ทั้งนี้ เกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น อาจารย์น้ำนุ่นผศ.ดร.อาทิตยา ทรัพย์สินวิวัฒน์ อาจารย์ประจำสาขานวัตกรรมการสื่อสาร วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) วิเคราะห์เรื่องนี้ว่า สิ่งที่ทำให้ “พี่เร” ของคนในวัยเช่นเธอเป็นที่จดจำของผู้คนมากมาย โดยเฉพาะคนที่เติบโตมาในยุค 90 มีปัจจัยจาก “ชีวิตแบบอิสระชน” ของเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนจดจำได้อย่างแม่นยำ เพราะเขาปรากฏตัวขึ้นมาด้วย “ภาพลักษณ์ที่แตกต่าง” จากค่านิยม หรือบรรทัดฐานของสังคมไทยในเวลานั้น ที่คนเป็นไอดอล หรือเป็นดารา นักร้องต้องมีบุคลิกสุภาพ อ่อนโยน หรือดูเป็นเด็กดี แต่เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นด้วยภาพลักษณ์ดิบ ๆ เรียล ๆ ที่แตกต่างจากพิมพ์นิยมของไอดอลในเวลานั้น หลายคนจึงสัมผัสถึงความแตกต่างของเขา จนกลายเป็น “ภาพจำที่สำคัญ” ของผู้ชายที่ชื่อ “เร แม๊คโดแนลด์”

บุคลิกพี่เรตอนนั้นเป็นอะไรที่แหวกขนบเดิมก็ว่าได้ ไม่เฉพาะแค่วงการบันเทิง แต่ทั้งหมดเลย ตั้งแต่ภาพลักษณ์เด็กแนว วิธีพูดจา และการแสดงออกที่สะท้อนออกมา โดยเฉพาะผ่านรายการทีนทอล์ก ซึ่งเป็นรายการวัยรุ่นแนวใหม่ที่กลายเป็นหมุดหมายของวัยรุ่นไทยในยุคนั้น ที่เปรียบเสมือนการเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมแบบใหม่ให้กับวัยรุ่นยุคนั้นก็ว่าได้ มันก็เลยง่ายที่หลายคนจะซึมซับบุคลิกและภาพลักษณ์ของพี่เรเข้าไป จนกลายเป็นภาพจำ”

นักวิชาการ มศว. ยังได้วิเคราะห์ไว้เพิ่มเติมอีกว่า การปรากฏตัวขึ้นของพี่เรเวลานั้น เรียกว่ามาได้ถูกจังหวะพอดิบพอดี เนื่องจากเวลานั้นกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรมวัยุร่น ซึ่งตอนนั้นวัยรุ่นไทยอาจจะกำลังเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับภาพลักษณ์เดิม ๆ ที่เป็นเหมือนพิมพ์นิยมของดารา ศิลปิน และไอดอลเวลานั้น ที่ต้องดูดี มีภาพลักษณ์สวยหรู หากแต่เมื่อภาพลักษณ์ที่แตกต่างของพี่เรปรากฏออกมาก็เลยทำให้หลายคนรู้สึกตื่นเต้น แปลกใหม่ ประกอบกับวิธีคิด และสื่อสารที่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้วัยรุ่นยุค 90 ไม่ได้มองพี่เรเป็นไอดอลหรือดาราคนหนึ่ง แต่มองเเป็น “เพื่อนร่วมรุ่น”

ความไม่เฟคของพี่เร ซึ่งผิดจากพิมพ์นิยมของไอดอลตอนนั้น ทำให้วัยรุ่นทุกคนในเวลานั้น รู้สึกว่าพี่เรคือเพื่อนของเขาคนหนึ่ง ยิ่งหลายคนถูกใจกับลุกส์ของพี่เขาในตอนนั้นด้วย มันก็เลยทำให้พี่เรยิ่งมีอิทธิพลต่อการกำหนดรูปแบบการใช้ชีวิตของวัยรุ่นยุค 90 หลายคน ที่ยังคงมีอิทธิพลทางความคิดต่อเนื่องมาจนถึงในปัจจุบันด้วย ที่หลายคนรู้สึกเหมือนได้เติบโตมาพร้อมกันกับพี่เร จนกลายเป็นความทรงจำร่วม หรือ Collective Memory ของคนรุ่นหนึ่ง ทำให้เวลาที่หลายคนมองดูพี่เร เหมือนกับทุกคนได้มองย้อนกลับไปเห็นความฝันและตัวเองในเวลานั้นด้วย ดังนั้นการจากไปของพี่เร จึงไม่ใช่การสูญเสียดาราคนหนึ่ง แต่หลายคนกลับรู้สึกเหมือนได้สูญเสียเพื่อนคนหนึ่งไป เพื่อนที่โตมาด้วยกัน เพื่อนที่เคยเป็นตัวแทนภาพฝันของวัยรุ่นยุค 90” ผศ.ดร.อาทิตยา นักวิชาการ มศว วิเคราะทิ้งท้ายถึง “ปรากฏการณ์เศร้าร่วม” ที่สะท้อนออกมาของผู้คนจำนวนมาก หลังการจากไปของ “ไอคอนยุค 90คนสำคัญ”

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์