นอกจากโครงการร้อนๆ “แลนด์บริดจ์” มูลค่าลงทุนเริ่มต้นเฉียด 1 ล้านล้านบาท  ที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม  ประกาศเดินหน้าเป็นนโยบาย“เรือธง” ของรัฐบาล  พร้อมนำเสนอครม.อนุมัติเดือนมิ.ย.2569 

ทวงคืนโอกาส 30 ปีในภาคใต้ ตามที่เคยประกาศหาเสียงไว้  แม้จะถูกคัดค้านจากหลายมุม   รวมทั้งคนในพรรคเดียวกัน ชื่อ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม  ที่ไม่สบายใจเรื่องปัญหา“สิ่งแวดล้อม”

รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายพิพัฒน์  ยังจะเร่งผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ระยะ(เฟส) 2ของสายใต้ 3 เส้นทาง จากชุมพร-สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทางรวม  534 กม. มูลค่าเกือบ 1 แสนล้านบาท

ล่าสุดในการมอบนโยบายกรมทางหลวง(ทล.) เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2569   นายพิพัฒน์  สั่งทล.อัดโครงการภาคใต้   พัฒนาทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) และทล.41 สายเอเชียหรือสายสี่แยกปฐมพร–พัทลุง   เส้นทางหลักเชื่อมสู่ภาคใต้  ระยะทางประมาณ 800 กม. เพื่อยกระดับศักยภาพการคมนาคม  โดยให้เหตุผลที่ผ่านมาภาคใต้พัฒนาช้ากว่าภูมิภาคอื่น…

รวมทั้งประกาศเร่งรัดโครงการ MR1 (นครปฐม-นครสวรรค์)  เส้นทางแรกของโครงการ MR-Map ที่ริเริ่มสมัย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรมว.คมนาคม

เพื่อบูรณาการก่อสร้างถนนรูปแบบใหม่ ที่มีทั้งทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ระบบราง(รถไฟทางคู่)  และคลองระบายน้ำ  ไปพร้อมกัน  ลดความซ้ำซ้อนและลดขั้นตอนการทำงานเพื่อความรวดเร็วในการเวนคืนและก่อสร้าง  รวมทั้งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง

แผนแม่บท  MR-Map มีทั้งหมด 10 เส้นทาง ระยะทางรวมประมาณ 7,003 กม. วงเงินลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท  มีเส้นทางที่พัฒนาเป็นมอเตอร์เวย์ร่วมกับระบบรางทั้งหมด 4,321 กม. แบ่งเป็นแนวเหนือ-ใต้ 3 เส้นทาง แนวตะวันออก-ตะวันตก 6 เส้นทาง และวงแหวนรอบกรุงเทพมหานครรอบที่ 3 จำนวน 1 เส้นทาง

MR1ช่วงนครปฐม-นครสวรรค์ สมุทรสาคร ระยะทาง 224 กม. กรมทางหลวงอยู่ระหว่างศึกษา  จะเป็นทั้งเส้นทางคมนาคมและคลองระบายน้ำขนานแม่น้ำเจ้าพระยา   จากปากน้ำโพผ่าน นครปฐมออกสู่อ่าวไทย  ทั้งช่วยระบายน้ำ ขนส่งสินค้าทางเรือได้ด้วย  สนับสนุนระบบโลจิสติกส์ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย 

พิพัฒน์เวอร์ชั่น2” มีวาระ 4 ปีเต็มในการบริหารงานและบริหารอำนาจเบ็ดเสร็จ  ด้วยสโลแกน”คมนาคมพลัส” สอดคล้องกับสโลแกนของพรรคภูมิใจไทยในช่วงการเลือกตั้ง “พูดแล้วทำพลัส” และสโลแกนนโยบายด้านเศรษฐกิจ 10 พลัส

“คมนาคมพลัส” จะเป็นบวกโดยเพิ่มมูลค่าให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง โดยสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย  รวมทั้งพรรคภูมิใจไทยเติบโตยิ่งใหญ่ขึ้น  ตามที่รองนายกฯพิพัฒน์ ประกาศไว้  ได้หรือไม่….ต้องติดตาม….เพราะอีกด้านประชาชนจำนวนไม่น้อยก็ยังมองภาพเป็นลบ.  

***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต