ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ สคทช. เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เรื่องที่ดินทำกินมาโดยตลอด และได้ดำเนินการผ่านโครงการหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการในภารกิจการกระจายถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่ที่อาศัยและป้องกันการสูญเสียสิทธิ์ในที่ดินจากการจำนอง การขายฝาก เพื่อให้เกษตรกรยังคงมีสิทธิ์ในที่ดินทำกินของตนเอง ตลอดจนส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่ทำกิน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


ดร.รวีวรรณ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพื่อประชุมติดตามผลการดำเนินงานการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพและการตลาด ในพื้นที่ราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียน ที่ ปจ. 259 โดย เนื้อที่ทั้งแปลงประมาณ 68-3-47 ไร่ (หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ ปจ 0897 เลขที่ดิน 162 ระวาง 5336I0636-0836) เดิมใช้ประโยชน์ในราชการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นที่ตั้งโรงเรียนวัดจันทรังษีถาวร (โรงเรียนวัดซำปลาตองเดิม) โรงเรียนยุบเลิกและได้ ส่งคืนกรมธนารักษ์ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ว่าง จัดให้เช่า จำนวน 2 สัญญา ประกอบด้วย 1) เช่าเพื่ออยู่อาศัย เนื้อที่ประมาณ 4,591.20 ตารางวา (11-1-91.20 ไร่) ทะเบียนรายตัวผู้เช่า 1-022502-4-60 สัญญาเช่าที่ 1-ปจ-49/2561 ลงวันที่ 17 กันยายน 2561 ปัจจุบันค่าเช่าปีละ 14,875.- บาท (หนึ่งหมื่นสี่พันแปดร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน) 2) เช่าเพื่อประกอบการเกษตร เนื้อที่ประมาณ 34-3-00 ไร่ (13,900 ตารางวา) ทะเบียนรายตัว ผู้เช่า 2-022502-3-100 สัญญาเช่าที่ 2-ปจ-5/2561 ลงวันที่ 17 กันยายน 2561 ค่าเช่าปีละ 7,576.- บาท (เจ็ดพันห้าร้อยเจ็ดสิบหกบาทถ้วน) สมาชิกสหกรณ์ฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 41 ราย (ครัวเรือน) (แบ่งแปลงย่อยสำหรับสมาชิก 41 ราย เพื่ออยู่อาศัย รายละประมาณ 100 ตารางวา และเพื่อประกอบการเกษตร รายละ 0-3-00 ไร่ (300 ตารางวา)

“สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการประชุมหารือร่วมกับราษฎรที่ได้รับการจัดที่ทำกินในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบความคืบหน้าและปัญหาการดำเนินงาน ประกอบด้วย กรมธนารักษ์ กรมที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้แทนจาก คทช.จังหวัด เพื่อร่วมหาแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้พื้นที่ทำกินของตนเอง ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่ทำกิน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านธเนศ ยังจิตร อดีตผู้ใหญ่บ้าน ที่ปรึกษา คทช บ้านโนนฝาว ระบุว่า ชาวบ้าน41 ราย ในอำเภอนี้ได้รับคัดเลือกให้มีที่ดินทำกิน รายละ1ไร แบ่งพื้นที่เป็น4 ส่วน คือ 1งานที่อยู่อาศัย ที่ดืนอีก3 งานทำการเกษตร แต่สามารถจุนเจินครอบครัวได้เป็นอย่างดี ด้วยการทำการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรฐกิจพอเพียง เกษตรเพียง3 งาน หมุนเวียนปลูกพืชปลอดสารพิษ ซึ่งต้องของคุณโครงการของ คทช. ที่ให้ชาวบ้านมีที่อยู่ที่ทำกิน สามารถหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้เพิ่มขึ้น ด้านนายสามารถ สืบเทพ ชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่าได้ที่ดิน3งาน เพื่อทำการเกษตรวางแผนปลูกพืชตามความต้องการของตลาด สลับหมุนเวียน รายได้ต่อ ครั้ง 30,000 ต่อ 1ปี ปลูกได้ 4 รอบ ปีละกว่า 120,000 บาท ช่วยครอบครัวใช้หนี้ ธกส. และจุนเจือครอบครัวได้เป็นอย่างดี.



