นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นท่าเรือแหลมบัง จ.ชลบุรี เพื่อมอบนโยบายพัฒนาท่าเรือไทย ให้เป็นท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Port) สู่ท่าเรือมาตรฐานระดับโลก โดยมีนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) พร้อมผู้บริหารให้การต้อนรับ ณ อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา สำหรับการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นการพัฒนาศักยภาพของการขนส่งสินค้าทางน้ำให้เต็มความสามารถ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน จึงมอบนโยบายการดำเนินงานให้กับ กทท. ดำเนินการ 2 ข้อหลักดังนี้

1.พัฒนาระบบท่าเรืออัจฉริยะ โดยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้กับกิจการท่าเรือ และธุรกิจโลจิสติกส์การให้บริการของ กทท. เช่น เทคโนโลยีควบคุมระบบจากระยะไกล, บริการติดตามสถานะออนไลน์, บล็อกเชน, รถบรรทุกไร้คนขับ และเทคโนโลยีควบคุมการผ่านเข้าออกอัตโนมัติ เพื่อให้การทำงานมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เปลี่ยนแปลงท่าเรือแหลมฉบังสู่การเป็นศูนย์กลางท่าเรือระดับภูมิภาค พร้อมยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการดำเนินงานของท่าเทียบเรือ

นายอธิรัฐ กล่าวต่อว่า และ 2.การดำเนินการนโยบายท่าเรือสีขาว (White Port) เน้นย้ำให้ กทท. ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดในการตรวจสอบสินค้าที่มีกฎหมาย การนำเข้า-ส่งออก หรือผ่านราชอาณาจักร โดยต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ การจัดการปัญหาการจราจรในท่าเรือ รวมถึงการลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และตรวจสอบการบรรทุกน้ำหนักสินค้าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ได้เยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านระบบเทคโนโลยีเครื่องมือยกขนตู้สินค้าด้วยระบบควบคุมจากระยะไกลที่ทันสมัย ณ ท่าเทียบเรือ D บริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย (HPT) ซึ่งถือเป็นท่าเทียบเรือตู้สินค้าที่ทันสมัยที่สุดในโลก และเป็นท่าเทียบเรือตู้สินค้าแห่งแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จในการนำรถหัวลากอัตโนมัติไร้คนขับ ปฏิบัติงานขนถ่ายตู้สินค้าระหว่างหน้าท่าและในลานตู้สินค้า ร่วมกับรถหัวลากทั่วไป รถบรรทุกไร้คนขับพลังงานไฟฟ้า Qomolo หรือ ‘Q-Truck’ จำนวนทั้งหมด 15 คัน มีระบบการชาร์จพลังงานแบบไร้สาย ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องได้มากกว่า 24 ชั่วโมง

นายอธิรัฐ กล่าวอีกว่า พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์ “LiDAR” ที่วัดระยะห่างด้วยแสงเลเซอร์ (LiDAR-Light Detection and Rage ) ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับ และสำรวจสภาพแวดล้อมทุกทิศทางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำด้วยการสร้างแผนที่แบบ 3 มิติ ทำให้สามารถวิเคราะห์ และประเมินสภาพการจราจร เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคและการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานของรถบรรทุกไร้คนขับภายในท่าเทียบเรือชุด D จะถูกควบคุมด้วยระบบปฏิบัติการ สำหรับท่าเทียบเรือแบบครบวงจร ‘nGen’ เพื่อบูรณาการในการทำงานร่วมกับนวัตกรรมอื่น ๆ ภายในท่าเทียบเรือชุด D อาทิ เทคโนโลยีควบคุมระบบปฏิบัติงานจากระยะไกล (Remote Control Technology) เพื่อวางแผนเส้นทางวิ่งของรถ ตลอดจนระบบนัดหมายรถเข้าท่าเทียบเรือและลานจอดรถ เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติงาน

สำหรับรถบรรทุกไร้คนขับ Q-Truck เป็นการพลิกโฉมนวัตกรรมท่าเรือ โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุด เป็นการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการท่าเรือของประเทศไทย ยกระดับสู่ท่าเทียบเรืออัจฉริยะที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพที่สุดในภูมิภาคอาเซียน



