ในช่วงนี้ เห็นราคาน้ำมันทีไร เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะหนักใจมิน้อย แม้ว่าจะมีช่วงราคาน้ำมันสลับขึ้นๆ ลงๆ บ้าง แต่เมื่อไหร่ที่เติมก็เรียกแบงก์พันออกจากกระเป๋าได้ไม่ยาก แต่ถึงแม้หลายๆท่านก็คงเลือกซื้อรถแบบประหยัดพลังงาานมาใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่หากขับแบบไม่ถูกวิธี ก็คงจะไม่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าสักเท่าไหร่ วันนี้ “รู้ก่อนเหยียบ” จึงขอเสนอ 10 เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้ขับรถประหยัดน้ำมัน แถมยังเซฟเงินในกระเป๋ามาฝากกันครับ

10 วิธีช่วยประหยัดค่าน้ำมัน
1.ควรมีการวางแผนเดินทางที่ดี หลีกเลี่ยงเส้นทางรถติด ถ้าต้องขับรถผ่านเส้นทางที่รถติดเป็นประจำ และรถติดมากขยับไปไหนไม่ได้เลย ควรดับเครื่องยนต์เพราะการติดเครื่องยนต์จอดอยู่เฉยๆ นาน 5 นาที จะสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ถึง 500 ซีซี อีกวิธีหนึ่งคือใส่เกียร์ว่างแทนการเข้าเกียร์เดินหน้าทิ้งไว้ จะช่วยประหยัดน้ำมันได้หรือถ้าไม่ปลดเกียร์ว่าง ก็ปล่อยให้รถไหลไปเองตามแรงเฉื่อย โดยระวังไม่ให้ เกะกะรถคันหลัง วิธีนี้เครื่องยนต์จะตัดการจ่ายน้ำมันอัตโนมัติ ช่วยประหยัดได้ 3-7% การขับอ้อมเกินไปก็ไม่ดี และถ้าขับรถหลงทาง 10 นาที อาจสิ้นเปลืองน้ำมัน 500 ซีซี เลยทีเดียว

2.วิธีการขับรถให้ประหยัดควรเริ่มตั้งแต่การสตาร์ตเครื่องยนต์ ไม่ควรอุ่นเครื่องนาน เพียงครึ่งนาที และค่อยๆ ออกตัวอย่างราบเรียบจะช่วยประหยัดได้ 1-2% การเร่งเครื่องนั้นกินน้ำมันมาก ไม่เร่งเครื่อง ขณะรถจอดอยู่เฉยๆ การออกรถค่อยๆ ไม่เร่งเครื่องมากให้เครื่องยนต์เปลี่ยนจังหวะเกียร์ไปเรื่อยๆ ใช้ได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา ช่วยประหยัดได้ 2-5% ส่วนการขับลากเกียร์ก็เปลืองน้ำมันเช่นกัน ควรเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นเมื่อถึงรอบที่กำหนด ไม่เหยียบเบรกโดยไม่จำเป็น ถ้าไม่ได้เปลี่ยนเกียร์ ไม่ควรเหยียบคลัตช์ค้างไว้ เพราะจะกินน้ำมันเพิ่มขึ้นและทำให้คลัตช์เสื่อมเร็ว

3.ความเร็วมีผลต่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ เนื่องจากความเร็วที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดของรถแต่ละคันไม่เท่ากัน ขับเร็วเกินไปหรือขับช้าเกินไปก็กินน้ำมันเหมือนกัน โดยมากแนะนำให้ใช้ความเร็วคงที่ประมาณ 80-90 กม/ชม.

4.ไม่ควรเบิ้ล กระชาก ลากเครื่องยนต์ เนื่องจากการเร่งเครื่อง การเหยียบคันเร่งจนมิด จะทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงถูกฉีดเข้าห้องเผาไหม้มากยิ่งขึ้น นอกจากสิ้นเปลืองแล้ว น้ำมันเชื้อเพลิงส่วนเกินจะทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ เกิดเป็นมลพิษ หรือในกรณีเครื่องยนต์ดีเซลก็จะทำให้เกิดควันดำ เพิ่มปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในอากาศอีกด้วย ดังนั้น การค่อย ๆ เหยียบคันเร่ง ขับรถให้นิ่มนวล ใช้ความเร็วสม่ำเสมอจะช่วยประหยัดน้ำมันทันทีตั้งแต่ช่วงที่ออกตัว

5.ไม่ควรเร่งรถหรือเบรกกะทันหัน การเร่งความเร็วบ่อยครั้ง และเบรกอย่างหนักเป็นการกระตุ้นให้เครื่องยนต์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น เพิ่มอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งคนขับรถและผู้ใช้รถใช้ถนนอีกด้วย

6.ควรตรวจเช็กเครื่องยนต์ ระดับน้ำมันเครื่อง และน้ำในแบตเตอรี่ และปรับปรุงสมรรถนะรถยนต์ให้ดีตลอดเวลา ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 3-9% ความบกพร่องของเครื่องยนต์มีผลเสียหลายด้าน ทำให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานสั้นลงและกินน้ำมันมากขึ้น ควรตรวจสอบประสิทธิภาพของไส้กรองอากาศ ระบบระบายความร้อน เช็กหัวเทียนเสื่อมสภาพ การจุดระเบิดและการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง เป็นต้น

7.รถยนต์ที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนด จะมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันน้อยกว่ารถที่ไม่ได้ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นเวลานาน

8.ควรตรวจเช็กเครื่องปรับอากาศสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบทำงานมีประสิทธิภาพและปรับอุณหภูมิแอร์ ให้เหมาะสมระหว่าง 23-25 องศา ถ้าตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไป เปิดเย็นจัดแล้วปรับความแรงลมเพียงอย่างเดียว คอมเพรสเซอร์จะทำงานหนัก เป็นภาระให้เครื่องยนต์มากกว่าปกติ ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน

9.บรรทุกสัมภาระเท่าที่จำเป็น เพราะน้ำหนักรถมีผลต่อการกินน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นล้อโต เครื่องเสียง ชุดใหญ่ ชุดแต่งบางส่วน หรือแม้แต่การบรรทุกสิ่งของบนหลังคาก็จะทำให้เกิดแรงต้านด้วย น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10 กิโลกรัม ถ้าขับระยะทาง 25 กิโลเมตร จะสิ้นเปลืองน้ำมันราว 40 ซีซี ลดสิ่งของไม่จำเป็นออกเสียบ้าง จะช่วยประหยัดได้ 3-5%

10.ตรวจเช็กความดันลมยางให้พอดี ถ้าลมอ่อนเกินไปจะทำให้รถกินน้ำมันมาก ถ้าเติมลมยางแข็งเกินไป ช่วงล่างสะเทือนมากและทำให้การเกาะถนนลดลง ความดันลมยางอ่อนกว่ามาตรฐาน 1 ปอนด์/ตารางนิ้ว ถ้าขับทุกวันเฉลี่ยวันละ 48 กิโลเมตรเป็นเวลา 1 เดือน ทำให้รถยนต์ส่วนบุคคล สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.4 ลิตร ทั้งสองกรณีจะทำให้ยางมีอายุการใช้งานสั้นลง…

…………………………….
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย “ช่างเอก”
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com