สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่า เมตา ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และวอตต์สแอปป์ ออกแถลงการณ์เรื่องการเลิกจ้างพนักงานทั่วโลก 10,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเลิกจ้างครั้งใหญ่ครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของบริษัท ต่อจากการเลิกจ้างมากกว่า 11,000 คน เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว หรือประมาณ 13% ของจำนวนพนักงานเมตาที่มีอยู่ทั่วโลกในเวลานั้น
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของเมตา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย ภายในเวลาไม่นานหลังการประกาศ เมื่อวันอังคาร เนื่องจากการเลิกจ้างพนักงานรอบนี้เป็นไปตามกระแสข่าวที่แพร่สะพัดออกมาก่อนหน้านั้น ร่วมด้วยการที่เมตาระงับแผนการเลิกจ้าง 5,000 ตำแหน่ง การระงับ “โครงการพัฒนาที่สำคัญน้อยกว่า” หลายโครงการ และ “การปรับโครงสร้าง” การจัดการบริหารงานของบุคลากร “ในตำแหน่งระดับกลาง”
Facebook-parent Meta Platforms said it would cut 10,000 jobs this year, making it the first Big Tech company to announce a second round of mass layoffs as the industry braces for a deep economic downturn https://t.co/UMSjcTLeTf $META pic.twitter.com/mjVK6DyCVl
— Reuters (@Reuters) March 14, 2023
ขณะที่ นายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของเมตา มีหนังสือเวียนภายในองค์กรถึงพนักงาน ว่า จะมีการประกาศรายชื่อบุคคลซึ่งต้องพ้นตำแหน่งก่อนกำหนด จากการเลิกจ้างรอบใหม่ ภายในระยะเวลาอีกสองเดือนข้างหน้า และจะมีการทยอยประกาศต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยหนึ่งในฝ่ายที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ฝ่ายบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
ทั้งนี้ ราคาหุ้นของเมตาลดลงมากกว่า 70% ตั้งแต่ปี 2565 และมีการคาดการณ์รายได้ของบริษัทในปีนี้ ไว้ที่ระหว่าง 86,000-92,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 2.97-3.17 ล้านล้านบาท ) ลดลงจาการประมาณการก่อนหน้านี้ ว่าจะอยู่ที่ระหว่าง 89,000-95,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3.07-3.28 ล้านล้านบาท ).
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



