หลายครั้งในชีวิต เราไม่ได้ขาดโอกาส แต่เรากลับไปไม่ถึงจุดที่อยากไป ทั้งที่รู้ว่าควรเริ่ม ทั้งที่อยากทำให้ดี แต่กลับผัดวัน ลังเล หรือหยุดตัวเองในจังหวะสำคัญ แล้วก็ย้อนกลับมาตำหนิตัวเองซ้ำ ๆ ว่า “ทำไมเราถึงเป็นแบบนี้”
พฤติกรรมนี้เรียกว่า Self-Sabotage หรือการที่เราทำบางอย่างที่ขัดกับเป้าหมายของตัวเอง มันไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจหรือขาดวินัย แต่เกิดจากความกลัวที่ลึกกว่านั้น ความกลัวที่เราอาจไม่เคยพูดออกมา หรือแม้แต่ไม่รู้ตัวว่ามีอยู่
บางคนไม่กล้าประสบความสำเร็จ ไม่กล้าเปลี่ยนตำแหน่ง ไม่กล้าขยับสถานะความสัมพันธ์ เพราะกลัวความล้มเหลว การไม่ถูกรัก หรือการถูกดูแคลน สำหรับสมองของเรา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความ “ไม่ปลอดภัย” ถึงแม้จะยังไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ไม่แน่นอนล้วนเป็นอันตราย แม้ว่าสิ่งที่เราพยายามหลีกหนี เป็นสิ่งที่เราต้องการมากก็ตาม
Self-Sabotage จึงเป็นเหมือนระบบป้องกันตัวเองที่พยายามพาเรากลับไปอยู่ในพื้นที่ที่คุ้นเคย แม้มันจะไม่ใช่พื้นที่ที่ทำให้เรามีความสุขที่สุด แต่ก็เป็นพื้นที่ที่เรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งสำหรับสมองแล้ว นั่นคือความปลอดภัย


การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการบังคับตัวเองให้มีวินัยมากขึ้น แต่คือการเข้าใจความกลัวที่อยู่เบื้องหลัง เมื่อเราเริ่มถามตัวเองว่า “ถ้าเราทำสำเร็จ เรากลัวอะไร” หรือ “ถ้าเราล้มเหลว เรากลัวอะไร” เราจะเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่าจริง ๆ แล้วเรากำลังปกป้องอะไรอยู่
เมื่อความกลัวถูกมองเห็น มันจะค่อย ๆ ลดอำนาจลง และเราจะเริ่มขยับไปข้างหน้าได้ โดยไม่ต้องฝืนตัวเองมากเกินไป เพราะการเติบโตที่ยั่งยืน ไม่ได้มาจากแรงกดดัน แต่มาจากความเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง.
เรียบเรียงโดย : ฐิติ ฐิติพันธุ์สรศักดิ์
โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital
โทร. 0-2589-1889 เว็บไซต์ bangkokmentalhealthhospital.com/



