วันนี้( 14 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) กสทช . ตามวาระประจำสัปดาห์ โดยหนึ่งในประเด็นที่หลายฝ่ายจับตา คือเรื่อง พิจารณาลงมติต่อกรณี การควบรวม ทรู-ดีแทค หลังจากที่สำนักงาน กสทช.ได้นำส่งผลการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลต่อกรณีการควบรวมของสองบริษัท เพิ่มเติมให้ทาง กสทช.เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามหลังการประชุมบอร์ดเสร็จสิ้นปรากฏว่า ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องควบรวม ตามที่คาดหมายแต่อย่างใด
แหล่งข่าว จาก สำนักงาน กสทช. กล่าวว่า การประชุมของบอร์ด กสทช.ในวันนี้(14 ก.ย.) ยังไม่มีการพิจารณา ลงมติเรื่องการควบรวมบริษัทระหว่างทรู- ดีแทค แม้ว่าจะได้รับเอกสารข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมแล้ว เนื่องจากต้องรอความเห็นตอบกลับจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อน หลังจากที่ สำนักงาน กสทช. ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความอนุเคราะห์สั่งการให้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยให้ความเห็น ในประเด็นข้อกฎหมายกรณีการรวมธุรกิจระหว่าง ทรู-ดีแทค ซึ่งยังไม่ได้รับการตอบกลับมา เพื่อนำมาประกอบการ พิจารณาตัดสินใจในการลงมติในเรื่องนี้ต่อไป
วันเดียวกัน ทางสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้จัดเวทีเสวนาวิชาการ “ผลกระทบการผูกขาดมือถือต่อสิทธิพลเมืองในยุค5G” ในรุปแบบออนไลน์ถ่ายทอดผ่านเฟสบุ๊ค ของสภาองค์กรของผู้บริโภค โดยมีวิทยากร อาทิ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางสุนี โชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค และ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ฯลฯ
โดย น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กล่าวว่า การควบรวมระหว่างทรู-ดีแทค จะส่งผลกระทบให้เกิดการผูกขาด การแข่งขันลดลง และส่งผลกระทบไม่เพียงแต่เรื่องราคาค่าบริการ ซึ่งในด้านผู้บริโภคอาจจะส่งผลต่อพลเมืองในภาพรวม คือโอกาาสที่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในชนบทจะเข้าถึงการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงโควิด ที่เด็กต้องเรียนออนไลน์ และทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตได้เป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของคนไปแล้ว ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันจะมีเอกชนรายใหญ่ 3 ราย แต่ก็ไม่มีแรงจูงใจในการขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานไปในพื้นที่ไม่มีผลกำไรอยู่แล้ว ซึ่งหากไม่มีการแข่งขันยิ่งขึ้น ก็จะทำให้กระทบสิทธิในการเข้าถึงบริการของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้ และเป็นการกระทบสิทธิมนุษยชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้
ด้าน น.ส.สารี อ๋องสมหวัง กล่าวว่า ในเรื่องนี้ทางสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง กสทช.จะพยายามทำเรื่องนี้ให้ไม่มีทางออก ทั้งที่ กสทช. มีอำนาจในเรื่องนี้เต็มที่ แต่พยายามไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก จึงได้ทำ จม.เปิดผนึก ถึงผู้บริโภคและประชาชน เพื่อให้ทางผู้บริโภคร่วมกัน คัดค้านและเรียกร้องให้ กสทช.ใช้อำนาจที่มีในการพิจารณาเรื่องนี้โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน ซึ่งหาก กสทช. ไม่ทำหน้าที่ตามอำนาจที่มีอย่างดีที่สุดแล้ว ทาง สภาองค์กรของผู้บริโภค จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด



