ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผอ.ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวว่า จากการที่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กำหนดให้การพัฒนาคนเป็นหนึ่งในมิติของการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศภายใต้การเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคนในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณภาพที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงการแข่งขันในศตวรรษที่ 21 นั้น เห็นได้ว่า ภายหลังที่รัฐบาลให้ความสำคัญและผนึกพลังร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุตามเป้าประสงค์ดังที่กำหนด ถึงแม้ว่าทุกภาคส่วนโดยเฉพาะองค์กรภาครัฐไม่ว่าจะเป็นกระทรวงหรือหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่โดยตรงสำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาคนในมิติต่างๆได้ผลักดันและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม หากพิจารณาถึงผลสัมฤทธิ์ในภาพรวม ถือว่าอาจจะยังไม่บรรลุเป้าประสงค์มากนัก ที่สำคัญกลับพบว่าสังคมไทยโดยเฉพาะผู้คนทั่วไปรวมทั้งผู้ด้อยโอกาสตลอดจนเด็กและเยาวชนชายขอบยังต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำหรือปัญหาอุปสรรคที่จะได้รับการพัฒนาในหลากหลายมิติ จึงจำเป็นอยู่ที่รัฐบาลทั้งในปัจจุบันและรัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งต้องเร่งขันน๊อตเพื่อให้คนไทยมีศักยภาพและพร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อนำไปสู่การพลิกโฉมประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อกล่าวถึงการพัฒนาคนแล้ว หากพิจารณาในส่วนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ซึ่งมีผลในทางปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา พบว่าหัวใจหลักหรือสาระสำคัญของแผนฉบับนี้ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาที่น่าสนใจไว้ 5 ประการ ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่ การพัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่ การมุ่งสู่สังคมโลกแห่งโอกาสและความเป็นธรรม รวมทั้งการเสริมสร้างความสามารถของคนไทยในการรับมือกับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงภายใต้โรคอุบัติใหม่เข้าไปด้วย และยังให้ความสำคัญกับเป้าหมายที่มุ่งเน้นการพลิกโฉมประเทศไทยสู่สังคมก้าวหน้าสามารถผลักดันเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบความคิดเศรษฐกิจพอเพียง และความสามารถในการ “ล้มแล้วลุกให้ไว” รวมทั้งมิติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนแผนดังกล่าวบรรลุเป้าหมายและสามาถนำไปสู่การพลิกโฉมประเทศได้อย่างแท้จริงและจับต้องได้เป็นรูปธธรมในเชิงประจักษ์ รัฐบาลและทุกภาคส่วนจะต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนหรือทุนมนุษย์ของประเทศควบคู่ไปด้วย



