ปัจจุบันประเทศไทยมีสิ่งมีชีวิตชนิดพันธุ์ต่างถิ่นอยู่ มากกว่า 3,500 ชนิด ทั้งยังมีการนำเข้ามาใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญหรือจงใจก็ตาม แม้สิ่งมีชีวิตชนิดพันธุ์ต่างถิ่นบางชนิดจะมีประโยชน์ในด้าน เศรษฐกิจ การเกษตร และปศุสัตว์ แต่เมื่อสิ่งมีชีวิตชนิดพันธุ์ต่างถิ่นเหล่านี้ถูกนำเข้ามา และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศได้ดี จนเอาชีวิตรอดและแพร่ขยายพันธุ์กลายเป็น ชนิดพันธุ์ที่รุกรานในประเทศได้ ก็จะไปเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทำให้เกิดการครองพื้นที่โดยชนิดพันธุ์เดียว และอาจทำให้สิ่งมีชีวิตพื้นเมืองสูญพันธุ์ และสร้างผลกระทบต่อความ หลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจ และสังคม หากไม่มีมาตรการควบคุมดูแล และระบบจัดการป้องกันที่ดี

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองได้ออกประกาศกระทรวง เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564 โดยพิจารณาจาก 1.สัตว์น้ำในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ควรป้องกัน ควบคุมและกำจัดของประเทศไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 (สำนักงานนโยบายและแผนงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) 2.สัตว์น้ำในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน 100 อันดับของโลก 3.ระเบียนปฏิบัติตามพิธีสารคาร์ตาเฮน่าว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพในเรื่องการนำเข้าสัตว์น้ำดัดแปลงพันธุกรรมมาเพาะเลี้ยงภายในประเทศ 4.สถานการณ์การเพาะเลี้ยงในประเทศ การรุกรานของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นในปัจจุบันและผลกระทบที่ส่งผลต่อเกษตรกรผุ้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการ

วันนี้จะพาไปดูวิถีชีวิตของเอเลี่ยนสปีชีส์ แต่ละชนิดว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้สามารถทำลายธรรมชาติอย่างไรบ้าง

เริ่มจากสกุล Cichla และลูกปลาผสม ปลาสกุลนี้ทุกชนิดเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีแนวโน้มรุกราน ในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ควรป้องกัน ควบคุมและกำจัดของประเทศไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี (สผ.,2561) มีขนาดลำตัวใหญ่ ความยาวสูงสุกที่เคยจับได้ 74 ซม. กินปลาและสัตว์น้ำอื่นเป็นอาหาร สามารถตั้งประชากร และแพร่พันธุ์ได้ในแหล่งน้ำของประเทศไทย นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และกีฬาตกปลา พบแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เช่น ระยอง แพร่ น่าน เพชรบุรี ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายและลดลงของประชากรสัตว์น้ำพื้นเมืองในแหล่งน้ำ

ปลาเก๋าหยก สามารถตั้งประชากรได้ในแหล่งน้ำของประเทศไทย ทนทานต่อสภาวะความเค็มสูงถึง 20PPT และสภาวะออกซิเจนต่ำ กินอาหารได้หลายกลุ่มทั้งพืชและสัตว์ รวมถึงสัตว์กลุ่มกุ้ง ปู หอย และลูกปลา มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ค่อนข้างกาวร้าว และปริมาณมากกว่าปลาพื้นเมือง จากการทดลองทั้งในตู้กระจกและสภาวะกึ่งธรรมชาติ และเป็นปลาที่มีไขมันในช่องท้องมาก สามารถมีชีวิตอยู่ได้แม้ขาดแคลนอาหาร ถ้าหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำอาจส่งผลรุนแรงต่อการลดลงของประชากรปลาพื้นเมือง อย่างไรก็ตาม กรมประมงมีมติอนุญาตให้นำเข้าแบบมีเงื่อนไข เพื่อการศึกษาวิจัย การเลี้ยงเชิงพาณิชย์ เพียง 1 รายเท่านั้น

ปลาเทราต์สายรุ้ง  เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในรายการที่ 2 ที่มีแนวโน้มรุกราน ในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ควรป้องกัน ควบคุมและกำจัดของประเทศไทยตามมติคณะรัฐมนตรี (สผ.,2561) และเป็นสัตว์น้ำในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน 100 อันดับของโลก กินปลาและสัตว์น้ำอื่นเป็นอาหาร สามารถอยู่อาศัยในน้ำที่มีอุณหภูมิ 12-24 องศาเซลเซียส มีการส่งเสริมให้เลี้ยงเชิงเศรษฐกิจในโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมประมง แต่ยังพบการหลุดรอดในพื้นที่ต้นน้ำดอยอินทนนท์ ส่งผลต่อการลดลงของประชากรปลาต้นน้ำ

ปลาเทราต์สีน้ำตาล เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในรายการที่ 4 เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานในประเทศอื่น แต่ยังไม่เข้ามาในประเทศไทย ในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ควรป้องกัน ควบคุมและกำจัดของประเทศไทยตามมติคณะรัฐมนตรี (สผ.,2561) และเป็นสัตว์น้ำในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน 100 อันดับของโลก สามารถอาศัยอยู่ในน้ำทะเล น้ำกร่อย และน้ำจืด กินสัตว์น้ำและปลาขนาดเล็กเป็นอาหาร ขนาดใหญ่สุดที่เคยพบมีความยาว 140 ซม. เป็นปลาที่เลี้ยงตัวอยู่ในทะเล อพยพมาวางไข่ในน้ำจืด พบแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก ทั้งทวีปอเมริกา ยุโรป เอเชีย แอฟริกา มีการนำเข้ามาเพื่อเป็นอาหารและเกมกีฬาตกปลา ปัจจุบันประเทสไทยมีการนำเข้ามาแบบมีชีวิตเพื่อแป็นอาหาร

ปลากะพงปากกว้าง เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในรายการที่ 4 เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานในประเทศอื่น แต่ยังไม่เข้ามาในประเทศไทย ในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ควรป้องกัน ควบคุมและกำจัดของประเทศไทยตามมติคณะรัฐมนตรี (สผ.,2561) และเป็นสัตว์น้ำในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน 100 อันดับของโลก กินสัตว์อื่นเป็นอาหาร เช่น ปลา กุ้งเครย์ฟิช และกบ เป็นปลาผู้ล่า สามารถกินสัตว์น้ำขนาดใหญ่ได้เนื่องจากปากกว้าง พบมีการแพร่ระบาดในหลายประเทศ ส่งผลกระต่อการลดลงของสัตว์น้ำพื้นเมือง มีการนำเข้าเพื่อเป็นอาหารและกีฬาตกปลา

ปลาโกไลแอทไทเกอร์ฟิช เป็นสัตว์น้ำผู้ล่า มีฟันแหลมคม แข็งแรง มีขนาดใหญ่ที่เคยพบคือ 133 ซม. ซึ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำพื้นเมืองและประชาชนหากหลุดรอด สามารถอยู่ได้ในอุหภูมิ 23-26 องศาเซลเซียส สามารถอาศัยได้ในแหล่งน้ำของไทย มีจำหน่ายทางออนไลน์ในประเทศไทย เพื่อนำไปเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ต่อมากรมประมงมีมติไม่อนุญาตให้มีการนำเข้า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2555 แต่อนุญาตให้นำเข้าเพื่อจัดแสดงในสวนสัตว์ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2562 แต่เคลื่อนย้ายออกจากส่วนจัดแสดง

นี่เป็นเพียงความน่ากลัวเพียงส่วนหนึ่งของ ”การรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น หรือ เอเลี่ยนสปีชีส์“ แต่กลุ่มสัตว์น้ำดัดแปลงพันธุกรรม เป็นอีกหนึ่งที่ต้องระวัง