มีดราม่า .ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อาจารย์เชน รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงที่ชื่อยาวเหยียด ไม่รู้จำได้กี่คน ย่อ ๆ คือ กระทรวง อว. ของพรรคเพื่อไทย ไปพูดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  หัวข้อ เป้าหมายประเทศ ไทย วางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจ
มูลค่าเพิ่ม

พูดให้เข้ายุคสมัย คือ ใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสร้างเศรษฐกิจใหม่ เปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมเก่าที่ทำให้ความสามารถในการแข่งขันไทยลดลงเรื่อย ๆ จีดีพีโตรั้งท้ายอาเซียน ถึงขนาดบางสื่อ ยกไทยเป็น คนป่วยแห่งเอเชีย ด้วยซ้ำ การจะยกระดับประเทศจากรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง จึงต้องมุ่ง “เศรษฐกิจใหม่”  เช่น ธุรกิจพลังงานสีเขียว รถอีวี พวก AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ฟินเทคซึ่งไม่ง่าย มีปัจจัยมากมายให้ไปถึงยอดเขาลูกนี้      

แนวคิดอาจารย์เชน ไม่ผิด แต่ที่กลายเป็นดราม่า ลดทอนความภูมิฐานของอดีตแคนดิเดตนายกฯถูกโควทซ้ำหลายครั้ง คือ ผมตั้งเป้าว่าเป็นประเทศรายได้สูง คนอาจหัวเราะ แต่ทุกอย่างกลับมาที่ปากท้อง หากจะไปแก้ปัญหาคอร์รัปชัน แก้อีก 100 ปีก็ไม่หมด แต่หากทำให้คนมีตังค์ ใครจะอยากคอร์รัปชัน พื้นฐานความเป็นมนุษย์ ไม่อยากโกงอยู่แล้ว ถ้าโกงแสดงว่า มีความเดือดร้อนบางอย่าง

ไม่รู้ว่าใจจริง เจ้าตัวต้องการสื่ออะไร หรือจะบอกว่า เทคโน โลยีแก้คอร์รัปชันได้ ซึ่งก็จริง ก่อนสมัย รบ. ทักษิณ ชินวัตร การทำ พาสปอร์ต ต้องใช้หน้าม้า เสียเงินเป็นพัน แต่พอเอา “เทคโนโลยี” ไปปรับการทำงานสมัยใหม่แทนการเข้าคิวแบบเก่า การทำ “พาสปอร์ต” ก็เร็วมาก หน้าม้าหาย เดี๋ยวนี้มีบริการส่งพาสปอร์ตถึงบ้านด้วยซ้ำ นี่คือกระทรวงต้นแบบ ที่ทำให้ระบบไม่ซับซ้อน เข้าถึงง่าย ลดการใช้ดุลพินิจ ทำบัตรประชาชนก็เร็วและแสนง่าย

แล้วทำไมเป็นปมร้อน มองจากองค์รวม มีเหตุบังเอิญให้เทียบเคียงคำพูดนายกฯ คุณหนู อนุทิน ชาญวีรกูล ที่พูดตอนผลสำรวจ กกร.เปิดโปง 10 หน่วยงานรัฐรับสินบนสูงสุด นายกฯ คุณหนู พูดให้ท้าย ยุส่งหน่วยงานรัฐฟ้อง กกร. กล้าเปิดโปง ก็ต้องกล้าถูกฟ้องค้านคำประกาศก่อนหน้าว่า รู้สึกอับอายขายหน้า ดัชนีความโปร่งใสไทยตกต่ำลงทุกปี ล่าสุด อันดับ 116 ของโลกจาก 180 ประเทศ ไม่นับที่บอก เป็นเวรเป็นกรรมของรัฐบาลนี้ที่ต้องมาแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

นี่คือ ทัศนคติผู้นำประเทศหรือ ฟ้องปิดปาก แก้คอร์รัปชัน ถ้าเป็นทัศนคติจริง ถือว่าอันตรายสุด อย่าว่าแต่มองภาพแคบ ทุจริต หมายถึง การโกงกิน รับสินบาท คาดสินบน ทุจริตเชิงนโยบายปกติ ที่เป็นมะเร็งร้ายกัดกินประเทศ ปีหนึ่งสูญกว่า 2-3 แสนล้าน สร้างรถไฟฟ้าได้ซัก 3-4 สายได้มั้ง แค่นี้ก็ชั่วร้ายแล้ว

ขณะการทุจริตภาพกว้าง ยังหมายถึง การปล้นชิงอำนาจอธิปไตยของประชาชนไปเป็นของตัวเอง พวกตัวเอง เดิมคือ ปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจกันโต้ง ๆ ยุคใหม่ เขียน รธน.ที่เป็นของพวกตรู ออกกติกาให้ได้เปรียบ วางตัว สส. วางตัว สว. วางตัวองค์กรอิสระ กินรวบทั้งประเทศ เลวร้ายกว่ากันเยอะ

ก็แปลกที่ 89 สว. ดาหน้าประณาม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บีบให้ “ขอโทษ” ปมกล่าวหา เป็น สว.ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินทำให้เสื่อมเสียเกียรติภูมิ อ้าวปี 68 ที่ผ่านมา สื่อประจำรัฐสภา เค้าตั้งชื่อ สว.ชุดนี้ รังของหนู  หนูไหน ก็หนู อนุทิน หัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน ไง…เหตุเพราะออกเสียงแนวเดียวกับพรรคสีน้ำเงิน ไม่มีแตกแถว โหวตองค์กรอิสระถูกครหามีผลประโยชน์ทับซ้อนก็ไม่เคยสะทกสะท้าน…แล้วไม่ใช่ สว.สีน้ำเงินหรอกหรือ ใด ๆ ทำไมเพิ่งมาเดือดร้อนจะเป็นจะตายเอาตอนนี้ หรือมีวาระซ่อนเร้น ?!?

นายอนุทินเป็นนักการเมืองรุ่นเก่า เติบโตจาก “ระบบอุปถัมภ์ดั้งเดิม” อาชีพเดิมอยู่ในแวดวงรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ ได้สร้าง สัปปายะสภาสถาน สภาหมื่นล้าน แต่ไม่รู้ ทำไมฝนตกทุกครั้ง หลังคารั่ว เป็นน้ำตกไนแอการาทุกครั้ง นายอนุทินจะมองภาพทุจริตคอร์รัปชันด้วยรูปแบบเก่า ไม่แปลก ไม่ต้องพูดถึงการทุจริตภาพกว้าง ซึ่งคงไม่ (ต้องการ) แตะอยู่แล้ว แม้ทั้งหมดคือ วงกลมเดียวกัน แค่ ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่

แต่ถ้าเป็นทัศนคติของ ศ.ดร.ยศชนัน ด้วย ก็น่าเสียดาย นักการเมืองรุ่นใหม่ความหวังประเทศในกาลข้างหน้า ความคิด
กลับดูล้าหลัง มองไม่เห็นตัวช้าง เห็นแค่หางช้าง แล้วทึกทักว่าเป็นช้างทั้งตัว.

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่