สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ว่านายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน กล่าวถึงการที่สหรัฐและไต้หวัน เริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการ ว่าด้วยการจัดทำกรอบความร่วมมือทางการค้าระดับทวิภาคีฉบับใหม่กับรัฐบาลไทเป ในชื่อ “ความริเริ่มการค้าแห่งศตวรรษที่ 21” ว่ารัฐบาลปักกิ่งมีจุดยืนหนักแน่นและชัดเจน คัดค้านการจัดตั้งและแลกเปลี่ยนความร่วมมือทุกรูปแบบ ระหว่างประเทศใดก็ตามกับ “ภูมิภาคไต้หวัน”


ด้านนายจอห์น เติ้ง หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาการค้าของไต้หวัน กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่าจะยิ่งเป็นการขยายโอกาสทางการค้าให้แก่ทุกภาคส่วนของไต้หวัน ขณะที่แหล่งข่าวในรัฐบาลวอชิงตันให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าประเด็นสำคัญของการเจรจาจะยังคงเดิม ตามข้อตกลงที่เคยบรรลุร่วมกันก่อนหน้านี้ นั่นคือไม่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงตลาด และกำแพงภาษี ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสเท่านั้น


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง 2 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ประกาศระหว่างการเยือนญี่ปุ่น จัดตั้งกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (ไอพีอีเอฟ) ที่ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ความยืดหยุ่นทางการค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปลอดคาร์บอน และการต่อต้านการคอร์รัปชั่น


ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันคาดหวัง ให้ไอพีอีเอฟ ที่หลายฝ่ายมองว่า คือหนึ่งใน “ความท้าทายใหม่โดยตรง” ที่สหรัฐส่งสัญญาณถึงจีน เป็นการยกระดับมาตรฐานด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานในมิติที่สำคัญอีกหลายอย่างในเอเชียและแปซิฟิก ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน โดยมี 13 ประเทศ ซึ่งเข้าร่วมเจรจาในฐานะผู้ก่อตั้ง ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย และสหรัฐ.

เครดิตภาพ : REUTERS