สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ว่า นายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ กล่าวถึงการที่รัสเซียและอิหร่านยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง สู่การเป็น “หุ้นส่วนเต็มรูปแบบ” ในด้านการพัฒนาอาวุธ โดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินขับไล่ และการร่วมกันผลิตอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน และการฝึกฝนทางยุทธวิธี ว่า เป็น “อันตราย” ต่อกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่าน ตลอดจนยูเครน และนานาประเทศบนโลก


ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลวอชิงตันขอเรียกร้องให้รัฐบาลเตหะราน “ถอยห่าง” จากความร่วมมือดังกล่าว เพื่อไม่ให้ต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรรอบต่อไป แต่ประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ ต่อกองกำลังการบินและอวกาศของรัสเซีย และหน่วยงานอีกสองแห่ง


ขณะที่นายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของรัสเซีย “ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร” และยืนกรานปฏิเสธความร่วมมือเรื่องโดรนติดอาวุธกับอิหร่าน


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา นายฮอสเซ็น อมิราบโดลลาเฮียน รมว.การต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานเคยมอบความสนับสนุนด้านอากาศยานไร้คนขับแบบติดอาวุธให้แก่รัสเซียจริง แต่เป็นการดำเนินการซึ่งเกิดขึ้นก่อนรัฐบาลมอสโกเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ กองทัพยูเครนอ้างการยิงโดรนโจมตี หรือ “โดรนกามิกาเซ่” ของอิหร่านไปแล้วมากกว่า 400 ลำ นับตั้งแต่เกิดสงคราม และกล่าวว่า รัฐบาลมอสโกสั่งซื้อโดรนจากรัฐบาลเตหะรานไปแล้วประมาณ 2,000 ลำ ต่อมาเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศยูเครนลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES