สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ว่า นพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าปัจจุบันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ "เดลตา" แพร่กระจายอยู่ในอย่างน้อย 132 ประเทศและดินแดน ถือเป็นเชื้อสายพันธุ์หลักของโรคโควิด-19 บนโลกในเวลานี้ 
ทั้งนี้ การที่เชื้อเดลตาสามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดอาการป่วยหนักได้ง่ายกว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่น และติดต่อง่ายกว่าในอัตราที่มากถึง 50% เมื่อเทียบกับชื้อไวรัสทุกสายพันธุ์ ที่ส่งผลให้เกิดโรคซาร์ส อัตราการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 บนภูมิภาคส่วนใหญ่ของโลก จึงเพิ่มขึ้นมากถึง 80% ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ล่าสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปแอฟริกา ซึ่งดับเบิลยูเอชโอมีความวิตกกังวลมากที่สุดในตอนนี้ เนื่องจากมีประชากรได้รับวัคซีนครบแล้วเพียง 1.5% ของทั้งทวีป 
ด้าน นพ.ไมค์ ไรอัน หัวหน้าโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของดับเบิลยูเอชโอ ยืนยันว่า "วัคซีนทุกแบบ" ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนฉุกเฉินจากดับเบิลยูเอชโอ สามารถลดการป่วยหนักและการต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล จากเชื้อไวรัสโคโรนาทุกสายพันธุ์ที่มีอยู่บนโลกในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์เดลตา แต่ความเร็วในการแพร่กระจายของเชื้อตัวนี้ กำลังทำให้ระบบสาธารณสุขของหลายประเทศกำลังเผชิญกับความตึงตัวอย่างหนัก

ปัจจุบัน ดับเบิลยูเอชโอรับรองเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้กับวัคซีนที่พัฒนาโดยเทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค และโมเดอร์นา วัคซีนที่พัฒนาโดยเทคโนโลยีไวรัล เวกเตอร์ ของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และวัคซีนที่พัฒนาจากเชื้อตาย ของซิโนฟาร์มและซิโนแวค.

เครดิตภาพ : AP