สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ว่า นพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าปัจจุบันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ "เดลตา" แพร่กระจายอยู่ในอย่างน้อย 132 ประเทศและดินแดน ถือเป็นเชื้อสายพันธุ์หลักของโรคโควิด-19 บนโลกในเวลานี้
Almost 4 million #COVID19 cases were reported to @WHO last week – many of these were driven by the highly-transmissible Delta variant. We have the tools to stop this virus, but on current trends, we expect the total number of cases to pass 200 million within the next two weeks. pic.twitter.com/pbisUCIg3B
— Tedros Adhanom Ghebreyesus (@DrTedros) July 30, 2021
#CôtedIvoire ?? is scaling up its #COVID19 vaccine rollout! The country has tripled rollout in just 3 months & now gives around 17,000 doses each day.
— WHO African Region (@WHOAFRO) July 30, 2021
Over 900,000 people have now been vaccinated at 400 vaccination centres so far.
No one is safe until we are all safe! pic.twitter.com/WgEdcybrnw
ทั้งนี้ การที่เชื้อเดลตาสามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดอาการป่วยหนักได้ง่ายกว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่น และติดต่อง่ายกว่าในอัตราที่มากถึง 50% เมื่อเทียบกับชื้อไวรัสทุกสายพันธุ์ ที่ส่งผลให้เกิดโรคซาร์ส อัตราการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 บนภูมิภาคส่วนใหญ่ของโลก จึงเพิ่มขึ้นมากถึง 80% ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ล่าสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปแอฟริกา ซึ่งดับเบิลยูเอชโอมีความวิตกกังวลมากที่สุดในตอนนี้ เนื่องจากมีประชากรได้รับวัคซีนครบแล้วเพียง 1.5% ของทั้งทวีป
‘There’s no magic dust’ — act now to protect yourself and loved ones from #COVID19. @DrMikeRyan explains ? pic.twitter.com/DcJKbGX2xC
— World Health Organization (WHO) (@WHO) July 30, 2021
ด้าน นพ.ไมค์ ไรอัน หัวหน้าโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของดับเบิลยูเอชโอ ยืนยันว่า "วัคซีนทุกแบบ" ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนฉุกเฉินจากดับเบิลยูเอชโอ สามารถลดการป่วยหนักและการต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล จากเชื้อไวรัสโคโรนาทุกสายพันธุ์ที่มีอยู่บนโลกในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์เดลตา แต่ความเร็วในการแพร่กระจายของเชื้อตัวนี้ กำลังทำให้ระบบสาธารณสุขของหลายประเทศกำลังเผชิญกับความตึงตัวอย่างหนัก
ปัจจุบัน ดับเบิลยูเอชโอรับรองเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้กับวัคซีนที่พัฒนาโดยเทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค และโมเดอร์นา วัคซีนที่พัฒนาโดยเทคโนโลยีไวรัล เวกเตอร์ ของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และวัคซีนที่พัฒนาจากเชื้อตาย ของซิโนฟาร์มและซิโนแวค.
เครดิตภาพ : AP
















