เป็นที่รู้กันว่า ”ปลาเก๋าหยก” เป็น 1 ชนิดสัตว์น้ำที่กรมประมง ”ห้ามเพาะเลี้ยง” ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน หรือเอเลี่ยนสปีชีส์ (Alien species) คือ การที่มีชนิดพันธุ์ใหม่จากต่างถิ่นเข้ามาบุกรุกชนิดพันธุ์ท้องถิ่นเดิม ทำให้ชนิดพันธุ์ท้องถิ่นเดิมหายไป จนเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ

แต่กรมประมงยังมีอีก 1 กลุ่มที่ห้ามเลี้ยงนั้นคือ”กลุ่มสัตว์น้ำดัดแปลงพันธุกรรม” โดยระบุว่า 1.การดัดแปลงพันธุกรรมสัตว์น้ำส่วนใหญ่เพื่อให้มีสีสันสวยงามแปลกตา และเร่งการเจริญเติมโตให้รวดเร็ว การหลุดรอดของสัตว์น้ำเหล่านี้อาจจะส่งผลติ่การปนเปื้อนทางพันธุกรรม และการขยายตัว เพิ่มจำนวนประชากรของสัตว์น้ำเหล่านี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ การดัดแปลงพันธุกรรมอาจส่งผลให้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมใหม่

2.ประเทศไทยมีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเข้าสัตว์และพืชตัดแต่งพันธุกรรมตามพิธีสารคาร์ตาเฮน่า ว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพซึ่งประเทศภาคีสมาชิกต้องยึดหลักปฏิบัติ การนำเข้าสัตว์น้ำดัดแปลงพันธุกรรมมาเพาะเลี้ยงภายในประเทศต้องมีใบรับรอง การขออนุญาตนำเข้า ประเมินความเสี่ยงก่อนนำเข้า ตรวจสอบระบบการเลี้ยงเพื่อป้องกันการหลุดรอด การรับฟังความคิดเห็นของผุ้ได้รับผลกระทบ การอนุญาตให้เลี้ยง การติดตามระบบการเลี้ยงเพื่อให้คงอยู่ในมาตรฐานที่กำหนด

เริ่มจาก “ปูขนจีน” เป็นปูน้ำจืดวางไข่ในทะเล ทำลายแนวชายฝังและเครื่องมือประมง อยู่ในรายการ 3 ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีประวัติว่ารุกรานแล้วในประเทศอื่น แต่ยังไม่รุกรานในประเทศไทย ในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ควรป้องกันควบคุมและกำจัดของประเทสไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี(สผ.,2561)และเป็นสัตว์น้ำในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน 100 อันดับโลก

“หอยมุกน้ำจืดจีนชนิดHyriopsis cumingii “มีการขออนุญาตนำเข้าเพื่อวิจัยการเลี้ยงเชิงพาณิชย์ จึงต้องมีการควบคุม เพื่อป้องกันการหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำของประเทศไทย มีโอกาสตั้งประชากรในประเทศไทยได้และมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปลาเป็นพาหนะนำลูกหอยแพร่กระจาย กินแพลงก์ตอนพืชเป็นอาหาร มีโอกาสแก่งแย่งอาหารกับหอยกาบน้ำจืดและหอยมุกน้ำจืดพื้นเมืองในประเทศ

“หมึกสายวงน้ำเงินทุกชนิดในสกุลHapalochlaena” เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เนื่องจากมีพิษที่ผสมอยู่ในน้ำลายที่มีความร้ายแรงมาก ซึ่งร้ายแรงกว่างูเห่าถึง 20 เท่า ผู้ที่ถูกกัดจะตายภายใน 2-3 นาที สัตว์น้ำที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก นิยมนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์น้ำสวยงามเนื่องจากมีสีสันสวยงาม ซึ่งต้องมีการควบคุม เพื่อป้องกันมิให้หลุดรอดในระบบการเลี้ยง

ทั้งนี้กรมประมงได้บอกถึง”กระบวนการกำกับดูแลควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นของกรมประมง”ไว้ว่า 1.การควบคุมการนำเข้า และการเพาะเลี้ยงภายในประเทศ กำกับดูแลโดยคณะกรรมการด้านความหลากหลายและด้านความปลอดภัยของทางชีวภาพของกรมประมง 2.มีการเฝ้าระวังติดตามการแพร่กระจายของสัตว์น้ำต่างถิ่นในแหล่งน้ำต่างๆ 3.สร้างความรู้ ความตระหนักให้กับผู้ประกอบการ ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์และประชาชนทั่วไปในเรื่องอันตรายของสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ส่งผลต่อสัตว์น้ำพื้นเมืองและระบบนิเวศ การป้องกันการหลุดรอด และการงดปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นลงสู่แหล่งน้ำ

4.จัดทำมาตรการต่างๆเพื่อลดการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่นที่แพร่ระบาดได้แก่ การสร้างความร่วมมือกับชุนชนในการป้องกันควบคุมและกำจัดการรณรงค์ให้มีการจับขึ้นมาใช้ประโยชน์ 5.การติดตามตรวจสอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่นที่มีแนวโน้มเป็นอันตรายให้เป็นไปตามเงื่อนไขท้ายใบอนุญาต 6.การควบคุมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย