สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอลมีมติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เห็นชอบตามการเสนอของกระทรวงสาธารณสุข และคณะแพทย์ซึ่งเป็นที่ปรึกษาเฉพาะกิจในการควบคุมโรคโควิด-19 ยกระดับมาตรการควบคุมทางสังคมภายในประเทศ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา
?? Israel began offering Covid-19 booster jabs to people 60+ on Sunday, making it the first country to offer a third dose of a Western vaccine to its citizens on a large scale pic.twitter.com/cYhDncE6mB
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) August 2, 2021
ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 8 ส.ค.นี้ รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะนอกอาคาร ซึ่งมีการรวมตัวของผู้คนมากกว่า 100 คน หน่วยงานรัฐให้จำกัดการทำงานภายในสำนักงานไม่เกิน 50% ของจำนวนบุคลากรปกติในแต่ละวัน ส่วนภาคเอกชนขอให้ทำงานที่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
Beginning next Wednesday, travelers from some 18 additional countries will be required to quarantine in #Israel even if they are fully #vaccinated.
— The Jerusalem Post (@Jerusalem_Post) August 4, 2021
Here's everything you need to know: ⤵️https://t.co/MhUB0ji3eh
ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลยังเพิ่มรายชื่อ 18 ประเทศเข้าสู่ "บัญชีแดง" ของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งหมายถึงผู้ที่เดินทางมาจากประเทศนั้นต้องเข้าสู่มาตรการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน และรับการตรวจโรคตามข้อบังคับของอิสราเอล ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนครบแล้วหรือไม่ โดยมาตรการสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากทั้ง 18 ประเทศ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.นี้
สำหรับทั้ง 18 ประเทศดังกล่าว ได้แก่ สหรัฐ คิวบา ฝรั่งเศส ยูเครน อิตาลี ไอซ์แลนด์ อีสวาตินี บอตสวานา บัลแกเรีย เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ แทนซาเนีย กรีซ มาลาวี อียิปต์ สาธารณรัฐเช็ก รวันดา และตูนิเซีย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES















