เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีต รมว.คลัง กล่าวถึงการทำรัฐประหารเมื่อปี 57 และการเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า 1.ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 57 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำให้ประเทศถอยหลังไปไกล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อย่างไม่น่าเชื่อ
2.พล.อ.ประยุทธ์มาจากการทำรัฐประหาร ทั่วโลกไม่ยอมรับ ปัจจุบันมีเพียงเกาหลีเหนือ เมียนมา และแอฟริกา 2-3 ประเทศเท่านั้น ที่มาจากการรัฐประหาร ประเทศไทยจึงมีเงินเข้ามาลงทุนน้อยมาก การค้าขายกับต่างประเทศลดน้อยลงมาก ทำให้ประเทศไทยไม่เจริญเติบโต 3.ตัวผู้นำขาดสติปัญญา เป็นคนพาลคนหลง โมโหโทโส ชอบปัดความรับผิดชอบ ชอบโยนความผิดให้คนอื่น ไม่ฟังความเห็นผู้อื่น ทีมงานก็ล้วนขาดความรู้ความสามารถ
4.นโยบายเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จึงผิดทิศทางหมด ถอยหลังไปสู่ยุคขุนศึก ศักดินานายทุนผูกขาด จนเยาวชนรุ่นใหม่ออกมาเรียกร้อง เพราะไม่เห็นอนาคตของชาติ รัฐบาลกลับสร้างข้อหาจับคนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของชาติ ไปกักขัง ไม่ให้ประกันเป็นจำนวนมาก 5.นักลงทุนทั่วโลกไม่เข้ามาเพราะผู้นำประเทศไม่มีเครดิต ไม่มีสติปัญญา พวกเขาเกรงกลัวว่ารัฐบาลจะทำให้เขาเสียหายได้มาก
6.ผู้นำยึดติดอยู่กับอำนาจ แม้ถูกสั่งให้พักงานแล้ว ยังไปใช้ตำแหน่งที่ลดลง เพื่อพยายามยื้ออยู่ต่อไป ดูแล้วน่าสงสาร
7.ในด้านเศรษฐกิจ แทบไม่มีโครงการลงทุนใดๆ ทั้งโครงสร้างบริการพื้นฐาน โครงการเศรษฐกิจสมัยใหม่ในยุคดิจิตัล เศรษฐกิจเจริญเติบโตต่ำมากในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยเพียงร้อยละ 1% กว่าๆต่อปี คนรุ่นใหม่จบมาไม่มีงานทำ คนที่ทำงานอยู่แล้วถูกให้ออกจากงาน แต่รัฐบาลกลับไปสร้างหนี้มากมายกว่า 5 ล้านล้านบาท มากกว่าหนี้ทั้งหมดของรัฐบาลในอดีตรวมกัน หนี้รัฐบาลเกินกว่า 10 ล้านล้านบาทแล้ว คือเกินกว่า 60% ของจีดีพี และกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หนี้ที่สร้างขึ้น ก็เป็นการเอาเงินที่รัฐบาลไปกู้มา ไปแจกจ่ายเพื่อการบริโภค จึงเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เอามาซื้ออาวุธที่ใช้ไม่ได้ เช่น เรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์ เอามาจ้างคนทำราชการโดยไม่ต้องทำงาน แม้เงินให้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. ก็คิดดอกเบี้ยสูง ไล่ยึดทรัพย์สินผู้ค้ำประกัน จนเด็กและเยาวชนไทยไม่มีอนาคต
8.รัฐบาลปล่อยราคาสินค้าขึ้นมากมาย น้ำมัน แก๊สหุงต้ม ขึ้นราคาจนแพงที่สุดแล้ว เงินเฟ้อสูงกว่า 7.5% สินค้าต่างๆ พาเหรดกันขึ้นราคา ค่าไฟฟ้า 4.72 บาทต่อหน่วยแล้ว รัฐบาลปล่อยให้เกิดการผูกขาดตัดตอน เช่น บริษัทค้าปลีกค้าส่ง บริษัทไฟฟ้า บริษัทโทรศัพท์ จนนายทุนร่ำรวยอย่างรวดเร็ว มีคนจำนวนเพียง 1% มีทรัพย์สินของชาติถึง 67% ในขณะที่คนไทย 99% มีทรัพย์สินเพียง 33% ต่างกันมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
9.ความสามารถในการแข่งขันลดลง องค์กร IMD ได้ลดระดับไทยลงมา 5 อันดับ เพราะโครงการพื้นฐานแย่ลง ความสามารถรัฐบาลแย่ลง รัฐบาลมีการขาดดุลที่เรียกว่า Double deficits คือขาดดุลทั้งการคลังจำนวนมาก ขาดดุลบัญชีสินค้าและบริการมากขึ้น ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก อันดับคอร์รัปชั่น แย่ลงไปเรื่อยๆ จากอันดับที่ 70 กว่าเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เป็นอันดับที่ 110 ใน 180 ประเทศแล้ว
10.ในด้านสังคม รัฐบาล ทำให้คนยากจนเพิ่มขึ้น จากที่มีคนจน 6 ล้านคน ในปี 57 เป็น 17 ล้านคน ที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพียง 4-5% ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อที่เฉลี่ย 7.5% ประชาชนยากจนลงมาก จนต้องกู้เงินมากินมาใช้ ทำให้หนี้ครัวเรือนเกือบ 15 ล้านล้านบาท คือเกือบ 90% ของจีดีพีแล้ว
11.ทางด้านการเมือง ก็มีการหลอกล่อ ฉวยโอกาส กลับไปกลับมา อย่างไม่ละอาย ทำทุกอย่างเพื่ออยู่ในอำนาจ แม้ประชาชนไม่ยอมรับไม่ต้องการ ก็ขาดความสำนึก
12.รัฐบาลอยู่มา 8 ปี ได้ทำลายกระบวนการและความชอบธรรม ทางการเมืองและความยุติธรรม เสียหายไปมากมาย จะต้องใช้เวลาอีกนานมาก กว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้
“พี่น้องประชาชนไทยจะต้องช่วยกันครับ ไม่ปล่อยให้คนไม่ฉลาด ไม่มีความสามารถ เข้ามามีอำนาจ ประเทศจะล้าหลัง ประชาชนจะยากจน” ดร.สุชาติ กล่าว



