ในช่วงสภาวะ ที่ปุ๋ย และสารเคมี มีการปรับราคาขึ้น ปุ๋ยเคมี มีการปรับราคาขึ้น กระสอบละ 50 กิโลกรัม ราคากระสอบละ 1,500 บาทไปจนถึงระดับเกือบ 2,000 บาท ส่งผลทำให้เกษตรกรต่างได้รับผลกระทบ จากต้นทุนในการผลิตสินค้าเกษตรที่สวนทางกับราคาที่ลดต่ำลง จึงเกิดปัญหาช่องว่าง ระหว่างต้นทุนการผลิต กับราคาขาย ชาวนาจึงต้องหาวิธีปรับเปลี่ยนการทำการเกษตร ที่นำเทคโนโลยี ของสารชีวภาพมาปรับใช้ เพื่อลดต้นทุนในการทำการเกษตร

แต่สำหรับ นายนิคม สืบสวน อายุ 65 ปี เกษตรกรชาวนาหมู่ 2 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ที่ทดลองนำปุ๋ยน้ำโพลีแอร์พลัส มาใช้กับนาข้าว เกือบ 100 ไร่ เพื่อลดต้นทุนในการผลิตในการใช้ปุ๋ย ซึ่งสามารถลดได้ลงกว่าครึ่ง ต้นงาม แข็งแรง จึงใช้ต่อเนื่องมากว่า 6 ปี ทำให้มีเงินเหลือ จากการลดต้นทุนการทำนา เล่าว่า เดิมจากการทำนาต้องใช้ปุ๋ยในการบำรุงต้นข้าวถึง 1 กระสอบ หรือ 50 กิโลกรัมต่อไร่ ต่อมาได้เริ่มทดลองการ นำปุ๋ยน้ำโพลีแอร์พลัส ที่ลูกสาวนำมาให้ทดลองใช้ โดยการใช้ เราจะใช้ในการผสมกับการฉีดยาฆ่าแมลง ในอัตราส่วนจำนวน 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ทำการฉีดพ่น

หลังจากใช้แล้ว ต้นข้าวจะเขียวอยู่นาน ต้นแข็งแรงไม่ล้มง่าย และให้ผลผลิตดี รวมถึงที่สำคัญลดปริมาณปุ๋ยกว่าครึ่ง ล่าสุดนาข้าวที่กำลังออกรวง กว่า 65 ไร่ ที่เคยใช้ปุ๋ย จำนวนกว่า 60 กระสอบ แต่หันมาใช้ปุ๋ยน้ำโพลีแอร์พลัส ควบคู่กับปุ๋ยทั่วไป ทำให้ปริมาณการใช้ปุ๋ยลดลงเหลือเพียง 20 กระสอบ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง จึงเหลือรายได้จากผลผลิตมากขึ้น อย่างไรก็ตามได้นำปุ๋ยน้ำโพลีแอร์พลัสมาใช้กับพืชสวน ทั้ง มันสำปะหลัง ข้าวโพด และพืชไร่ ก็ได้ผลผลิตดี

การทำนาสมัยนี้ เกษตรกรต้องต่อสู้หลายอย่าง ในการทำนา ทั้งราคาสารเคมี ปุ๋ย น้ำมัน รวมถึงค่าแรงที่มีการปรับขึ้นราคา จึงอยากฝากถึงเกษตรกร ให้ศึกษาการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึง สารเคมีที่มีประโยชน์กับการเกษตรนำมาปรับใช้ เพื่อลดต้นทุน ให้เหลือกำไรมากขึ้น



