เศรษฐกิจชาวบ้านกำลังยืนแห้งตาย ใครเดินตลาดประจำจะเห็นอาการร่อแร่ของพ่อค้าแม่ขาย ระดับไมโคร ชานเมืองที่เราอยู่  ร้านขายผัดไทยอาหารตามสั่ง ร้านเบเกอรี่ใต้ร่มแบรนด์ดัง ร้านขายเนื้อตุ๋นจีน ร้านทำผม ร้านไก่ทอดที่น่าจะซื้อแฟรนไชส์จากจีน เพิ่งเปิดไม่นาน กลับดูวังเวง ไม่รู้จะรอดมั้ย เราลุ้นทุกวันเมื่อขับรถผ่าน ถามดู ทุกร้านได้คำตอบ ลูกค้าไม่พอ แม้จะมี “คนละครึ่งพลัส” มาช่วย ก็อุ้มไม่ไหว  ทยอยปิดกันเป็นแถว!!!

ไปเห็นตัวเลข 7 เดือนแรกปีนี้ SME เปิดใหม่น้อยลง ปิดกิจการสูงขึ้น รายได้ต่ำกว่าก่อนโควิด-19 หากไมโครตายเรียบ แม็คโครก็ลำบาก สะท้อนจาก จีดีพี ไตรมาส 2โตแค่ 1.8% บ๊วยสุดในอาเซียน กำลังการผลิตเหลือ 50% ผลิตแล้วขายได้ครึ่ง จะเดินเครื่องเต็มไปทำไม แม้แหล่งที่เราอยู่มีโรงงานมาก มีแรงงานข้ามชาติเยอะแยะ แต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แรงงานหายไปไหนไม่รู้ อาจเพราะความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานกับเพื่อนบ้าน ปิดชายแดน ทำตลาดเป็นสนามรบ ทำให้พวกเค้าเดินทางกลับบ้าน แม้แต่ร้านหมอที่เคยมีคนไข้แน่น คิวล้นออกนอกร้าน บัดนี้คนไข้แทบนับหัวได้

เห็นแล้วก็ได้แต่เห็นใจ แทคโนแครต ที่อาสาเข้ามาแก้วิกฤติเศรษฐกิจให้รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล แม้พกความตั้งใจเกินร้อย แต่หากการเมืองยังโหลยโท่ย เดินวนในเขาวงกต อย่าว่าแต่ “3 แม่ครัว เลย ต่อให้เทวดาเหาะมาช่วย ก็ยาก

เสียงเรียกร้องให้ ปฏิรูปเศรษฐกิจ ลดการผูกขาด ปล่อยกู้เอสเอ็มอีช่วยต่อลมหายใจ คงทำได้แบบลูกหน้าปะจมูก แม้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะกล้าหาญชาญชัย ประกาศทำให้ไทยเป็นชาติมีรายได้สูงอีก 12 ปีข้างหน้า แม้นานขนาดนั้น หากการเมืองไม่ไปไหนอย่างที่ว่ามา ก็หวังยาก เช่นกับที่ตั้งเป้าจะเข้า OECD แต่ถ้าระบบยุติธรรมยังล้าหลัง กฎหมาย 2 แสนฉบับ ไร้แนวทางปฏิรูป แถมเลือกปฏิบัติ ดัชนีคอร์รัปชันพุ่งปรี๊ด รธน.อัปลักษณ์ 2560 ยังแก้ไม่ได้ เพราะไม่ยอมให้แก้เอาไว้สืบทอดอำนาจต่อจาก คสช.  ก็เป็นสมาชิก OECD  ไม่ได้หรอก 

อย่าว่าแต่เสรีชนที่อึดอัดขัดข้องกับบ้านเมืองที่ไร้ทางออก แม้แต่กลุ่มชนชั้นสูงจารีตผู้ปกป้องการเมืองอนุรักษ์ ก็ยังออกมาส่งเสียง ไม่ไหวแล้ว (โว้ย) หัวข้อ วิกฤตองค์กรอิสระที่มา และทางออก นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดขึ้นศุกร์ 28 ส.ค. มีเซเลบ อนุรักษ์ เช่น บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, วิชา มหาคุณ และ วัส ติงสมิตร เป็นที่ฮือฮากล่าวขวัญถึง เพราะชำแหละการทำงาน องค์กรอิสระใน รธน.2560 เครื่องมือสำคัญควบคุมการเมืองให้เดินไปในทิศทางที่อนุรักษ์จารีตต้องการ แทนการใช้รถถังล้าหลังที่โลกดูถูกเหยียดหยาม ทำไทยติด “ท็อปไฟว์” ทหารปฏิวัติมากสุด

สรุปภาพรวมโดยย่อ พวกเขาเห็นว่าการเลือก สว.เป็นนวัตกรรมที่ไม่มีที่ไหนในโลก วิปริต องค์กรอิสระเอาแต่เพิ่มคนและขยายอำนาจ มุ่งปกปิดข่าว ทั้งที่กินเงินเดือนประชาชน แต่ยอมตามผู้มีอำนาจสั่งการ คุณสมบัติคนนั่งเก้าอี้องค์กรอิสระที่ระบุต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่หวั่นไหวต่ออำนาจกดดัน มีใครไปตรวจสอบจริงจังบ้าง แต่ไม่ได้ฟันธงต้องยกเลิกองค์กรอิสระ ยังหวงอยู่ อยากให้มีอยู่ ว่างั้นเถอะ         

กลับมาที่ คดีโกงเลือก สว. ระเบิดเวลาลูกใหญ่ ตอนแรกมีข่าว 28 ส.ค. กกต.ชุด ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เตรียมลงมติ จะส่งคดีโกง สว.ฟ้องศาลฎีกาหรือไม่ แต่ดันเป็นเรื่องสั่งฟ้อง 1,767 ผู้สมัครสว.ปมขาดคุณสมบัติ ทั้งที่ผ่านมา 2 ปีเต็ม บ้าแล้ว ล่าสุด เลื่อนเป็นจันทร์ 14 ก.ย.ให้ประชาชนมั่นใจการพิจารณาสำนวน สว. จะทำด้วยความรอบคอบ โปร่งใส ยึดหลักกฎหมายรักษาความน่าเชื่อถือกระบวนการเลือกตั้ง และคุ้มครองเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างสูงสุด

ขณะคนค่อนประเทศ เห็นว่า หลักฐานโกงเลือกตั้งที่กลุ่ม iLAW ของ ยิ่งชีพ อัฌชานนท์ และแนวร่วมฝ่ายค้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ์ ออกมาแฉรายวันกว่า 2 เดือน ชี้ชัดว่า เลือก สว.มีโกงแน่-แน่ ยิ่งอนุ กกต. ชุดที่ 26 มีดีเอสไอด้วย ก็ยิ่งชัด หลักฐานเกือบหมื่นหน้า ประชุม 90 ครั้ง สรุปให้ สั่งฟ้องศาล 229 คน เป็น สว. 138 คน นักการเมืองกับเครือข่าย 91 คน

ก็อยู่ที่  14 .. กกต.จะปลดชนวนระเบิดเวลา หรือจะพลีชีพโหมไฟให้ลุกฮือในแผ่นดิน ก็เลือกเอา?!?. 

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่