สำนักงานเกษตรอำเภอลี้ โดยนายนิรุทธ์ ลังการ์พินธุ์ เกษตรอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน กล่าวเปิดการอบรมโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ กิจกรรมถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรด้านการลดต้นทุนการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาคุณภาพ การตลาด และการบริหารจัดการกลุ่ม ณ โรงเรียนนาทรายวิทยาคม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เมื่อวันก่อน
โดยมี ผศ.พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ลำไย จากตำบลลี้ ตำบลดงดำ ตำบลแม่ลานและตำบลนาทราย พร้อมสาธิตการผสมปุ๋ยใช้เอง การทำแคลเซียมโบรอน และการทำผลิตสารชีวภัณฑ์ BT และ BS จากนั้นนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอลี้ การอบรมในครั้งนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน 170 ราย
สำหรับการทำแคลเซียมโบรอนไว้ใช้เอง สำหรับสวนลำไยและสวนมะม่วง จะมีราคาต้นทุนที่ถูกกว่าท้องตลาดมาก และเกษตรกรสามารถทำได้ด้วยตนเอง ด้วยการใช้ส่วนผสมของแคลเซียมไนเตรท ซึ่งก็คือปุ๋ย 15-0-0 ในอัตรา 1,200 กรัม คือ 12 ขีด โบรอนพืช หรือรู้จักกันโดยทั่วไปในนามกรดบอริก 400 กรัม หรือ 4 ขีด น้ำเปล่า 20 ลิตร ส่วนอาหารเสริม เช่นแมกนีเซียม สังกะสี ถ้ามีก็ใส่ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่
ต้นทุนในการทำจะอยู่ที่ประมาณ 450 บาท พร้อมอาหารเสริมแมกนีเซียม สังกะสี จะได้แคลเซียมโบรอน 20 ลิตร ตกเฉลี่ยอยู่ที่ 23 บาทต่อ 1 ลิตร ซึ่งถูกกว่าการไปหาซื้อจากท้องตลาดหลายเท่าตัว ขั้นตอนในการผลิต ให้เทน้ำเปล่าลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้จำนวน 20 ลิตร และใส่ปุ๋ยแคลเซียมไนเตรทคือปุ๋ยสูตร 15-0-0 ลงไป แล้วคนให้ปุ๋ยละลายให้หมด แล้วเติมโบรอนพืชลงไป คนให้ละลาย เสร็จแล้วนำปุ๋ยแคลเซียมโบรอนที่ผสมกันเรียบร้อยแล้วไปบรรจุใส่ภาชนะที่ปิดฝามิดชิดเก็บไว้ในที่ร่ม ในอุณหภูมิห้อง เพื่อที่จะนำไปใช้ต่อไป
การใช้นำแคลเซียมโบรอน 300 ซีซี นำมาผสมน้ำ 200 ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่นให้พืช โดยฉีดพ่นทั้งบนใบและใต้ใบ ทุก 10 วัน ในระยะลำไยลูกเล็ก และมะม่วงลูกเล็ก สำหรับการทำการเกษตรในพืชกลุ่มไม้ผล โดยเฉพาะลำไย ที่ผ่านมาเกษตรกรจะใช้กันมากในช่วงแตกใบอ่อน และในช่วงที่ต้องการให้ผลลำไยมีการขยายขนาด เมื่อได้รับน้ำ
ที่ผ่านมาเกษตรกรจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับหาซื้อสารตัวนี้มาใช้ไปมากพอควร เพราะเขาขายในตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 200-290 บาทต่อลิตร
แคลเซียมโบรอน เป็นธาตุอาหารที่อยู่ในรูปที่ละลายน้ำได้พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มการผสมเกสร ลดการหลุดร่วงของขั้วดอกและขั้วผล ขยายขนาดผล กระตุ้น การแตกตาดอก ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ทำ ให้พืชแข็งแรง
ซึ่งโดยธรรมชาติธาตุอาหารเหล่านี้จะมีอยู่ในดินโดยทั่วไป แต่ในปริมาณที่อาจจะไม่เพียงพอหากพื้นที่นั้น ๆ มีการใช้ปลูกพืชมาค่อนข้างยาวนาน จึงจำเป็นต้องเพิ่มให้พืชตามความต้องการ และมีความจำเป็นสำหรับเกษตรกรที่ปลูกพืชให้ผลที่เก็บเกี่ยวผลผลิตหลายปีในการเสริมธาตุในดินทดแทนเพิ่มเติม อย่างต่อเนื่อง.



