สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่านายหู ชุนหัว รองนายกรัฐมนตรีจีน และนายวิทาลี ซาเวลเยฟ รมว.คมนาคมของรัสเซีย เป็นประธานร่วมกัน ในพิธีเปิดใช้สะพานจีน-รัสเซียแห่งใหม่ เชื่อมระหว่างเมืองบลาโกเวชเชนสก์ ในภูมิภาคอามูร์ ทางตอนใต้ของรัสเซีย กับเมืองเฮ่ยเหอ ในมณฑลเฮย์หลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน


ทั้งนี้ สะพานแห่งดังกล่าวมีความยาวเพียง 1 กิโลเมตร และใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 342 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11,871.85 ล้านบาท) โดยมีการประเมินว่า จะช่วยเพิ่มพูนปริมาณการขนส่งสินค้าระดับทวิภาคีต่อปีได้อีกมากกว่า 1 ล้านตัน ซึ่งจะยิ่งช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ


อนึ่ง โครงการก่อสร้างสะพานแห่งนี้เริ่มเมื่อปี 2559 และแล้วเสร็จเมื่อเดือน พ.ค. 2563 อย่างไรก็ตาม พิธีเปิดล่าช้ากว่ากำหนดมาก เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19


สำหรับพิธีเปิดสะพานแห่งนี้ เกิดขึ้นหลัง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย สถาปนาการเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์แบบไร้ขีดจำกัด” ระหว่างการพบหารือ ก่อนพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาว ที่กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากสหรัฐ ว่า เป็นความพยายามสร้างระเบียบโลกใหม่ ของแนวคิดที่ “ตรงข้ามกับการมีเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตย” ขัดแย้งกับระเบียบและกลไกบนโลก “ซึ่งใช้แบบเดียวกันมานานกว่า 7 ทศวรรษ” หรือนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง


ด้านนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.การต่างประเทศตีน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลมอสโกกับรัฐบาลปักกิ่ง “แข็งแกร่งดั่งหินผา” แล้วขยายความว่า ไม่ว่าบรรยากาศของสถานการณ์ระหว่างประเทศ “จะเลวร้ายและน่ากลัวเพียงใด” จีนและรัสเซียจะยังคงรักษาความสัมพันธ์ ตามกรอบความร่วมมือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ “ที่ไร้ขีดจำกัด” ต่อไป.

เครดิตภาพ : REUTERS