จากของเล่นลูก.. สู่อาชีพหลักครอบครัว เรื่องราวชีวิตของนายสมชาย ธนวิโรจน์วงศ์ ชายวัย 47 ปี เจ้าของ “ฟาร์มเต่าซูคาต้าบึงพระ พิษณุโลก” ผู้พลิกบทบาทตัวเองจากพ่อค้าขายเครื่องหนัง สู่เจ้าของฟาร์มเพาะพันธุ์เต่าบกขนาดย่อมที่มีลูกเต่าในครอบครองมากกว่า 500 ตัว!
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ชีวิตของนายสมชายไม่ได้เกี่ยวข้องกับสัตว์เลื้อยคลานเลยแม้แต่น้อย เขาทำมาหากินด้วยอาชีพค้าขายเครื่องหนังเลี้ยงครอบครัวไปวัน ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกชายเอ่ยปากว่าอยากเลี้ยง “เต่าซูคาต้า” (Sulcata Tortoise) คุณพ่อจึงตัดสินใจซื้อมาให้เลี้ยงดูเล่น ๆ โดยไม่คาดคิดเลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต

นายสมชาย กล่าวว่า “ตอนแรกก็ซื้อมาให้ลูกเลี้ยงสนุก ๆ ไม่ได้คิดอะไรเลย แต่พอเลี้ยงไปได้สัก 4-5 ปี เต่ามันเริ่มโต แล้วอยู่ ๆ วันหนึ่งมันก็เริ่มให้ไข่ เริ่มขยายพันธุ์ได้เอง ผมเลยลองศึกษาและหัดเพาะลูกเต่าออกมาขายดู ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก”
จากเต่าเลี้ยงเล่นไม่กี่ตัว นายสมชายค่อย ๆ เจียดเงินมาลงทุนเพิ่มจำนวนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์อย่างต่อเนื่อง จากความรู้ศูนย์ส่วนใหญ่ อาศัยการสังเกตและลองผิดลองถูก จนในที่สุดเต่าซูคาต้าก็กลายเป็นอาชีพหลักของครอบครัว และทำต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปีแล้ว

ปัจจุบัน ฟาร์มเต่าซูคาต้าบึงพระ ตั้งอยู่เลขที่ 351/21 หมู่ 2 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถูกจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน มีทั้งโซนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ โซนอนุบาลลูกเต่า และโซนเต่าอัลดาบรา (Aldabra) เต่าบกยักษ์อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีมูลค่าสูง
เมื่อเดินเข้าไปในฟาร์ม ภาพที่ชินตาคือภาพของลูกเต่าตัวน้อย ๆ หลายร้อยตัวกำลังเดินเล็มกินหญ้าอย่างเพลิดเพลิน แต่ไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาของผู้มาเยือนได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้น “เจ้าไดมอนด์” พี่ใหญ่ประจำฟาร์ม เต่าซูคาต้าเพศผู้ อายุ 19 ปี ที่มีน้ำหนักตัวทะลุ 100 กิโลกรัมไปแล้ว ซึ่งกลายเป็นขวัญใจและแลนด์มาร์กสำคัญที่ใครมาก็ต้องขอถ่ายรูปคู่

นายสมชาย เล่าว่า ปัจจุบันฟาร์มมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เต่าซูคาต้าประมาณ 30 ตัว และมีลูกเต่าพร้อมจำหน่ายกว่า 500 ตัว ราคาเริ่มต้นสำหรับผู้ที่อยากลองเลี้ยง ขนาด 2 นิ้ว อยู่ที่ตัวละ 600 บาท ไปจนถึงหลักพันตามขนาด โดยที่ฟาร์มจะมีการรับประกันสุขภาพเต่าให้ 1 สัปดาห์ พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดอายุการเลี้ยง
แต่สิ่งที่เป็นที่สุดของฟาร์มและเป็นที่ฮือฮาในวงการ คือ “เต่าซูคาต้าเผือกตาแดง” (Albino) มันคือความมหัศจรรย์ทางพันธุกรรมที่เกิดจากยีนด้อย ทำให้โอกาสที่จะเพาะพันธุ์สำเร็จนั้นยากแสนยาก ปัจจุบันที่ฟาร์มมีครอบครองอยู่เพียง 2 ตัวเท่านั้น (อายุประมาณ 3 ปี) และมีมูลค่าสูงถึง ตัวละกว่า 200,000 บาท! เต่าพวกนี้อายุยืนมาก ซูคาต้ามีอายุเฉลี่ย 100-120 ปี ส่วนอัลดาบรายืนยาวได้ถึง 200 ปี เรียกได้ว่าเลี้ยงกันตั้งแต่รุ่นลูกส่งต่อถึงรุ่นเหลนเลยทีเดียว

นายสมชาย กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับใครที่อยากศึกษาหาความรู้หรืออยากจะมาเยี่ยมชมความน่ารักของเจ้าไดมอนด์ และชมเต่าเผือก ทางฟาร์มยินดีต้อนรับทุกวัน หรือโทรสอบถามได้ที่ 093-276-3879..
นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : ธเนส อนุดิษฐ จ.พิษณุโลก
[[คลิก]] อ่านเรื่องราว “นิยายชีวิต” ได้ที่นี่..





