โครงการรถไฟทางคู่ระยะ(เฟส) ที่ 2 สายใต้ 3 เส้นทาง เดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมจัดทำรายละเอียดเพื่อเปิดประกวดราคาช่วงต้นปี 2570 พร้อมกันทั้ง 3 เส้นทาง


ระยะทางรวม 502.45 กม. วงเงินลงทุนกว่า 1.06 แสนล้านบาท แบ่งการก่อสร้างเป็น 5 สัญญา ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168.20 กม. วงเงิน 36,892 ล้านบาท แบ่ง 2 สัญญา, ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ ระยะทาง 291.65 กม. วงเงิน 61,534 ล้านบาท แบ่ง 2 สัญญา และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 42.60 กม. วงเงิน 8,371 ล้านบาท 1 สัญญา

ชุมพร-สุราษฎร์ฯ เพิ่มทางคู่ 168 กม.
ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168.20 กม. เป็นทางรถไฟระดับดิน 162.40 กม. และทางยกระดับ 5.80 กม. ก่อสร้างสถานีใหม่ 20 สถานี ปรับปรุงสถานีเดิม 2 แห่ง และที่หยุดรถ 5 แห่ง พร้อมยกเลิกจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับทั้งหมด
โครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วยสะพานข้ามทางรถไฟ (Overpass) 8 แห่ง สะพานข้ามทางรถไฟรูปตัว U (U-turn Overpass) 46 แห่ง สะพานลอยคนเดินข้าม 21 แห่ง ก่อสร้างรั้วตลอดแนวเส้นทาง และย่านกองเก็บตู้สินค้า (CY) 1 แห่ง ที่สถานีชุมทางบ้านทุ่งโพธิ์
มีพื้นที่เวนคืนประมาณ 206 ไร่ ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,036 ล้านบาท คาดว่าเริ่มก่อสร้างเดือน ก.ย. 2570 ใช้เวลาก่อสร้าง 60 เดือน แล้วเสร็จเดือน ส.ค. 2575 และเปิดบริการเดือน ก.ย. 2575 ปีแรกคาดการณ์ผู้โดยสารประมาณ 5,463 คนต่อวัน และปริมาณขนส่งสินค้า 1.20 ล้านตันต่อปี

สุราษฎร์ฯ-หาดใหญ่ ไฮไลต์อุโมงค์คู่ “ช่องเขา”
ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ ระยะทาง 291.65 กม. มีระยะทางยาวที่สุด และมีงานก่อสร้างสำคัญคือ อุโมงค์รถไฟทางคู่แห่งแรกของสายใต้ โดย รฟท.จะก่อสร้างอุโมงค์ใหม่ระยะทาง 0.25 กม. ขนานกับ “อุโมงค์ช่องเขา” ใน อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อรองรับการเดินรถทางคู่ ขณะที่เส้นทางช่วงนี้มีทางยกระดับรวม 8.40 กม.
นอกจากนี้ ก่อสร้างสถานีใหม่ 49 สถานี ปรับปรุงสถานีเดิม 9 แห่ง และยกเลิกจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับทั้งหมด พร้อมก่อสร้าง Overpass 12 แห่ง สะพานข้ามทางรถไฟรูปตัว U จำนวน 91 แห่ง สะพานข้ามทางรถไฟรูปตัว H จำนวน 3 แห่ง ทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) 4 แห่ง สะพานลอยสำหรับคนเดินและรถจักรยานยนต์ 11 แห่ง รวมถึงก่อสร้างรั้วตลอดแนวเส้นทาง
ด้านการขนส่งสินค้า เตรียมก่อสร้าง CY 1 แห่ง ที่สถานีบางกล่ำ พร้อมเวนคืนที่ดินประมาณ 115 ไร่ ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 287 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเดือน ก.ย. 2570 ใช้เวลาก่อสร้าง 72 เดือนเสร็จเดือน ส.ค. 2576 และเปิดบริการเดือน ก.ย. 2576 ปีแรกคาดการณ์ผู้โดยสาร 27,469 คนต่อวัน และปริมาณขนส่งสินค้า 2.86 ล้านตันต่อปี

หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เปิดใช้เร็วสุด
ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 42.60 กม. เป็นทางรถไฟระดับดิน 37.43 กม. และทางยกระดับ 5.17 กม. ก่อสร้างสถานีใหม่ 3 สถานี และที่หยุดรถ 3 แห่ง พร้อมยกเลิกจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับทั้งหมดงานก่อสร้างประกอบด้วยสะพานข้ามทางรถไฟรูปตัว U จำนวน 14 แห่ง ทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) 1 แห่ง และปรับปรุงถนนลอดใต้ทางรถไฟ 7 แห่ง รวมถึงก่อสร้างรั้วตลอดแนวเส้นทาง และ CY 1 แห่ง ที่สถานีปาดังเบซาร์
โครงการมีพื้นที่เวนคืนประมาณ 22 ไร่ ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 30 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเดือน ก.ย. 2570 ใช้เวลาก่อสร้าง 48 เดือน เสร็จเดือน ส.ค. 2574 และเปิดบริการเดือน ก.ย. 2574 ถือเป็นเส้นทางที่เปิดใช้งานได้เร็วที่สุดใน 3 โครงการ โดยปีแรกคาดการณ์ผู้โดยสาร 5,031 คนต่อวัน และปริมาณขนส่งสินค้า 1.33 ล้านตันต่อปี





เติมความต่อเนื่องโครงข่ายสายใต้
เมื่อทั้ง 3 เส้นทางเปิดบริการ จะช่วยเติมความต่อเนื่องให้โครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้ เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า พร้อมเชื่อมโยงจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ให้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ต่อยอดการเชื่อมโยงระบบรางผ่านปาดังเบซาร์เข้าสู่ประเทศมาเลเซีย รองรับการเดินทาง การค้า และการขนส่งสินค้าทางรางระหว่างประเทศ
จับตาการจัดทำ TOR และเปิดประกวดราคาช่วงต้นปี 2570 ก่อนเข้าสู่การก่อสร้างทั้ง 3 เส้นทางพร้อมกันในเดือน ก.ย. 2570
อีกก้าวของการเติมโครงข่ายรถไฟทางคู่ให้สายใต้มีความต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มศักยภาพการเดินทางและขนส่งสินค้าทางรางในระยะยาว
Photo Credit : ภาพอุโมงค์ช่องเขา ขอบคุณเพจ Nakhon Si Thammarat นครศรีธรรมราช
……………………………………………….
นายสปีด
***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต



