หากพูดถึงภาพยนตร์สยองขวัญแนวแอนโทโลจี (Anthology) หรือหนังที่มัดรวมเรื่องสั้นในไทย “ตำนานผีมหา’ลัย” ถือเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ถูกนำมาสร้างเป็นหนังอยู่บ่อยครั้ง นับตั้งแต่ “มหา’ลัยสยองขวัญ” (2009) มาจนถึงการปัดฝุ่นแฟรนไชส์ครั้งใหญ่ของสหมงคลฟิล์มฯ ใน “เทอมสอง สยองขวัญ” (2022) และ “เทอม 3” (2024) จนกระทั่งมาถึง “เทอม 4” (2026) ที่ยกระดับความสยองขวัญแบบกระจายตัวไปครบ 4 ภาค (เหนือ กลาง อีสาน ใต้)

เทอม 4 มัดรวม 4 ความสยองทั่วไทย แบ่งออกเป็น 4 ตอน นำเสนอผ่านมุมมองของ 4 ผู้กำกับรุ่นใหม่ และทัพนักแสดงระดับไอคอนแห่งยุค
- สะพานขาว – (ภาคอีสาน) แสดงนำ เก้า จิรายุ กับ วี วิโอเลต ผู้กำกับ ตั้ม-พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว
- เรือนนางสนม – (ภาคกลาง) แสดงนำ โจริญ 4EVE กับ เอิงเอย ประภามณฑล ผู้กำกับ มูย่า-ฐามุยา ทัศนานุกุลกิจ
- คืนดีเดย์ – (ภาคใต้) แสดงนำ แทด ATLAS, เจน กุลจิราณัฐ, ตังโก้ ฐิตินันต์ ผู้กำกับ ก่อ-ชาคร ไชยปรีชา
- ห้องชมพู – (ภาคเหนือ) แสดงนำ พั้นรักแมว (พั้น พันธิตา) ผู้กำกับ ผึ้ง-สาลินี เขมจรัส
เรื่องย่อและรีวิวแต่ละตอน
สะพานขาว – ห้ามบอกเลิกบนเส้นทางมรณะ

เรื่องราวของคู่รักนักศึกษา (เก้า กับ วี) ที่ต้องติดอยู่ในวังวนหลอนบนสะพานยาวขนาบข้างด้วยป่าละเมาะ ถ่ายทำสถานที่จริง และผู้กำกับดันไปแซวสแตนด์อินเล่นๆ ว่าให้รถล้มตรงไหน ปรากฏว่าถ่ายจริงรถพุ่งไปกระแทกตรงจุดนั้นเป๊ะๆ จนกองถ่ายต้องรีบขอขมากันจ้าละหวั่น
เป็นตอนที่คนดูสามารถอินได้เต็มที่ เพราะ 2 นักแสดงนำ เก้า และ วี เป็นแฟนกันจริงๆ พอต้องมาเล่นบทดราม่ารักร้าวและฉากเลิกรา ท่ามกลางสถานการณ์สิ้นหวัง เคมีคู่รักจริงมันส่งพลังออกมาแรงมาก CGI ผีก็ทำได้เหมือนจริงและหลอนมาก
เรือนนางสนม – คนในไม่เห็น คนนอกเห็น

“เกรซ” (โจริญ) นักศึกษาแฟชั่นได้ตาม “บิว” (เอิงเอย) ช่างภาพรุ่นพี่ไปถ่ายแบบที่เรือนไทยโบราณ ก่อนพบความลับดำมืดที่ผูกติดอยู่กับวิญญาณนางสนมริษยา ตอนถ่ายทำที่เรือนไทยเก่าแก่สมัย ร.5 ในอยุธยา ช่วงที่น้ำท่วมจริง ๆ ทำให้เกิดเอฟเฟกต์แสงสะท้อนลายน้ำวูบวาบเพิ่มความวังเวง แถมโจริญต้องโชว์สปิริตเล่นกับไฟลุกของจริงที่ปีกชุดกินรีแบบไม่ใช้ CG และถูกสั่ง “หน้าสด” เติมขอบตาดำให้โทรมสะใจผู้กำกับอีก
ยกให้เป็นตอนที่ดีที่สุดในเทอม 4 เป็นตอนที่เดาทางยากมากว่าจะมาแนวไหน โจริญ แสดงดีกว่าที่คิดเอาไว้มาก การแสดงทางสายตาที่จิตลึก ๆ ของโจริญ มันทับซ้อนความดำมืดของจิตใจคนกับผีได้อย่างน่าดูมาก ส่วน เอิงเอย เล่นได้สมศักดิ์ศรีนักแสดงรางวัลอินเตอร์ และบทเรื่องนี้ส่งพอสมควร น่าจะทำให้เธอได้รับความสนใจ และถูกจดจำจากผู้ชมชาวไทยมากยิ่งขึ้น ว่าที่ซุปตาร์อยู่ไม่ไกลแล้ว
คืนดีเดย์ – เสียงบูมแห่งความตาย

Based on True Story อิงข่าวอุบัติเหตุรถบัสรุ่นพี่คว่ำเสียชีวิตยกคัน กลายมาเป็นตำนานว่า “ถ้าเฟรชชีคนไหนโดดกิจกรรมรับน้อง ผีรุ่นพี่จะยกทีมไปบูมให้ถึงที่ จบเพลงเมื่อไหร่…ตายเมื่อนั้น” โดยทีมงานลงลึกถึงขั้นไปสัมภาษณ์คนพื้นที่ และรีเซิร์ชตำแหน่งที่นั่งของคนตายในรถ เพื่อดีไซน์แผลเอฟเฟกต์ผีให้เรียลที่สุด ไม่เน้นผีปีศาจ แต่เน้นผีสภาพจริงจากอุบัติเหตุ
เป็นตอนที่เน้นขำมากกว่าหลอน ตามแบบฉบับหนังไทยมัดรวมเรื่องสั้น ที่จะมีหนึ่งตอนเน้นฮา เพื่อไม่ให้คนดูเครียดและกลัวจนเกินไป ถือเป็นตอนที่มีครบทุกรสชาติ ซึ้ง เศร้า ขำ จ๋อง ดูแล้วคิดถึงเพื่อนและบรรยากาศในรั้วมหา’ลัยมาก หนังสะท้อนว่า ถ้าชีวิตมหา’ลัยเราเจอเพื่อนที่ดี มันจะประคองเราไปจนเรียนจบ เป็นตอนที่อบอุ่นและหลอนระทึกไปพร้อมๆ กัน เคมีแก๊งนักแสดง 3 คนเข้ากันได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะ ตังโก้ เอา MVP ไปเลย
ห้องชมพู – อย่าเช่าผิดห้อง

ห้องพักสีชมพูดสุดน่ารักหวานแหวว ในหอพักที่แฝงความอาฆาต และคราบเลือดที่ล้างไม่เคยออก ทีมงานยกกองไปถ่ายที่หอพักร้างของโรงพยาบาลเก่าแถวคลองหลวง (ที่กำลังจะทุบทิ้ง) ระหว่างถ่ายทำทีมซาวด์เจอปัญหา “เสียงลึกลับแว่วแทรก” เข้ามาในหูฟังตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทีมงานทุกคนลงไปอยู่ข้างล่างและเงียบกันหมดแล้ว
เป็นตอนที่น่ากลัวมากสำหรับคนไม่ชอบผีหอพัก เพราะมันใกล้ตัวและเรียลเกินไป แต่เนื้อเรื่องทำออกมาดีงาม มีการใช้เทคนิคกลไก (Mechanic) ในห้อง และมีหักมุมนิด ๆ ตอนท้ายที่ทำเอาเหวอ ได้รับคำชมเรื่องการจัดแสง และซีนโคลสอัพตอนท้ายเรื่องของ “น้องพั้นรักแมว” ที่ถ่ายออกมาได้สวยสะกดมาก ตอนนี้น้องพั้นแบกคนเดียวสวยๆ ไปเลย
ข้อดีของ “เทอม 4” คือ การกระจายความสยอง 4 ภาค ทำให้ได้เห็นวัฒนธรรม บริบท และตำนานท้องถิ่นที่หลากหลาย ไม่จำเจอยู่แค่กรุงเทพฯ โปรดักชันดีเยี่ยม เน้นถ่ายทำสถานที่จริง เมกอัปเอฟเฟกต์ดีไซน์กล้ามเนื้อและบาดแผลได้สยองชวนแหวะ ด้านทีมนักแสดงจัดเต็มเกรด A ทุกคนทุ่มเทมาก โดยเฉพาะพาร์ตหน้าสดของ “โจริญ” และพาร์ตอารมณ์ดิ่งของ “เก้า-วี” ทาง “พั้นรักแมว” ก็น่ารักสุดๆ ขณะที่เพลงประกอบ “ไม่เคยได้ลา” ของ Three Man Down ทรงพลัง แถมช่วยชูอารมณ์คร่ำครวญโหยหวนหลังดูจบได้ดิ่งลึกยิ่งขึ้น
ฝั่งข้อเสียคือ ความฮาร์ดคอร์ยังไปไม่สุดทางสำหรับคอหนังผีสายโหด บางช่วงยังแอบน่าจะขยี้ความสยดสยอง ฉากตุ้งแช่ (Jump Scare) ได้ถึงใจกว่านี้อีกนิด และด้วยความที่เป็นหนัง 4 ตอน การตัดสลับอารมณ์จากดราม่าน้ำตาไหล (สะพานขาว) ไปสู่ความจิต (เรือนนางสนม) อาจทำให้คนดูต้องปรับอารมณ์ตามให้ทัน
4/5
บทดี นักแสดงทำถึง บันเทิงครบรส และตอบโจทย์แฟนหนังผีไทยยุคใหม่ เทอม 4 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตำนานเรื่องเล่าของไทย มันหลอนไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ หนังเรื่องนี้ไม่ได้ขายแค่ความน่ากลัวจนเอามือบังตา แต่เต็มไปด้วยสไตล์ งานภาพที่สวยงาม คอสตูมระดับแฟชั่น และการหักมุมที่คาดไม่ถึง สำหรับคนชอบดูหนังผีแต่เป็นคนขลาดกลัว เรื่องนี้คือทางเลือกที่เพอร์เฟกต์ เพราะมันมีความสนุก ความซึ้ง และความบันเทิงสอดแทรกอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับคนที่อยากดูหนังผีแบบโหดๆ น่ากลัวสุดๆ เรื่องนี้อาจจะยังนะ
หมีเช



