สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ว่า ข้อมูลการวิเคราะห์ของนักวิทยาศาสตร์ในเรื่องการเสียชีวิตทั่วโลกและระดับมลพิษ ระบุว่า มลพิษทางอากาศจากกระบวนการอุตสาหกรรม รวมไปถึงการขยายพื้นที่เมือง ทำให้การเสียชีวิตที่เกี่ยวกับมลภาวะเพิ่มขึ้น 7% จากปี 2558-2562
“มันเหมือนกับพวกเรานั่งอยู่ในหม้อต้มและกำลังถูกเผาอย่างช้าๆ แต่ไม่เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, โรคมาลาเรีย หรือเอชไอวี เราไม่ให้ความสำคัญต่อมลพิษทางสิ่งแวดล้อมมากพอ” ริชาร์ด ฟูลเลอร์ ผู้เขียนการศึกษาร่วม และหัวหน้าขององค์กรไม่แสวงผลกำไรระดับนานาชาติ เพียว เอิร์ธ กล่าว
Pollution killing 9 million people a year, Africa hardest hit – study https://t.co/YyHKLryzbM pic.twitter.com/SBMIoZFTg4
— Reuters (@Reuters) May 18, 2022
แม้การเสียชีวิตจากมลพิษดั้งเดิม เช่น ควันในอาคาร หรือน้ำเน่าเสีย จะลดลงทั่วโลก แต่มันยังเป็นปัญหาใหญ่ในทวีปแอฟริกาและประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ ซึ่งสาธารณรัฐชาด, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และ ไนเจอร์ คือ 3 ประเทศที่มีการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับมลพิษมากที่สุด
นอกจากนี้ เรเชล คุปกา ผู้เขียนร่วม และกรรมการบริหารของพันธมิตรโลกด้านสุขภาพและมลพิษ (จีเอเอชพี) ในนครนิวยอร์ก กล่าวว่า การเสียชีวิตที่เกิดจากการสัมผัสมลพิษสมัยใหม่ อาทิ โลหะหนัก, เคมีเกษตร และการปล่อยเชื้อเพลิงฟอสซิล “เพิ่มขึ้นแบบพุ่งทะยาน” มากถึง 66% ตั้งแต่ปี 2543
เครดิตภาพ : REUTERS



