อาร์เซนอล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นสโมสรล่าสุดที่ถูก สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) จับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะทีมที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ หรือ กฏควบคุมทางการเงินตามรายงานจาก “เดอะ ไทม์ส” สื่อเมืองผู้ดี
อาร์เซนอล ทุ่มเงินซื้อนักเตะเข้ามาเสริมแกร่งอย่างสนุกมือถึง 2 ซัมเมอร์ติดต่อกัน โดยหน้าร้อนปีก่อนพวกเขาทุ่มเงิน 140 ล้านปอนด์ (ราว 6,160 ล้านบาท) คว้าตัว เบน ไวท์, อารอน แรมส์เดล, มาร์ติน โอเดการ์ด, ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ, อัลเบิร์ต แซมบี โลกองกา และนูโน ตาวาเรส มาร่วมทีม
ขณะที่ถลุงเงินไปอีก 120 ล้านปอนด์ (ราว 5,280 ล้านบาท) ในการกระชาก มาควินโญส, ฟาบิโอ วิเอรา, แมตต์ เทอร์เนอร์, กาเบรียล เชซุส และโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก มาค้าแข้งยังถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งเท่ากับว่า เดอะ กันเนอร์ส ทุ่มเงินลงไปในตลาดนักเตะถึง 260 ล้านปอนด์ (ราว 11,440 ล้านบาท) ในรอบปีที่ผ่านมา
ด้วยเหตุนี้ ยูฟ่า จึงต้องใส่ชื่อของ อาร์เซนอล เอาไว้ในรายชื่อสโมสรที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฏควบคุมทางการเงิน และในกรณีที่พบว่า “ปืนใหญ่” ทำผิดจริงพวกเขาก็อาจจะถูกลงโทษด้วยการปรับเงิน หรือ อาจจะถูกลงดาบรุนแรงถึงขั้นโดนแบนห้ามเซ็นนักเตะใหม่เข้ามาร่วมทัพเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอล มั่นใจว่า พวกเขาทำทุกอย่งถูกต้องตามกฏควบคุมทางการเงินของ ยูฟ่า และยังมีรายรับถึง 101 ล้านปอนด์ (ราว 4,444 ล้านบาท) จากการขายนักเตะส่วนเกินอาทิ แบรนด์ เลโน, มัตเตโอ เกนดูซี และโจ วิลล็อค ออกจากทีมอีกด้วย.
ภาพ REUTERS



