เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงคืนวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา บริเวณลานวัฒนธรรม ศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ สถานที่จัดงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ มีการจัดประกวด “นางสาวนครบาลเพชรบูรณ์” โดยปีนี้มีสาวงามจากอำเภอต่าง ๆ เดินทางมาร่วมประกวดเป็นจำนวนถึง 31 คน และเป็นที่สังเกตว่าปีนี้มีประชาชน นักท่องเที่ยว มาร่วมชมและเชียร์สาวงามที่เข้าประกวดอย่างแน่นขนัด มากกว่าแต่ละปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หลังจากคณะกรรมการได้คัดเลือกสาวงามทั้งหมดเหลือเพียง 10 คนสุดท้ายแล้ว ได้ให้สาวงามแสดงความสามารถโดยตอบคำถามต่าง ๆ ที่คณะกรรมการตั้งขึ้น ก่อนจะลงมติตัดสิน ผลปรากฏว่า น.ส.ภัทราพร ชัชวาลย์ ผู้เข้าประกวดหมายเลข 6 สาวงามจาก ต.ห้วยโป่ง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ คว้ารางวัลชนะเลิศ ครองตำแหน่งนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2566 โดย นายกฤษณ์ คงเมือง ผวจ.เพชรบูรณ์ ได้ขึ้นมอบถ้วยเกียรติยศ สายสะพาย และเงินสด 50,000 บาท

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ น.ส.อมรรัตน์ ผ่านพินิจ รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยฯ และสายสะพาย รองชนะเลิศอันดับ 2 น.ส.ญานิศา ลืออ้าย รับรางวัลเงินสด 20,000 บาท พร้อมถ้วยฯ และสายสะพาย ขณะที่รางวัลขวัญใจนางสาวนครบาลฯ ได้แก่ น.ส.พิชญาพรณ์ เชียงสวนจิก รับราวัลเงินสด 10,000 บาท พร้อมถ้วยฯ และสายสะพาย ส่วนรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่ น.ส.ปุนรดา เปรื่องค้า รับรางวัลเงินสด 10,000 บาท พร้อมถ้วยฯ และสายสะพาย ในโอกาสนี้นายฤทธิพงษ์ อำพันธ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้รับเกียรติขึ้นมอบสายสะพายให้แก่ น.ส.ปุนรดา ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว โดยมี ร.ต.ต.สุขสันต์ ภิชัย สมาคมเครือข่ายนักสื่อสารมวลชน ขึ้นมอบรางวัลเงินสด นายประธาน จันละมุด บก.นสพ.ฐานเพชรบูรณ์ มอบถ้วยรางวัล

ด้าน น.ส.ภัทราพร หรือ “น้องตุ๊กตา” ผู้ครองตำแหน่งนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ คนล่าสุด กล่าวด้วยความดีใจว่า ไม่คาดคิดว่าจะได้รับรางวัลนี้ เนื่องจากสาวงามที่เข้าประกวดทุกคนมีความสวยไม่แพ้กัน ตอนแรกคิดว่าการได้ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ก็ถือว่าภูมิใจแล้ว เมื่อได้รับราวลันี้จึงถือว่าเกินคาด จากนี้จะขอทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้การท่องเที่ยวเพชรบูรณ์ ให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น พร้อมทำงานทุกด้านที่ทางจังหวัดให้ช่วย และขอขอบคุณชาวเพชรบูรณ์ คณะกรรมการทุกท่านที่มอบรางวัลอันทรงเกียรติและยิ่งใหญ่นี้ให้กับตนในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ “น้องตุ๊กตา” เคยคว้ารางวัลชนะเลิศ ธิดามะขามหวาน ประจำรถบุปผชาติ เมื่อปี 2565 อีกด้วย.