สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ว่า องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) รายงานการพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก เป็นครั้งแรกในแทนซาเนีย ประเทศซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา
Today, #Tanzania ???????? confirmed its first-ever cases of #Marburg virus disease after laboratory tests were carried out following reports of cases and deaths in the country’s north-west Kagera region ???????? https://t.co/05bQ4x4iYL pic.twitter.com/KOsu2Nqyq8
— WHO African Region (@WHOAFRO) March 21, 2023
ทั้งนี้ ผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขแห่งชาติของแทนซาเนียระบุว่า ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย จากทั้งหมด 8 ราย ในภูมิภาคคาเกรา ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแทนซาเนีย เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสดังกล่าว โดยในจำนวนผู้เสียชีวิต มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรวมอยู่ด้วย ส่วนผู้ป่วยอีก 3 คน ยังอยู่ในขั้นตอนการรักษา นอกจากนี้ มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอีก 161 คน
Cumulatively, eight confirmed cases and five deaths, including a health care worker have been reported (case fatality rate: 63%), while three are undergoing treatment at designated treatment centres. Cases presented with fever, vomiting and bleeding from different body orifices.
— Africa CDC (@AfricaCDC) March 22, 2023
ข้อมูลจากดับเบิลยูเอชโอระบุว่า ผู้ได้รับเชื้อไวรัสมาร์เบิร์กจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ตามด้วยอาการตกเลือด และภาวะไตวาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ 80% ของผู้ติดเชื้อ จะเสียชีวิตภายในเวลา 9 วัน ขณะที่อาการน่าสังเกตอื่น รวมถึง ปวดศีรษะ ปวดบริเวณช่องท้อง อาเจียนเป็นเลือด และท้องร่วง
ทั้งนี้ เชื้อไวรัสมาร์เบิร์กติดต่อถึงกันได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง และการติดเชื้อจากสัตว์ป่า เช่น ลิง โดยยังไม่มีวัคซีนป้องกันและการรักษาจำเพาะ นอกจากนี้ เชื้อไวรัสมาร์เบิร์กยังมีระยะฟักตัวที่สั้นเพียง 14 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งใช้เวลา 21 วัน โดยไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา และเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก รวมเรียกว่า ไข้เลือดออกแอฟริกัน (African Hemorrhagic Fever)
อนึ่ง การแพร่ระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก ซึ่งยืนยันโดยของดับเบิลยูเอชโอ ได้แก่ ที่เยอรมนี เมื่อปี 2510 มีผู้ป่วยสะสม 29 คน และเสียชีวิต 7 ราย ตามด้วยสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ระหว่างปี 2541-2543 มีผู้ป่วยสะสม 154 คน และเสียชีวิต 128 ราย
ต่อมา ยูกันดารายงานการแพร่ระบาดใหญ่ เมื่อปี 2548 มีผู้ติดเชื้อสะสม 374 คน และเสียชีวิต 329 ราย และเกิดขึ้นอีกครั้งในยูกันดา เมื่อปี 2560 พบผู้ป่วย 3 ราย และทุกคนเสียชีวิต.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



