Playful Parenting หรือ “การเลี้ยงดูผ่านการเล่น” เป็นแนวคิดที่เน้นให้พ่อแม่ใช้การเล่นเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ เข้าใจอารมณ์ของลูก และส่งเสริมพัฒนาการอย่างเป็นธรรมชาติ แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ต้องเล่นเก่ง หรือจัดกิจกรรมซับซ้อน แต่หมายถึงการเปิดใจอยู่กับลูกอย่างแท้จริง และใช้ช่วงเวลาเล่นเป็นพื้นที่ของความรัก ความเข้าใจ และการเรียนรู้ร่วมกัน

UNICEF อธิบายว่า การเล่นช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา ภาษา และความรักในการเรียนรู้ โดยกิจกรรมง่าย ๆ ในบ้าน เช่น ต่อบล็อก เล่นบทบาทสมมุติ หรือเล่นปริศนาร่วมกัน ล้วนมีคุณค่าต่อพัฒนาการของเด็ก อีกทั้ง UNICEF Parenting ยังเน้นว่า การเล่นช่วยสร้างทักษะชีวิต เช่น การแก้ปัญหา การแสดงความคิด และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ดูแล

พ่อแม่ในยุคดิจิทัล : เมื่อ “เวลาเล่นจริง” ถูกแทนที่ด้วยหน้าจอ

ในยุคที่เทค โนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เด็กจำนวนมากใช้เวลากับหน้าจอมากขึ้น ขณะที่เวลาคุณภาพระหว่างพ่อแม่กับลูกลดลง หน้าจออาจมีประโยชน์ในบางบริบท หากเลือกเนื้อหาเหมาะสมกับวัยและมีผู้ใหญ่ร่วมดูร่วมพูดคุย แต่ไม่ควรใช้แทนการเล่นจริง การสื่อสารแบบตัวต่อตัว และการเคลื่อนไหวทางกาย

องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีไม่ควรมีเวลาหน้าจอแบบนั่งนิ่ง ส่วนเด็กอายุ 2–4 ปีควรจำกัดเวลาหน้าจอไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง และ “ยิ่งน้อยยิ่งดี” โดยควรส่งเสริมการเคลื่อนไหว การนอนที่เพียงพอ และกิจกรรมปฏิสัมพันธ์แทนการอยู่นิ่งหน้าจอเป็นเวลานาน ดังนั้น แนวทางที่เหมาะสม คือ

“ลดหน้าจอ เพิ่มเวลาเล่นกับคนจริง” โดยเฉพาะในเด็กเล็กและเด็กที่มีความล่าช้าด้านภาษา สังคม หรือสมาธิ

4 มิติของการเล่นที่พ่อแม่ควรรู้

1. การเล่นทางกาย

เช่น วิ่ง ปีนป่าย เตะบอล ปั่นจักรยาน เล่นทราย หรือเล่นโยนรับลูกบอล ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ การทรงตัว การประสานมือ–ตา และการรับรู้ร่างกายของตนเอง

2. การเล่นเชิงจินตนาการ

เช่น เล่นขายของ เล่นเป็นคุณหมอ เล่นเป็นครู เล่นบ้าน หรือใช้ของเล่นแทนสิ่งต่าง ๆ ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ภาษา การเข้าใจบทบาทของผู้อื่น และความสามารถในการมองโลกจากมุมของคนอื่น

3. การเล่นทางสังคม

เช่น เล่นกับพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน หรือเล่นเกมที่มีกติกาง่าย ๆ ช่วยให้เด็กเรียนรู้การรอคอย การผลัดกันเล่น การแบ่งปัน การยอมรับกติกา และการแก้ปัญหาร่วมกัน

4. การเล่นสร้างสรรค์

เช่น ต่อบล็อก วาดภาพ ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน พับกระดาษ หรือปลูกต้นไม้เล็ก ๆ ช่วยส่งเสริมสมาธิ ความคิดเชิงตรรกะ การวางแผน และความภาคภูมิใจเมื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จ.

พญ.จันทร์อาภา สุขทัพภ์ และ นางณัฐชนก สุวรรณานนท์
สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต