สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีนิโคล ปาชินเนียน ผู้นำอาร์เมเนีย กล่าวเมื่อวันอังคาร ว่ากองทัพของประเทศสูญเสียทหารอย่างน้อย 49 นาย ระหว่างการปะทะข้ามพรมแดนกับกองทัพอาเซอร์ไบจาน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
ขณะที่กระทรวงกลาโหมของอาร์เมเนียออกแถลงการณ์ ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ว่ากองทัพอาเซอร์ไบจานเป็นฝ่ายยิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดนมาก่อน แล้วยังส่งอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนปฏิบัติการโจมตีข้ามพรมแดนด้วย ด้านกองทัพอาร์เมเนียปฏิบัติการตอบโต้ “ตามความเหมาะสม”
Armenia and Azerbaijan have reported new large-scale border clashes https://t.co/W3NzEaoJy3 pic.twitter.com/3lnuPxtUcw
— Al Jazeera English (@AJEnglish) September 13, 2022
ต่อมา กระทรวงกลาโหมของอาเซอร์ไบจานออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันควัน ว่าทหารของอาร์เมเนียเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน แต่ยังไม่ระบุอย่างชัดเจน เกี่ยวกับความสูญเสียของฝ่ายตัวเอง ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของทั้งสองประเทศรายงานไปในทางเดียวกัน ว่าเดิมทีมีการเจรจาหยุดยิงแล้ว แต่ข้อตกลงทั้งหมดกลับล้มเหลวภายในอีกไม่กี่นาทีต่อมา
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมของอาร์เมเนียรายงานเพิ่มเติม ว่าได้มีการหารือทางโทรศัพท์กับ พล.อ.เซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซีย และเห็นพ้อง “การรักษาเสถียรภาพตามแนวพรมแดน” ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ “แสดงความวิตกกังวล” ส่วนตุรกีเรียกร้องโดยตรงไปยังอาร์เมเนีย “ให้ยุติการยั่วยุ”
Armenia's Prime Minister says at least 49 troops were killed overnight when Azerbaijan opened fire along the border
— i24NEWS English (@i24NEWS_EN) September 13, 2022
The Armenian defense minister says he has spoken with his Russian counterpart on steps to stabilize the situation
สถานการณ์สู้รบครั้งนี้ถือว่า “รุนแรงที่สุด” นับตั้งแต่รัสเซียเป็นคนกลางเจรจาหย่าศึกระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน เมื่อปี 2563 เพื่อยุติการสู้รบในเขตนากอร์โน-คาราบัค พื้นที่พิพาทระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาคอเคซัส โดยกองทัพรัสเซียส่งทหารรักษาสันติภาพ 1,960 นาย ไปประจำการอยู่ในเขตนากอร์โน-คาราบัค “อย่างน้อย 5 ปี”
อนึ่ง เขตนากอร์โน-คาราบัค เป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน ตั้งแต่ทั้งสองประเทศยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต โดยสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยืนยันว่าเขตนากอร์โน-คาราบัค เป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน แต่ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีเชื้อสายอาร์เมเนีย
แม้เขตนากอร์โน-คาราบัค ไม่มีทางออกสู่ทะเลโดยตรง และมีทรัพยากรพลังงานไม่มากนัก แต่นอกเหนือจาก “ความละเอียดอ่อน” ตั้งแต่ประวัติศาสตร์สมัยจักรวรรดิเปอร์เซีย พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติในเขตตอนใต้ของเทือกเขาคอเคซัส.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



