขณะที่ “ภารกิจนางฟ้าแมวจร” นั้น เธอยืนยันว่า ต้องทำต่อไปแน่นอน เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าที่อื่น ๆ บ้างบางที “ตอนนี้ฟ้าก็ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายที่ กรณีที่เขาอยากได้คำปรึกษาเกี่ยวกับการช่วยเหลือแมว แต่ฟ้าเองก็ตั้งปณิธานกับตัวเองเอาไว้เช่นกันว่า ฟ้าจะไม่ทำอะไรที่เกินความสามารถตัวเอง เพราะฟ้าจะประเมินตัวเองตลอด และตอนนี้ฟ้าก็เริ่มวางแผนอนาคตเอาไว้แล้วว่า ถ้าตัวของฟ้าไม่อยู่แล้ว จะต้องมีใคร หรือจะต้องทำยังไงให้น้องแมวที่ฟ้ารักเหล่านี้มีคนรักแมวมารับช่วงต่อไป”.

‘ใช้ธรรมชาติบำบัด’ สุขภาพน้องแมว
“ฟ้า–วรณันฑ์” บอกว่า ปกติการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บไม่ว่าจะเป็นน้องหมาน้องแมวจะมีค่ารักษาค่อนข้างแพง เช่น ค่ายา, ค่าวัคซีน, ค่าผ่าตัด และค่าอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่า งแต่โชคดีเพราะแมวที่สวนของเธอค่อนข้างแข็งแรง ประกอบกับมีอากาศธรรมชาติ มีแสงแดด และมีต้นไม้ให้น้อง ๆ ได้ปีนออกกำลังกาย ทำให้แมวของเธอจึงมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงมาก หรือแมวบางตัวที่ช่วยมาและเพิ่งผ่านการรักษามา ก็สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น “แมวที่สวนของฟ้า นอกจากมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังไม่มีปัญหาเรื่องโรคผิวหนังเลย แถมขนยังสวย จนทาสแมวที่มาเที่ยวจะถามกับฟ้าตลอดว่า ดูแลน้องยังไง ให้กินอะไร ซึ่งฟ้าก็ตอบไปว่า ใช้ธรรมชาติบำบัด (หัวเราะ) น้อง ๆ จึงแฮปปี้มีความสุข สุขภาพจิตก็ดีขึ้นผิดหูผิดตา ถ้าเทียบจากตอนที่ช่วยมาแรก ๆ น้องส่วนใหญ่จะขี้กลัว ขี้ระแวง”.
เชาวลี ชุมขำ : รายงาน



