นายเสกสรรค์ มิตรเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เปิดเผยว่า ทิศทางในการดำเนินธุรกิจมือถือและบรอดแบนด์ ในปี 66 จะเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมขยายกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล เอสเอ็มอี และองค์กรต่างๆ และเร่งพัฒนาคุณภาพบริการในด้านคอนเทนต์ ทั้งในส่วนของบริการ โอทีที และสตรีมมิ่ง รวมทั้งให้บริการในรูปแบบโซลูชั่นเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบัน มีฐานลูกค้ามือถืออยู่ 2 ล้านราย และบรอดแบนด์ ประมาณ 2 ล้านราย

“ในปีนี้เอ็นทีจะพยายามรักษาฐานลูกค้าไว้ พร้อมเพิ่มบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มเข้าไป เช่น บริการอินเทอร์เน็ตทีวี เอ็นที เน็ต เพลย์ ให้ได้ฐานลูกค้าระหว่างสองบริการที่เพิ่มขึ้น หรือ ให้ลูกค้าได้ใช้ทั้งสองบริการ พร้อมตอกย้ำเป็นโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งนอกจากในกลุ่มลูกค้าธุรกิจแล้ว ในส่วนของภาครัฐก็ถือเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญ ซึ่งการเข้าถึงภาครัฐ เอ็นทีจะมีความเชี่ยวชาญกว่าคู่แข่งเอกชน เนื่องจากเป็นองค์กรที่รัฐถือหุ้น การสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐต่างๆ มาใช้บริการของเอ็นที ที่ครอบคลุมในด้านดิจิทัล ก็จะช่วยให้เงินไม่รั่วไหล เงินเข้าสู่รัฐ”

นายเสกสรรค์ กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของบริการมือถือในปีนี้จะมีการรวมแบรนด์ให้เหลือเพียง มาย บาย เอ็นที แบรนด์เดียว จากเดิมที่มีลูกค้ามือถือของ ทีโอที เดิมอยู่ประมาณ 1.2 แสนราย เพื่อให้การสื่อสารด้านการตลาดภาพลักษณ์ ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยในส่วนของการให้บริการ 5จี เพื่ออุตสาหกรรมสำหรับลูกค้าองค์กรบนคลื่น 26 กิกะเฮิรตซ์ คณะรัฐมนต รี(ครม.) ได้เห็นชอบแล้ว กรอบวงเงินประมาณ 6,705  ล้านบาท ส่วน 5จี มือถือบนคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ รอผ่าน ครม. เห็นชอบ เชื่อว่าจะเริ่มให้บริการได้ในปีนี้ นอกจากนี้จะยังมีการปรับโครงสร้างด้านต่างๆ อาทิ ศูนย์บริการลูกค้าที่ซ้ำซ้อนเพื่อลดต้นทุน โดยปรับลดลงแล้ว 50 แห่ง เหลือ 487 แห่ง สามารถรองรับการให้บริการลูกค้าทั้งหมดได้