ย้อนรอยคดีกราดยิงในประเทศไทย ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุมีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก กรณีผู้ใหญ่มี 3 เหตุการณ์ใหญ่ ได้แก่
-เหตุทหารกราดยิง ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล จ.นครราชสีมา เหตุเกิดวันที่ 8 ก.พ.2563 มีผู้เสียชีวิต 31 ราย บาดเจ็บ 58 ราย ผู้ก่อเหตุถูกวิสามัญในที่เกิดขึ้น ปมเหตุปัญหาการสร้างบ้านพักข้าราชการ
-เหตุอดีตตำรวจคลั่ง ใช้อาวุธและมีดก่อเหตุสังหารหมู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู เหตุเกิดวันที่ 6 ต.ค.2565 มีผู้เสียชีวิต 37 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก (24 ราย) ปมปัญหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการถูกให้ออกจากราชการ
-เหตุชายวัย 60 ปี พกอาวุธปืนก่อเหตุยิงในตลาด ขององค์การตลาดเพื่อการเกษตร(อ.ต.ก.) กรุงเทพฯ เหตุเกิดวันที่ 28 ก.ค.2568 มีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย(รปภ.) แม่ค้า รวมถึงตัวผู้ก่อเหตุที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ปมปัญหาขัดแย้งสะสม

ส่วนผู้ก่อเหตุที่เป็นเด็กและเยาวชน มี 2 เหตุใหญ่ คือ เหตุเด็กชายวัย 14 ปี (ขณะลงมือ) ใช้อาวุธปืนแบลงก์กัน (Blank Gun) กราดยิงในห้างพารากอน กรุงเทพฯ เหตุเกิดวันที่ 3 ต.ค.2566 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นต่างชาติ 2 ราย (จีน/เมียนมา) อีกรายเป็นคนไทย
วันเกิดเหตุตำรวจปิดล้อมประมาณ 1 ชม. ผู้ก่อเหตุถูกจับกุมได้ที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ภายในห้าง พร้อมของกลางอาวุธปืน ก่อนขยายผลค้นบ้านพัก พบปืนบีบีกันและกระสุนเพิ่มเติม ตรวจสอบย้อนหลังพบประวัติซื้อปืนผ่านออนไลน์และคลิปการซ้อมยิงปืน
ในรายดังกล่าวพบมีประวัติด้านสุขภาพจิต เคยรับการรักษาทางจิตเวชแต่ไม่ได้รับยาต่อเนื่อง ในทางคดีศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีคำพิพากษาให้ฝึกอบรมเป็นเวลาขั้นต่ำ 3 ปี สูงสุด 5 ปี ปัจจุบันอยู่ในการควบคุมที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

และรายล่าสุดเป็นเยาวชนชาย อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อเหตุกราดยิงครูและเพื่อนนักเรียน โรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี เหตุเกิดวันที่ 7 ส.ค.2569 หลังก่อเหตุตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง มีผู้เสียชีวิต 9 ราย (รวมผู้ก่อเหตุ) ส่วนปมเหตุที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
เฉพาะปัญหาความรุนแรงและการก่ออาชญากรรมในเด็กและเยาวชน “ทีมข่าวอาชญากรรม” สำรวจข้อมูลกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พบว่าแม้คดีเกี่ยวกับอาวุธปืนจะไม่ใช่คดีที่เด็กและเยาวชนกระทำผิดมากที่สุด แต่ถือว่ามีจำนวนไม่น้อย ระหว่างปีงบประมาณ 2567-2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ค.2569) เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 10-12 ของจำนวนคดีอาญาที่เข้าสู่กรมพินิจฯ

เปรียบเทียบคดีอาญาของเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กรมพินิจฯ กับฐานความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน แบ่งเป็น
| ปีงบประมาณ | คดีเข้า | จำนวน | ร้อยละ |
| 2567 | 14,843 | 1,892 | 12.75 |
| 2568 | 13,399 | 1,394 | 10.40 |
| 2569 (ณ วันที่ 31 ก.ค.) | 10,175 | 1,004 | 9.87 |
| รวม | 38,417 | 4,290 | 11.17 |
ขณะคดีความผิดอื่นที่เด็กและเยาวชนกระทำผิดมากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับแรกคดียาเสพติด ตามด้วยคดีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์

จากข้อมูลกรมพินิจฯยังมีการวิเคราะห์ปริมาณคดีเกี่ยวกับอาวุธปืน ที่สะท้อนว่ามีแนวโน้ม“เพิ่มมากขึ้น” โดย 2 กรณีศึกษาเหตุกราดยิงที่ผู้ก่อเหตุเป็นเด็กและเยาวชน ชี้ว่ามีข้อสังเกตสำคัญ 2 มิติ คือ ลักษณะร่วมของผู้ก่อเหตุและพื้นที่เป้าหมาย และระดับความรุนแรงในขั้นตอนสุดท้าย
มิติลักษณะร่วมของผู้ก่อเหตุและพื้นที่เป้าหมาย พบผู้ก่อเหตุอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นตอนต้นถึงวัยรุ่นตอนกลาง (ช่วงอายุ 14-15 ปี) ยังอยู่ในวัยเรียน มักเลือกก่อเหตุในพื้นที่ที่ตนเองคุ้นเคย หรือเข้าถึงได้ง่าย อาทิ โรงเรียนของตัวเอง หรือห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่ผู้คนหนาแน่น ส่งผลให้กลุ่มผู้เสียหายครอบคลุมตั้งแต่บุคคลใกล้ชิน (ครูและเพื่อนนักเรียน) ไปจนถึงประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว
ส่วนมิติระดับความรุนแรงในขั้นตอนสุดท้าย จุดเปลี่ยนสำคัญระหว่างเหตุการณ์ในอดีต และเหตุการณ์ล่าสุด คือรูปแบบการตัดสินใจสิ้นสุดเหตุการณ์ โดยผู้ก่อเหตุที่เปลี่ยนจากการยอมเข้ามอบตัวเป็นยิงตัวเองเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



