ข้อแนะนำของหลายๆฝ่าย ในคนที่อายุมาก ต้องพยายามรักษา “ความอยากรู้” ซึ่งสำคัญมากในการทำให้ “สมองแก่ช้า”

เริ่มคุยกันว่า เช้านี้รถติดนะ ขับแท็กซี่มานานเท่าไรแล้ว รายได้เป็นอย่างไร คุณอายุเท่าไร จิปาถะ

เมื่อหายเกร็งกันแล้ว ก็ถามว่า “เดี๋ยวนี้ยังมีผู้โดยสารขอสูบบุหรี่ในรถไหม” คนขับบอกว่า “ไม่มีครับ ผมเองยังสูบบุหรี่ แต่ผมไม่สูบในรถเด็ดขาด ไม่อยากให้รถเหม็น”

“คุณอายุเท่าไรครับ” “63 ครับ มาขับแท็กซี่หลังเกษียณ”

“สุขภาพคุณเป็นอย่างไรครับ” แท็กซี่ “ผมเป็นเบาหวาน ต้องกินยาคุมน้ำตาลทุกวัน”

“ถ้ายังงั้น คุณจะเป็นคนไข้เบาหวานส่วนน้อย ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ เพราะหมอจะเน้นมากว่า คนที่เป็นเบาหวานต้องไม่สูบบุหรี่

คุณรู้ไหม ขณะนี้ เรามีคนไข้ไตวายที่ต้องฟอกเลือดด้วยไตเทียม 8 หมื่นกว่าคน ราว 4 หมื่นคนเป็นคนไข้ไตวายจากเบาหวาน ที่เหลือ 2 หมื่นคนจากคุมความดันไม่ดี นอกนั้นไตวายจากสาเหตุอื่นๆ

คือเบาหวานเองทำให้เส้นเลือดทั่วร่างกาย รวมทั้งที่ไต ขา หัวใจ สมองและตาเสื่อม การสูบบุหรี่เองก็ทำให้เส้นเลือดทั่วร่างกายเสื่อม

เป็นเบาหวานและสูบบุหรี่ เส้นเลือดจึงยิ่งเสื่อมเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ

ที่สำคัญ นิโคตินในบุหรี่ทุกชนิด ทำให้ความเสี่ยงเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้น 30-40% และคนเป็นเบาหวานที่สูบบุหรี่ น้ำตาลจะควบคุมยากขึ้น โรคแทรกเกิดเร็วและรุนแรงขึ้น

ใกล้ถึงสนามบินดอนเมือง ผมพูดส่งท้ายว่า “ฝากให้คุณคิด เรื่องเลิกสูบบุหรี่นะ คุณจะดีใจที่คุณเลิกได้ ผมขอให้กำลังใจครับ”

ผมส่งท้ายด้วย “อย่าลืม เลิกให้ได้นะ”  เขายิ้มและขอบคุณก่อนจากกัน

การคุยกับแท็กซี่ ผมเองก็ได้ประโยชน์ ได้ให้ความรู้ที่อาจจะทำให้เขาเลิกสูบบุหรี่ ได้ออกกำลังสมอง ชะลอการเสื่อมของสมอง

และมีเรื่องมาเขียนแชร์ให้คนอื่น ไปบอกคนเป็นเบาหวานที่ยังสูบบุหรี่ เผื่อเขาจะเลิกสูบได้

เราจะได้ลดจำนวนคนไข้เบาหวานที่ต้องรับการล้างไตเรื้อรัง

ขอนำคำเตือนบนซองบุหรี่ ที่คนไข้เบาหวานที่สูบบุหรี่ จนขาเน่าจากเส้นเลือดขาตีบตัน หมอต้องตัดขา มาช่วยกันเผยแพร่

ข้อมูลจาก ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ  ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

 

นายแพทย์สุรพงศ์  อำพันวงษ์

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่