เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ ร่วมกับ ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจ สภ.แม่ริม และ เจ้าหน้าที่ปกครอง นำกำลังเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ที่พักโรงแรมและรีสอร์ท 5 แห่ง จาก 36 แห่ง ในพื้นที่ม่อนแจ่ม แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หลังตรวจสอบพบการกระทำความผิดตามกฎหมายป่าไม้ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม ทั้งบุกรุกขยายพื้นที่เพิ่มเติม และซื้อขายเปลี่ยนมือ รวมทั้งมีการให้นอมินีถือครองใช้ประโยชน์แทนนายทุน ตลอดจนกระทำความผิดตาม พ.ร.บโรงแรม และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร

สำหรับสถานประกอบการที่เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการรื้อถอนประกอบด้วย สถานประกอบการหลังสวนโฮมสเตย์ ม่อนดูดาว ม่อนดาวเรือง ม่อนแสงระวี และแสงเหนือแคมป์ปิ้ง โดยระหว่างดำเนินการ มีกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันถือป้ายมาคัดค้านการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เพื่อรอเจรจาต่อรองไม่ให้เจ้าหน้าที่ เข้ามารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างโดยใช้อำนาจตามมาตรา 25 (23) พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ในการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด

นายสัมพันธ์ พุฒด้วง ผอ.ศูนย์ป่าไม้เชียงใหม่ ผู้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการครั้งนี้ เปิดเผยว่า วันนี้ทางกรมป่าไม้ได้อนุมัติให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของผู้ประกอบการ 5 แห่ง ดังกล่าว โดยจัดกำลังแบ่งเป็น 5 ชุด เข้าทำการรื้อถอน แต่ต้องประเมินสถานการณ์ เนื่องจากชาวบ้านรวมตัวกันคัดค้าน เพราะอาจปิดล้อมเจ้าหน้าที่ได้ ถึงแม้ว่าจะมีการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 400 นาย ร่วมอำนวยความสะดวกก็ตาม

นายสัมพันธ์ เผยอีกว่า ทั้งนี้หากไม่สามารถทำงานตามจุดที่แบ่งกำลังไว้ได้ก็ต้องปรับมารื้อถอนทีละจุด ส่วนต้นเรื่องทั้งหมดของปัญหามาจากการสำรวจพื้นที่ของกรมป่าไม้จาก 122 ราย พบว่ามี 36 ราย ที่แยกออกมาไม่เข้าเงื่อนไข และส่งดำเนินคดี เนื่องจากทั้ง 36 รายนั้น พบว่ามีความผิดชัดเจนหลักฐานชัด พร้อมดำเนินคดีและส่งฟ้องศาล ซึ่งป่าไม้ได้ให้โอกาสครบทุกกระบวนการแล้วมาตั้งแต่ปี 63 กระทั่งวันนี้จึงมาทำการรื้อถอนตามคำสั่งของกรมป่าไม้

ขณะที่ตัวแทนชาวบ้าน ดอยม่อนแจ่ม คณะเจรจาพูดคุย เปิดเผยว่า วันนี้ชาวบ้านมารวมตัวกันคัดค้านเจ้าหน้าที่ เนื่องจากอ้างว่าเรื่องยังคงอยู่ในชั้นศาล ยังไม่ได้พิสูจน์สิทธิ โดยยังไม่มีคำสั่งศาลให้รื้อถอน ดังนั้นการเข้ารื้อถอนดังกล่าวที่ไม่เป็นธรรมต่อชาวบ้าน และถือว่าละเมิดสิทธิ จึงรวมตัวกันออกมาปกป้องสิทธิของขาวบ้าน ซึ่งยืนยันว่าจะใช้การคัดค้านด้วยความสันติวิธี แต่หากมีคำสั่งศาลปกครองตัดสิน ว่าชาวบ้านผิดและสั่งรื้อถอน ชาวบ้านก็ยินยอมให้รื้อทุกพื้นที่ตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งชาวบ้านเคารพในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว โดยทางชาวบ้านยืนยันว่า หากมีเจ้าหน้าที่พยายามเข้ารื้อถอนก่อนมีคำสั่งชัดเจน ชาวบ้านจะดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ข้อหาบุกรุก พร้อมทั้งมีมาตรการตอบโต้อย่างสันติวิธีต่อไป






