เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 ก.พ. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับทีมกู้ภัย USAR Thailand ของ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร จำนวน 7นาย และสุนัขกู้ภัย 2 ตัว (เซียร่า และ ซาฮาร่า) ซึ่งเข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือกู้ภัยผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินที่สาธารณรัฐประเทศตุรกี ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ USAR Thailand for Turkiye พร้อมรับฟังการรายงานปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้กำลังใจผู้เข้าร่วมปฏิบัติการทุกนาย พร้อมมอบโล่ขอบคุณ และประกาศนียบัตร

นายชัชชาติ กล่าวว่า การส่งทีมเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่แสดงน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งมีสถานการณ์รุนแรงและน่าเป็นห่วง ไม่ง่ายที่จะฟื้นกลับคืนมา โดยตลอดการปฏิบัติภารกิจ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้โทรฯ หาทีม USAR Thailand ของกรุงเทพมหานครทุกวัน เวลา 09.00 น. และ 18.00 น. เพื่อติดตามสถานการณ์ ดีใจที่ทุกคนกลับมาอย่างสวัสดิภาพ และได้ความรู้เพิ่มเติมด้วย

หลายคนเป็นห่วง หากเกิดเหตุแผ่นดินไหวในกรุงเทพมหานคร มองว่าการที่เรามีทีมงานได้ไปเห็นเหตุการณ์จริง เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เรามีองค์ความรู้มากขึ้น จากนี้อาจจะหารือกับทางเอกชน เช่น มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่มีสุนัขกู้ภัยอยู่ 6 ตัว ว่าจะมีความร่วมมือกันอย่างไรได้บ้าง เพราะเครือข่ายที่เข้มแข็งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือ เมื่อเกิดอุบัติภัย

นายชัชชาติ ระบุว่า นอกจากสภาพเมืองของกรุงเทพมหานครจะคล้ายคลึงกับสาธารณรัฐตุรกีแล้ว ยังคล้ายกับเม็กซิโก ที่มีลักษณะเป็นดินเหนียวขนาดลึก แต่ต่างกันคือ ตำแหน่งรอยเลื่อน จากที่เคยเรียนมา กรุงเทพมหานครเหมือนชามเยลลี่ หากสั่นมีจังหวะสอดคล้องกับความถี่ของชั้นดิน อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ทั้งนี้แผ่นดินไหวมาจากแรงด้านข้าง การออกแบบอาคารเผื่อแรงลม ช่วยได้บ้าง แต่คงต้องให้ผู้รู้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง อาจจะต้องมีการแบ่งกลุ่มอาคาร เช่น อาคารที่มีความเสี่ยงสูง อาคารที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 ก.พ. กรุงเทพมหานครจะจัดงานเสวนาเกี่ยวกับภัยพิบัติด้านแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศตุรกี เพื่อนำมาปรับ ใช้หากเกิดเหตุในประเทศไทย โดยจะมี 2 มิติ คือ เรื่องความปลอดภัยของตัวอาคาร โครงสร้างต่าง ๆ ที่อยู่กรุงเทพมหานคร และ การปฏิบัติงานของทีมกู้ภัย โดยจะมีการแชร์ประสบการณ์จากทีม USAR ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ กทม. ที่เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ นอกจากนี้ การฝึกสุนัข ที่ช่วยปฏิบัติการกู้ภัยหรือสุนัขกู้ภัย K9 ทาง กทม. ร่วมมือกับเอกชน ในการจัดฝึกอบรมเพื่อให้มีความพร้อมหากในอนาคต จะต้องปฏิบัติภารกิจในลักษณะนี้อีกครั้ง

ด้านนายภุชพงศ์ สัญญโชติ หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดยาวกองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย 3 กรุงเทพมหานคร ในฐานะหัวหน้าทีม USAR Thailand เปิดเผยว่า รับผิดชอบหน้าที่ค้นหา (Search) และกู้ภัย (Rescue) เปรียบเสมือนนาทีทอง หากเข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้เร็วจะช่วยลดอาการบาดเจ็บ และมีโอกาสรอดชีวิต เป็นภารกิจที่ต้องฝึกฝนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกายและจิตใจ

ทั้งนี้ หน้างานมีพื้นที่อาคารถล่ม จึงต้องทำงานร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการส่งทีมวิศวกรเข้าไปช่วยประเมินความเสี่ยงของอาคารด้วย เพราะระหว่างปฏิบัติงานมีอาฟเตอร์ช็อกตลอดเวลา

นายภุชพงศ์ กล่าวเพิ่มว่า ผู้บริหารระดับสูง มีข้อความไปถึง ให้กำลังใจ บอกให้เก็บประสบการณ์ ลักษณะสภาพบ้านเรือน และภูมิประเทศ เพื่อถอดบทเรียน เพราะความหนาแน่นของอาคารในจังหวัดฮาทัย คล้ายคลึงกับกรุงเทพมหานคร ประสบการณ์ที่ได้คือ น้ำใจและการบูรณาการทำงานร่วมกับเครือข่ายจากทั่วโลก ทำให้ภารกิจสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร โดย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ส่งเจ้าหน้าที่ จำนวน 10 คน ร่วมปฏิบัติการ ได้แก่ 1.นายภุชพงศ์ สัญญโชติ 2.นายทนงเดช ป้องโรคา 3.นายรณรงค์ ยลไชย 4.นายวัชรินทร์ วรุณศรี 5.นายฉัตรชัย เสือจุ้ย 6.นายทรงยศ อ่อนทรัพย์ 7.นายวีระศักดิ์ เงินประเสริฐ 8.นายคณธร ขอดจันทึก 9. นายอาคม ชุมจีน 10.นายมานพ ขยันการนา ซึ่งทั้งหมดเป็น 10 ใน 60 คน จาก กทม. ที่ผ่านการฝึกฝนจากทีม USAR มีความพร้อมทั้งสภาพร่างกาย จิตใจ และความรู้ความสามารถพร้อมจะร่วมทีมปฏิบัติการ โดยเตรียมพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ครบชุดตามมาตรการกู้ภัยสากล.