กับวิถีขี่รถมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวคนเดียว โดยการเดินทางทุก ๆ ครั้ง เธอจะบันทึกความทรงจำเก็บไว้ดูผ่านการถ่ายภาพและคลิปวีดิโอ เพื่อนำมาโพสต์ลงแพลตฟอร์มโซเชียลด้วยรูปแบบและวิธีเล่าเรื่องที่ดูเป็นเอกลักษณ์ จนทำให้เธอมีแฟนคลับติดตามไม่น้อย จึงทำให้ “ทีมวิถีชีวิต” นึกสนใจในเรื่องราวของเธอ จนนำมาสู่บทสนทนากันในวันนี้…

“อัญชณา เล็กวัฒนานนท์” หรือ “เล็ก” วัย 47 ปี เล่าเรื่องราวชีวิตของเธอให้ฟังว่า เป็นคนกรุงเทพฯ เกิดและเติบโตที่กรุงเทพฯ โดยมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายขนมออนไลน์มานานกว่า 12 ปี ก่อนจะหันมาสวมบทบาทเป็นครีเอเตอร์ในระยะหลัง ๆ ควบคู่ไปกับการเป็นโซโล่ไรเดอร์หญิงสายขี่รถท่องเที่ยวคนเดียว โดยสำหรับบทบาทแรกคือ การเป็นแม่ค้าขนมนั้น เธอบอกว่าไม่ได้ร่ำเรียนมาจากสถาบันใด หากเกิดจากการเรียนรู้และศึกษาด้วยตนเองผ่านโลกออนไลน์ อาศัยลองผิดลองถูกจนเกิดเป็นสูตรเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ก่อนจะเปิดบ้านสอนทำเบเกอรี่จนมีลูกศิษย์มากมาย แต่ต่อมาเธอกลับตัดสินใจหยุดสอน และเปลี่ยนมาเน้นทำขนมขายออนไลน์เพียงอย่างเดียว โดยเปิดรับออเดอร์ตามรอบ ๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

“สาเหตุที่เลิกสอนและเลือกมาทำขายออนไลน์ตามออเดอร์เพราะรู้สึกว่าอยากจะจัดการเวลาเพื่อใช้ชีวิตให้ได้เท่านั้นเอง เพราะนอกจากการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพแล้ว เรายังมีเรื่องที่อยากทำอีกมาก จึงตัดสินใจแบบนี้ จะเรียกว่าเรามองตัวเองจนเข้าใจหัวใจตัวเองก็ได้ว่า เราต้องการอะไร หรือต้องการเขียนชีวิตตัวเองให้เป็นแบบไหน” เธอกล่าวเรื่องนี้ ด้วยรอยยิ้มภูมิใจ ที่ตัดสินใจเลือกรูปแบบการใช้ชีวิตเช่นนี้ ซึ่งหลังจากออกแบบชีวิตที่ต้องการได้แล้ว จึงทำให้เธอมีเวลาว่างมากขึ้น จึงตัดสินใจกระโดดขึ้นหลังอานมอเตอร์ไซค์คันโปรด เพื่อออกเดินทางท่องเที่ยวตามที่ใจอยากไปด้วยตัวคนเดียว

“จุดเริ่มต้นมันเกิดจากไม่มีคนพาไปเที่ยว (หัวเราะ) แล้วก็รู้สึกว่าทำไมต้องใช้ชีวิตโดยรอคอยคนอื่น เพราะคนในครอบครัวทุกคนต่างก็มีภาระหน้าที่ของตัวเอง ก็เลยตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวเองโดยไม่ต้องรอใคร”

เธอพูดถึงจุดเริ่มต้นของการขี่รถมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวเพียงลำพัง ที่ต่อมากลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิถีการเป็น “โซโล่ไรเดอร์” ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในการตัดสินใจมาเป็น “ไรเดอร์สายท่องเที่ยว” เต็มตัว พร้อมกับเล่าถึงประสบการณ์การออกทริปคนเดียวครั้งแรกด้วยรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งว่า ตอนนั้นเต็มไปด้วยความกลัวและกังวล เพราะเส้นทางที่เลือกออกทริปคนเดียวครั้งแรกนั้นเป็นเส้นทางที่ไกลจากบ้านเกือบ 100 กิโลเมตร แถมตอนนั้นยังขาดทักษะและไม่มีประสบการณ์เลย

“อย่าว่าแต่วิธีดูแลรถเลย ตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิธีแต่งตัวที่ถูกต้องปลอดภัยสำหรับการขี่มอเตอร์ไซค์ระยะไกลเป็นยังไง จำได้ว่าวันนั้นมีเพียงเสื้อแจ็กเก็ตและหมวกกันน็อกแบบครึ่งใบที่ไม่ได้มาตรฐาน แถมยังใส่รองเท้าแตะ รวมถึงไม่มีแม้กระทั่งระบบนำทาง GPS แต่ก็รอดกลับมาได้แบบปลอดภัย” เธอเล่าประสบการณ์ออกทริปคนเดียวครั้งแรก

ฉายเดี่ยวบุกป่าลุยน้ำก็ไปได้

ทั้งนี้ เธออธิบายเหตุผลที่ไม่อยากขี่รถรวมเป็นกลุ่มว่า เคยทดลองทำแล้ว แต่พบว่าไม่เวิร์กกับนิสัยและสไตล์ของตัวเอง เพราะตอนนั้นขี่ไปก็รู้สึกระแวงไป กลัวจะขี่ไปใกล้ ๆ รถของคนอื่น ๆ จนเกิดเฉี่ยวชนจนเกิดอุบัติเหตุ แถมต้องขี่ชิด ๆ กันเพื่อรักษาแถวให้เป็นระเบียบ โดยจะหยุดพักตามจุดที่กรุ๊ปกำหนดให้ได้เท่านั้น ทำให้เธอรู้สึกว่านี่ไม่น่าจะใช่สไตล์ที่ต้องการ เพราะเธอชอบแวะหยุดถ่ายภาพบรรยากาศข้างทางที่ขี่รถผ่าน ก็เลยตัดสินใจไม่เข้ากรุ๊ปหรือรวมกลุ่มขี่รถเที่ยว แต่เลือกจะไปคนเดียวดีกว่า โดยหลังสะสมประสบการณ์ตามไมล์รถที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดเธอก็ตกผลึกความคิดจนค้นพบว่า ความสุขของเธอคือการท่องเที่ยวในสไตล์โซโล่ไรเดอร์ เพราะทำให้เธอได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองได้มากที่สุด แถมการไม่ต้องเร่งรีบขับไปให้ถึงที่หมาย หรือต้องแวะพักตามกำหนดการของกลุ่ม ทำให้ได้มีเวลาซึมซับกับบรรยากาศที่ขี่รถผ่านไป จึงทำให้แต่ละทริปที่ออกไปมีความหมายกับใจเธอมาก

“เราไม่อยากให้ใครรอ และเราไม่อยากรอใคร ก็เลยตัดสินใจเป็นโซโล่ไรเดอร์แบบฉายเดี่ยวคนเดียว ซึ่งพบว่าตัดสินใจเลือกถูกแล้ว ทำให้ทุกครั้งที่เราเดินทาง ไม่เพียงจะได้ชื่นชมกับวิวด้วยสองตา แต่ยังได้ฮีลใจทำให้มีพลังกลับมาใช้ชีวิตในวันปกติได้อีกด้วย หลัง ๆ จึงไม่เข้ากลุ่มแล้ว แต่เลือกไปคนเดียวดีกว่า”โซโล่ไรเดอร์หญิงกล่าว

พาลูกสาวซ้อนท้ายออกทริปครั้งแรก

ขณะที่บทบาทของการเป็น “ครีเอเตอร์” นั้น เธอบอกว่า เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีมานี้เอง เมื่อก้าวสู่โลกของสังคมออนไลน์อย่างเต็มตัว หลังจากได้เห็นคอนเทนต์ของโซโล่ไรเดอร์สายท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ที่เผยแพร่เรื่องราว ทำให้เธอเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา จนลุกขึ้นมาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางสไตล์นี้ ตั้งแต่หลักความปลอดภัย อุปกรณ์ที่จำเป็น หรือแม้แต่เครื่องแต่งกายที่เหมาะกับการขี่รถสไตล์นี้ โดยเธอพยายามจะถ่ายทอดแง่มุมของการเดินทางผ่านมุมมองของตัวเอง ซึ่งหลังจากโพสต์ลงโซเชียล ก็ค่อย ๆ เริ่มมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ครอบครัวของเธอปล่อยให้เธอได้ทำตามสิ่งที่หัวใจต้องการโดยไม่ห้ามอีกเลย

“ก็ยังคงเป็นห่วงทุกครั้งที่เราขี่รถออกจากบ้านไป แต่ก็ไม่ห้ามเราอีกเลย เพราะเขาเห็นว่าเรารับผิดชอบตัวเองได้ และเห็นว่าแต่ละทริปที่ไปเรามีการเตรียมตัว มีการวางแผนไว้อย่างดี ก็เลยปล่อยให้เราทำตามใจ” เธอบอกเรื่องนี้

ทั้งนี้ เธอได้ฝากคำแนะนำถึง “ผู้หญิงที่อยากลองเป็นโซโล่ไรเดอร์” แบบเธอว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเน้นเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด โดยหลักปลอดภัยของเธอมีดังนี้ ไม่ขี่รถกลางคืน, ขี่ด้วยความเร็วที่คุมได้, เลือกจุดพัก-ที่พักที่ปลอดภัย ไม่ใช่ที่เปลี่ยว, เลี่ยงเส้นทางแฉะหรือเป็นโคลน, ไม่เชื่อใจและไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ ระหว่างเดินทาง และต้องแต่งตัวให้มิดชิดปลอดภัย

ปล่อยใจ ปล่อยจอย ชาร์จชีวิต

ส่วน “แง่มุมงาม ๆ” ที่ได้รับจากการขี่รถมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวแบบลุยเดี่ยวนั้น “เล็ก-อัญชณา” โซโล่ไรเดอร์หญิงวัย 47 ปี ที่เป็นทั้งครีเอเตอร์และแม่ค้าขนมบอกว่า นอกจากความมีอิสระเสรีที่ไม่มีใครมากำหนดแล้ว ทุกครั้งที่ออกทริปแล้วกลับมา เธอรู้สึกเหมือนได้ “ชาร์จแบตเตอรี่ชีวิต” ให้ตัวเอง และนอกจากนั้นยังได้ค้นพบมิตรภาพกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเดินทางแต่ละครั้งด้วย เช่น เจอเส้นทางใหม่ สถานที่ใหม่ หรือแม้แต่ได้เพื่อนใหม่จากการเดินทาง ขณะที่ “ประโยชน์อื่น ๆ” ที่ได้รับนั้น เธอบอกว่าที่ชัด ๆ น่าจะเป็นเรื่องของ “สมาธิและอารมณ์” เพราะการขี่รถคนเดียวจะต้องมีสมาธิมาก ๆ ต้องโฟกัสให้มาก ๆ ทำให้เธอกลายเป็นคนที่ใจเย็นลงมากกว่าเดิม ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนชัดเจนเวลาที่ตัวเองเจอกับเรื่องเครียด ๆ หรือความล้าจากงาน ทำให้เธอสามารถรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น “เราตกตะกอนได้จากการเดินทางของเราที่ผ่านมาได้ว่าการขี่รถเดินทางเป็นระยะไกล ๆ นั้น ถึงแม้ร่างกายจะเหน็ดเหนื่อยมาก แต่พอคิด ๆ ดูแล้ว เหนื่อยน้อยกว่าปัญหาในชีวิตจริง ก็เลยทำให้ทุกทริปที่เดินทางนั้น…เหมือนได้ฮีลใจตัวเองไปด้วย”

‘ถอดสลัก..มิดไลฟ์ไครซิส’

การเลือกเส้นทางเป็น “โซโล่ไรเดอร์ช่วงวัยกลางคน” เช่นนี้ ทำให้ “เล็ก–อัญชณา” ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนวัยเดียวกันอย่างมาก จนมีแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์บ่อย ๆ ว่า อยากทำแบบเธอให้ได้บ้าง เพราะคนในวัย 40-50 ปี ส่วนใหญ่มักติดหล่มการเป็น “เดอะแบกของครอบครัว” จนคิดว่าตัวเองนั้นไม่มีวันมีอิสระได้ โดยเธอได้พูดถึงตัวเองว่า โชคดีที่ตัดสินใจเคลียร์ชีวิตได้เร็ว ทำให้สามารถหลุดพ้นจากวิกฤติวัยกลางคน โดยตอนนี้เธอไม่มีหนี้สินรุงรัง แถมลูกสาวก็โตจนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว อีกทั้งการเลือกอาชีพทำขนมขายออนไลน์ก็ให้อิสระแก่ชีวิตเธอได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ยังติดบ่วงภาระอยู่ เธอแนะนำว่าต้องค่อย ๆ วางภาระลงทีละอย่าง โดยอย่าแบกทุกอย่างเก็บไว้กับตัวเองคนเดียว แต่ควรเฉลี่ยให้กับคนอื่นรับผิดชอบบ้าง “คนเรานั้น ยิ่งอายุเยอะยิ่งต้องปล่อยวาง” ส่วนเป้าหมายการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวแบบนี้ เธอบอกว่า ไม่ได้วางเป้าหมายยิ่งใหญ่อะไรไว้ เพราะเธอต้องการแค่ได้ทำสิ่งที่รักนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าร่างกายจะไม่ไหว

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน