สถานการณ์อาชญากรรมในประเทศไทยปัจจุบันมีความซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอลเซ็นเตอร์ และการหลอกลงทุนออนไลน์ที่สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูง ขณะเดียวกัน คดีอาญาพื้นฐาน ทั้งยาเสพติด และการก่ออาชญากรรมที่ใช้อาวุธปืน ก็ยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญที่สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในปัจจุบันจึงต้องมีทักษะไหวพริบในการทำงานมากขึ้น

ทำให้นึกถึงนายตำรวจฝีมือดีที่น่าจับตา อย่าง พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ รอง ผบก.น.9 ที่นับเป็นอีกนายหนึ่งที่เติบโตมาทั้งสายสืบสวน ปราบปรามและงานมั่นคงในนครบาล มีผลงานจับกุมคดีสำคัญ ๆ มากมาย อาทิ จับคนร้ายคดีข่มขืนสาวออฟฟิศบริเวณริมทางรถไฟแถวสุขุมวิท, คดีข่มขืนนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังย่านประชาชื่น, จับคนร้ายราวทรัพย์สร้อยทองเหยื่อนับสิบรายย่านบางแค, คดีชิงทรัพย์รถขนเงิน บ.แซมโก้ยอดเงินหลายล้านบาท, จับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติชาวคองโกฉ้อโกงเงิน มูลค่า 300 ล้านบาท และหนีกบดานในประเทศไทย แพบพาสปอร์ตปลอมหลายสัญชาติ และคดีลักทรัพย์บ้านท่านฑูตกัมพูชา
“ดาวประดับฟ้า” สัปดาห์นี้พาไปทำความรู้จัก พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ ชื่อเล่น “ตั้ม” เกิดวันที่ 25 ก.ย.2520 ภูมิลำเนา ชาว อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จบชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ ก่อนสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่นที่ 36 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 52

ประวัติรับราชการ อาทิ รอง สวป.สน.ทองหล่อ, รองสารวัตรสืบสวน สน.ลุมพินี, สวป.สน.ปทุมวัน, สารวัตรสืบสวน สน.คลองตัน, สารวัตรสืบสวน สน.บางซื่อ, สารวัตรสืบสวน สน.ชนะสงคราม, สารวัตรกองกำกับสืบสวน บก.น.2, รองผู้กำกับสืบสวน สน.หลักสอง, ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ, ผกก.สน.ภาษีเจริญ และปัจจุบัน รอง ผบก.น.9
ก่อนจะมาเป็น ‘นายตำรวจมือสืบสวน’ รองตั้ม เล่าว่า “ที่ผมอยากเป็นตำรวจ เพราะมีเหตุการณ์หนึ่งในวัยเด็กที่ยังจำได้ไม่เคยลืม ขณะยืนรอคุณแม่ซื้อตั๋วรถทัวร์ที่หมอชิตเพื่อเดินทางไปหาคุณพ่อซึ่งรับราชการตำรวจอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ระหว่างที่ยืนรอคุณแม่ ได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใครเข้ามา กระชากสร้อยพระที่ผมห้อยอยู่ แล้ววิ่งหลบหนีไปต่อหน้าต่อตา .. เวลานั้นผมยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง ได้แต่ยืนร้องไห้ด้วยความตกใจและทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าจะปกป้องตัวเองอย่างไร และไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใคร แต่เหตุการณ์ในวันนั้น กลับกลายเป็นภาพที่ติดอยู่ในใจผมมาจนถึงทุกวันนี้ … ผมเคยคิดอยู่เสมอว่า ถ้าวันนั้นมีใครสักคนเข้ามาช่วยผม ผมคงรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยกว่านั้น จากเหตุการณ์เล็ก ๆ ในวัยเด็ก จึงเกิดเป็นความตั้งใจครั้งใหญ่ในชีวิตว่า ….เมื่อผมโตขึ้น ผมจะต้องเป็นตำรวจให้ได้”

รองตั้ม ยังเล่าอีกว่า ไม่ใช่เพียงเพราะเห็นคุณพ่อเป็นตำรวจ แต่เพราะอยากเป็นคนที่สามารถยืนอยู่ข้างประชาชนในวันที่เขาไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร อยากเป็นคนที่เข้าไปช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อน และอยากทำให้เด็กหรือประชาชนคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัว ได้รู้สึกว่า เขายังมีตำรวจอยู่ข้าง ๆ และเขาจะไม่ถูกทอดทิ้ง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ตั้งใจสอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ และเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งการรับราชการตำรวจด้วยความตั้งใจอย่างเต็มหัวใจ จากเด็กคนหนึ่งที่เคยยืนร้องไห้เพราะไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ในวันนั้น…
“… วันนี้ผมได้มีโอกาสสวมเครื่องแบบตำรวจ เพื่อทำหน้าที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ดูแลความปลอดภัย และเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน ผมอาจไม่สามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ในวันนั้นได้ แต่ผมสามารถทำให้เหตุการณ์แบบนั้น ไม่เกิดขึ้นกับคนอื่นได้ และนี่คือเหตุผลที่ผมรักและภูมิใจในอาชีพตำรวจ..” เพราะสำหรับผม การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่คือปณิธานที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก และเป็นหน้าที่ที่ผมตั้งใจจะทำด้วยหัวใจไปตลอดชีวิต ….” รองตั้ม กล่าว.

เพื่อนร่วมรุ่น อาทิ พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ ผบก.สันติบาล1 และ พ.ต.อ.สุรเวช การวัฒนาศิริกุล รอง ผบก.น.8
ทัศนคติหรือวิสัยทัศน์ในการทำงาน “ยึดมั่นในคุณธรรม มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน และสร้างศรัทธาจากประชาชน”




