สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของเมียนมารายงานสถิติผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมในประเทศอย่างน้อย 299,185 คน เพิ่มขึ้น 4,725 คน หายป่วยสะสมอย่างน้อย 209,512 คน และเสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 9,334 ราย เพิ่มขึ้น 392 ราย
อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เผยแพร่รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แสดงความกังวลอย่างหนักต่อวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่าอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่า "เลวร้ายถึงขีดสุด"  โดยภายในเวลาอีกเพียง 2 สัปดาห์ข้างหน้า มีความเป็นไปได้สูง ที่ประชากรครึ่งหนึ่งจากทั้งปมดราว 54 ล้านคนในประเทศแห่งนี้ จะติดเชื้อไวรัสโคโรนา ท่ามกลางการแพร่ระบาดอย่างหนักและรวดเร็วของเชื้อสายพันธุ์เดลตา 
ทั้งนี้ อัตราการติดเชื้อของเมียนมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อยู่ที่ 6.29 ต่อประชากร 1 ล้านคน มากกว่าสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาวิกฤติที่สุดของอินเดีย คือเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา  แต่อัตราการตรวจคัดกรองซึ่งต่ำมาก จึงมีความเป็นไปได้ว่า "สถานการณ์จริงในพื้นที่รุนแรงกว่านั้นมาก"
ขณะที่นายโธมัส แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษด้านกิจการเมียนมาของยูเอ็น เรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) มีมติให้หยุดยิงอย่างเป็นทางการในเมียนมา เนื่องจากการไร้เสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันรัฐประหาร เมื่อ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบสาธารณสุขจนเข้าขั้นล่มสลาย และการที่เมียนมามีพรมแดนติดกับ 5 ประเทศ รวมถึงจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับต้นของโลก หากไม่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดข้ามพรมแดนได้ ภูมิภาคแห่งนี้จะเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่ด้านสาธารณสุข.

เครดิตภาพ : AP