ทั้งนี้ เพราะทุกวันนี้ “โลกร้อนโลกรวนโลกป่วนโลกเดือด” ในประเทศหนึ่ง รวมถึงกับประเทศไทย การจะมีทั้งพื้นที่ที่เกิด “ภัยน้ำท่วม” และพื้นที่ที่เกิด “ภัยน้ำแล้ง” ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน หรือแม้แต่ในช่วงเดียวกัน นี่มิใช่จะเป็นไปไม่ได้ ก็เคยเป็นมาแล้ว ขณะที่“ภัยโรคร้าย” กับสถานการณ์ที่ “ยิ่งร้ายกว่าเดิม ๆ”นี่ก็ “ต้องตระหนัก”

โลกยิ่งเดือด” ต้องระวัง “โรคยิ่งดุ”

เชื้อโรคร้าย” นั้น “มีทั้งเก่าทั้งใหม่”

ที่อาจเป็น “มหันตภัยโรคป่วนโลก!!”

เกี่ยวกับเรื่อง “โรคร้าย” นั้น หลังจาก “โควิด-19” ซา ๆ ลงไป…แต่ก็ยังประมาทมิได้ หากติดตามข่าวสารกันอยู่ตลอดก็คงจะได้รับรู้เกี่ยวกับการระบาดของโรคอื่น ๆ ที่ก็ไม่ใช่โรคใหม่ แต่ชื่อไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตาสักเท่าไหร่ อย่างเช่น “โรคเมลิออยด์” หรือ “เมลิออยโดสิส (Melioidosis)” หรือ “โรคไข้ดิน” ที่มีรายงานพบโรคนี้ในพื้นที่ประเทศไทยมานานกว่า 70 ปี แต่คนไทยไม่ค่อยคุ้น ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้มีกระแสเกี่ยวกับโรคนี้เกิดขึ้น โดย “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์ ก็ได้นำเสนอสกู๊ปซีรีส์เกี่ยวกับโรคนี้ไปแล้ว

หรืออย่าง “โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา” หรือ “ฮันตาไวรัส (Hanta Virus)” ที่มีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู เป็นพาหะนำโรค นี่ก็เช่นกัน นี่ก็ไม่ใช่โรคใหม่ ก็เป็นโรคเก่า เพียงแต่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคุ้นชื่อ ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวการระบาดในเรือสำราญในทะเลในต่างประเทศ มีผู้ป่วยเสียชีวิต และก็ตามมาด้วยกระแสตื่นตกใจ กลัวจะเหมือนโควิด-19 ซึ่งทั่วโลกก็กำลังเฝ้าระวัง

ในยุคปัจจุบัน ยุค “โลกร้อนโลกรวนโลกป่วนโลกเดือด” มีการระบุเชิงวิชาการไว้ประมาณว่า “เชื้อโรคดึกดำบรรพ์ที่เคยถูกแช่แข็งอาจฟื้นคืนชีพมาอาละวาดอีก” และก็ “อาจจะมีเชื้อโรคชนิดใหม่ ๆ ถือกำเนิดขึ้นมาอาละวาด” ขณะที่ “เชื้อโรคที่ยังคงอาละวาดอยู่อาจจะยิ่งอาละวาดหนักมากขึ้นดุมากขึ้น…ซึ่ง 3 ประเด็นนี้เป็นเรื่อง “น่าคิด???”

ทั้งนี้ 3 ประเด็นข้างต้น ต่อให้ไม่มีเชื้อโรคดึกดำบรรพ์ มีแค่ 2 ประเด็น ก็ “น่าวิตกมาก” แล้ว ดังที่นักวิชาการคณะเเพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.พรพรรณ สอนเชื้อ นักวิชาการจุลชีววิทยาและภูมิคุ้นกันวิทยา ได้เคยให้ข้อมูลความรู้ไว้ผ่านบทความ “โลกรวนป่วนโรค : สำรวจความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับโรคระบาด” ที่มีการเผยแพร่ไว้ใน www.sdgmove.com ซึ่งทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์จะสะท้อนต่อข้อมูล ณ ที่นี้โดยสังเขป

หลักใหญ่ใจความมีว่า… การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” นอกจากทำให้ เกิดสภาวะโลกร้อน สภาพอากาศรุนแรง ที่ยากจะคาดเดา ยัง “ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสรรพชีวิต” รวมถึง “เชื้อโรค”ที่เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก

เป็นอีกหนึ่ง “ปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ”

กรณี “โรคเก่าระบาดซ้ำมีโรคใหม่”

นักวิชาการท่านดังกล่าวได้สะท้อนไว้ว่า… สภาวะโลกร้อนมีความเชื่อมโยงกับโรคติดต่อต่าง ๆ ที่แพร่ระบาด”โดยศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกาก็ได้ออกมาให้ข้อมูลไว้ว่า… พบโรคติดเชื้อบางอย่างที่มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นในสหรัฐ เช่น โรคลายม์ (Lyme Disease), โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเวสต์ไนล์ (West Nile Virus Disease), โรคไข้รีฟต์วาลเลย์ (Rift Valley Fever) อีกทั้ง มีการพบโรคเหล่านี้ระบาดในพื้นที่ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน!! ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ “น่าตกใจ”

อาจเป็นผลจากการที่ฤดูกาลต่าง ๆ ของโลกเปลี่ยนแปลงไป เช่น บางแห่งมีฤดูหนาวสั้นลง หรือมีฤดูร้อนที่ร้อนรุนแรงกว่าปกติ กรณีนี้อาจเป็นปัจจัยทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น” นี่เรื่อง “น่ากลัว”

การที่ “โรคระบาดสัมพันธ์เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อน” นั้น ก็สามารถแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ได้ดังนี้คือ… โรคที่มีแมลงเป็นพาหะนำโรค (Vector-borne Disease) ทำให้เกิดการระบาด เช่น ไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา ซิกา มาลาเรีย, โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic Disease) อาทิ โรคฝีดาษวานร (Monkeypox) ที่ก็จัดเป็นโรคอุบัติใหม่ของประเทศไทยอีกทั้งโลกร้อนยังมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงถึง โรคที่เกิดจากเชื้อรา (Fungal Infection) และ โรคติดต่อจากอาหารและน้ำ อีกด้วย

บทความโดยนักวิชาการท่านดังกล่าวยังมีส่วนที่ระบุขยายความเรื่องนี้ไว้ด้วยว่า… การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาพภูมิอากาศแปรปรวน เช่น ร้อนขึ้น ฝนตกผิดฤดู ฤดูหนาวสั้นลง ส่งผลให้แมลงหลาย ๆ ชนิด ยุง ขยายพันธุ์ได้ดียิ่งขึ้น และเชื้อโรคแพร่กระจายได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งเมื่อโลกร้อนขึ้น เชื้อราเจริญเติบโตได้ดีแพร่กระจายได้ดีทำให้มีโอกาสที่จะก่อโรคในมนุษย์ได้เพิ่มขึ้นรวมถึงกรณี เชื้อก่อโรคที่มีอาหารเป็นสื่อ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นทำให้แบคทีเรียที่ปนเปื้อนมาในอาหารแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วมากขึ้น ทำให้ยิ่งเกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ จากการที่อาหารเน่าเสียเร็วขึ้น

และ “การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก ปริมาณความชุกของฝนที่ไม่เหมือนเดิม ส่งผลต่อการแพร่กระจาย และความสามารถในการปรับตัวของเชื้อก่อโรคหลาย ๆ ชนิดในปัจจุบัน” …นี่ก็อีกส่วนจากข้อมูล ที่ “น่าตระหนัก”

ทางวิชาการชี้ไว้ให้รัฐ “รับมือปัญหา”

ส่วนประชาชนก็ “จะต้องระวังยิ่งขึ้น”

ต้องระวัง!! โลกยิ่งเดือดโรคยิ่งดุ!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์